ริเบรี่ ขวางพี่เสือยังไม่จำเป็นต้องมีจาดอนซานโช่ก็สำเร็จได้

ริเบรี่

ถึงแม้ว่าปัจจุบันฟรองซ์ ริเบรี่ตัวริมเส้นจอมทักษะจะสังกัดอยู่กับฟิออเรนติน่า ในลีกอิตาลี่ แต่ด้วยความที่เคยค้าแข้งอยู่กับบาเยิร์น มิวนิคมาก่อนหน้าถึง12ปีก็ส่งผลให้ดาวเตะชาวฝรั่งเศสยังมีความห่วงใยต่อยอดทีมในเยอรมันเสมอ จนต้องออกมาเสนอแนะให้ทีมเก่าไม่จำเป็นต้องดึงตัวจาดอน ซานโช่ปีกฟอร์มฮอตของเสือเหลืองในเวลานี้ เนื่องจากมองว่าขุมกำลังที่นิโก้ โควัชมีให้เลือกใช้งานในเวลานี้มีความสามารถประสบความสำเร็จได้อยู่แล้ว

บาเยิร์น มิวนิคมีการเปลี่ยนถ่ายผู้เล่นมากมายในซีซั่นนี้ มันคงต้องให้เวลาพวกเค้าปรับตัวกันซักเล็กน้อย แต่มีสัญญาณที่ดีหลายอย่าง คูตี้เองก็เล่นได้อย่างผ่อนคลาย,กนาบรี้เองก็ทำประตูสำคัญให้ทีมได้ต่อเนื่อง,เปริซิสก็เล่นได้อย่างกระฉับกระเฉง,แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ก็เล่นได้อย่างแข็งแกร่งทั้งรุกและรับ หรือเลวานดอฟสกี้ก็ยังคงเป็นกองหน้าที่มีค่าเฉลี่ยการทำประตูที่น่ามหัศจรรย์ แฟนบอลมิวนิคไม่ต้องกังวลอะไรพวกเค้าจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทีมสามารถป้องกันแชมป์ได้อย่างสบายโดยไม่จำเป็นต้องดึงตัวจาดอน ซานโช่มาจากดอร์ทมุนด์เลย ” ฟรองซ์ ริเบรี่ที่ปัจจุบันสวมเสื้อหมายเลข7ในถิ่นอันเตมิโอ้ ฟรังคี่กล่าวถึงทีมเก่า

ซานโช่เก่งเกินวัยแต่คงไม่มีที่วางในทีมเสือใต้ ริเบรี่ ยืนยัน

จาดอน ซานโช่ปีกตัวจี๊ดของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดสองซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้เวลานี้ดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับบิ๊กทีมของยุโรปอย่างต่อเนื่องซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงทีมอย่างบาเยิร์น มิวนิคด้วยเช่นกัน เนื่องจากทีมเสือใต้มีสถิติในการดึงตัวผู้เล่นชั้นดีไปจากอ้อมออกเสือเหลืองเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้,มัตต์ ฮุมเมลส์ และมาริโอ เกิตเซ่ย์

“ จาดอน ซานโช่ก้าวขึ้นเป็นนักเตะชั้นนำของลีกเยอรมันอย่างเต็มตัว เค้าเล่นได้อย่างโดดเด่นทั้งที่อายุเพียง19ปีเท่านั้น เค้าไม่เหมือนผู้เล่นดาวรุ่งเลย เค้าเล่นราวกับเล่นในบุนเดสลีก้ามาซัก5-6ปี เราทุกคนต่างยอมรับว่าเค้ายอดเยี่ยม แต่ในตำแหน่งนี้นิโก้ โควัชมีทั้งคิงส์ลี่ย์ โกมัน,โธมัส มุลเลอร์,อีวาน เปริซิส และแซตจ์ กนาบรี้อยู่แล้ว มันจึงไม่มีความจำเป็นที่บาเยิร์น มิวนิคต้องดึงตัวซานโช่เข้ามาอีก มันเป็นไอเดียที่ดีแต่มันยังไม่ถูกเวลาเท่านั้นเอง ” ริเบรี่ในวัย36กะรัตกล่าวเตือนสติ

 

อัลลาไดซ์ พูดแรงแมนยูฯอย่าชะล่าใจทีมที่ดีก็ตกชั้นได้นะจ๊ะ

อัลลาไดซ์

ความจริงที่บาดใจเหลือเกินคือแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแม้จะมีอันดับอยู่ไปค่อนกลางตารางที่อันดับ12 อย่างไรก็ตามถ้ามองในแง่คะแนนพวกเค้ามีแต้มเหลือโซนตกชั้น(ทีมอันดับ18เอฟเวอร์ตันมี7คะแนน)เพียงสองคะแนนเท่านั้น แถมประตูได้เสียพวกเค้าก็บวกแค่เม็ดเดียว จนแซม อัลลาไดซ์อดีตกุนซือคนดังของโบลตันต้องออกมาเตือนสติว่าปีศาจแดงอาจต้องเผชิญชะตากรรมกับการลุ้นหนีตกชั้นก็เป็นได้หากยังปล่อยให้เกมรุกประสบปัญหาฝืดต่อเนื่องไปเช่นนี้ต่อไป(2เกมหลังสุดแมนยูฯยิงประตูใครไม่ได้เลย เสมอ1แพ้1)

“ เราเคยเห็นลีดส์ยูไนเต็ดทีมที่แข็งแกร่งทั้งในลีกและยูซีแอล แต่ก็ต้องตกชั้นในเวลาเพียงไม่กี่ปี หรือแม้แต่แมนยูฯชุดที่ตกชั้นในปี74ก็ยังเป็นทีมที่ดี ฉะนั้นสถานการณ์ในตอนนี้มันมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น ด้วยความเคารพแมนยูฯ แต่สถานการ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้พวกเค้ากำลังประสบปัญหาความมั่นใจและคุณภาพนักเตะก็ไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับทีมในกลุ่มบิ๊กโฟว์อีกต่อไปแล้ว ” แซม อัลลาไดซ์แสดงความห่วงใยหลังจากที่ปีศาจแดงผลงานตกต่ำหนักมาก5เกมหลังสุดไม่ชนะใคร แถมยิงประตูคู่แข่งรวมกันได้เพียงสองเม็ดเท่านั้น

ผีแดงพลาดที่ขายลูกากู,อเล็กซิสโดยไร้ตัวแทน อัลลาไดซ์ วิจารณ์

แซม อัลลาไดซ์ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าปัญหาในแนวรุกของปีศาจแดงนั้นเป็นผลมาจากการตัดสินใจผิดพลาดของโอเล่ กุนน่า โซลชากุนซือแมนยูฯโดยตรง “ เมื่อคุณปล่อยผู้เล่นอย่างลูกากูออกไป คุณจำเป็นต้องมีใครซักคนมาทดแทน แม้เค้าจะยิงไม่ได้ต่อเนื่องแต่เค้าก็ยิงประตูได้เยอะกว่าแรชฟอร์ดด้วยซ้ำ มันคือความมั่นใจเกินไปของโซลชา แล้วมันก็เป็นอย่างที่เห็นเกมรุกของพวกเค้าตกต่ำไปมาก นี่มันเป็นภาพที่เราไม่เคยชินกับการที่แมนยูฯยิงประตูทีมคู่แข่งได้อย่างยากลำบาก นั่นทำให้ผมเริ่มกังวลว่าปัญหาที่พวกเค้าเจอมันอาจรุนแรงกว่าที่คิด(อาจถึงกับต้องหนีตาย) ”

“ แมนยูฯจำเป็นต้องมีทีมขนาดใหญ่พร้อมด้วยผู้เล่นคุณภาพที่ไม่แตกต่างกันระหว่างตัวจริงและตัวสำรอง ซึ่งมันไม่ใช่ทีมที่โซลชามีให้เลือกใช้งานในเวลานี้ มันเห็นผลชัดเจนเมื่อผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บกันหลายคน ดาวรุ่งที่พวกเค้ามียังไม่สามารถทดแทนได้เลย ผมเห็นด้วยว่าโซลชาจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับปรุงทีม(แมนยูฯ)อีกพักใหญ่ แต่สถานการณ์แวดล้อมตอนนี้มันไม่เป็นเป็นใจต่อเค้า(โซลชา)เลย ” แซม อัลลาไดซ์อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษชี้แจง

ปืนใหญ่ ใจมดหวังรั้งโอบาอยู่ต่อด้วยการอัพค่าเหนื่อยสองหมื่นปอนด์

ปืนใหญ่

ถ้าพูดถึงสตาร์ที่ต้องแบกทีมอาร์เซนอลไปบนบ่าตลอดช่วงหลัง คงจะไม่มีใครกล้าเถียงจะต้องเป็นปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองแต่เพียงผู้เดียว เพราะนับตั้งแต่ปืนใหญ่ไร้ร่มเงาของอาร์แซน เวนเกอร์พวกเค้าก็ดูเหมือนจะยังหาทรงบอลไม่ได้ แต่ถึงแม้อะไรต่อมิอะไรยังไม่ลงตัวพวกเค้าก็ยังมีโอบาเมยองที่คอยผลิตสกอร์ให้ทีมอย่างต่อเนื่อง โดยในซีซั่นนี้เจ้าตัวก็ซัดไปแล้วถึง8เม็ด จากการลงสนาม8เกมในทุกรายการ ทำให้อูไน เอเมรี่ร้องขอบอร์ดบริหารให้ทำทุกวิถีทางที่จะรั้งดาวยิงทีมชาติกาบองให้อยู่กับทีมต่อไปให้ได้ เนื่องจากสัญญาฉบับเดิมนั้นจะหมดลงในกลางปี2021

แต่อาจจะไม่ง่ายนักเมื่อปรากฏว่าอาร์เซนอลยังคงมาตรการรัดเข็มขัดเหมือนเดิมซึ่งอาจจะเป็นปัญหาในการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ของโอบาเมยอง เมื่อบอร์ดบริหารของไอ้ปืนใหญ่จะเพิ่มค่าเหนื่อยให้กับดาวยิงคนสำคัญเป็น200,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าเติมราคาค่าเม็ดเหงื่อที่ต่ำมากเนื่องจากเดิมทีเจ้าตัวก็ได้รับค่าเหนื่อยในสัญญาเดิมที่180,000ปอนด์ต่อสัปดาห์อยู่แล้ว และมีความเป็นไปได้สูงที่จะกลายเป็นประเด็นดราม่าหลังจากก่อนหน้านี้ก็เคยมีมหากาพย์ในช่วงสัญญาปีสุดท้ายของอเล็กซิส ซานเชสและลงเอยด้วยการสูญเสียนักเตะชั้นดีไปให้กับแมนยูฯ

อูไนโค้ช ปืนใหญ่ ขู่ฟ้อไม่ยอมเสียดาวยิงตัวเก่งให้คู่แข่งร่วมลีกซ้ำสอง

อาร์เซนอลได้ชื่อว่าเป็นทีมใจบุญเนื่องจากพวกเค้ามีสถิติในการเสียนักเตะชั้นดีให้กับทีมคู่ปรับในพรีเมียร์ลีกด้วยกันอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การเสียแอชลี่ย์ โคลแบ๊คซ้ายดีกรีทีมชาติอังกฤษให้กับเชลซีในปี2006 จากนั้นโคลก็ไปเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเชลซีในปี2009 ต่อมาพวกเค้าก็เสียโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ดาวยิงตัวเก่งให้กับแมนยูฯในปี2015 และดาวเตะดัตซ์ก็พาปีศาจแดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีแรกที่ย้ายมา และรายล่าสุดคือการเสียตัวรุกอย่างอเล็กซิส ซานเชสไปให้กับปีศาจแดงอีกครั้งในปี2018 แต่หนนี้ดีขึ้นหน่อยคือดาวยิงทีมชาติชิลีไปฟอร์มตกต่ำกับแมนยูฯจนโดนปล่อยต่อให้อินเตอร์มิลานยืมตัวไปใช้อีกทอด

อย่างไรก็ดีอูไน เอเมรี่นายใหญ่ปืนโตคนปัจจุบันประกาศชัดเจนว่าถ้าบอร์ดบริหารปล่อยตัวปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองให้กับทีมคู่แข่งทางตรงในพรีเมียร์ลีกด้วยกัน เทรนเนอร์ชาวสเปนก็จะขอประกาศลาออกทันที ถ้าวิเคราะห์ตามเม็ดเงินก็มีความเป็นไปได้ที่ปืนโตอาจต้องหาทั้งกองหน้าใหม่และผู้จัดการใหม่ไปพร้อมกันเลยก็เป็นได้?

สเปอร์ส หงายเอริคเซ่นรอย้ายฟรีซัมเมอร์หน้าหลังไก่ฟอร์มฝืด

สเปอร์ส

ผลงานของสเปอร์สในซีซั่นนี้ดูกระท่อนกระท่อนอย่างมาก โดนส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนของคริสเตียน เอริคเซ่น ที่ทำให้ฟอร์มการเล่นของจอมทัพชาวเดนมาร์กดูขาดช่วงขาดตอนไปในซีซั่นนี้ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากความไม่พอใจที่เอริคเซ่นมองว่าต้นสังกัดไม่ยอมหาทางออกให้เค้าได้ย้ายทีมอย่างที่ตั้งใจไว้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วมุ่งหวังเพียงแต่ว่าจะขอโน้มน้าวให้เค้ายอมต่อสัญญาออกไปในช่วงเวลา12เดือนที่เหลือให้จงได้

ความรู้สึกคับข้องใจของของคริสเตียน เอริคเซ่นนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจนกับผลงานในสนามที่ต่ำไปกว่ามาตรฐานในซีซั่นนี้ จนทำให้เจ้าตัวขาดความมั่นใจกระทั่งการสังหารจุดโทษจนพลาดเป้าเป็นเหตุให้สเปอร์สตกรอบในศึกคาราบาวคัพ(แพ้จุดโทษโคลเชสเตอร์3-4) ยิ่งแล้วผลงานของไก่เดือยทองยิ่งไม่น่าประทับใจ ก็ยิ่งทำให้กองกลางวัย27ปียิ่งใช้เป็นข้ออ้างในการอำลาทีมเพื่อหวังประสบความสำเร็จ เนื่องจากสเปอร์สก็ยังอยู่ในข่ายทีมที่เกือบดีแต่ยังไม่มีถ้วยรางวัลติดมือเลยแม้แต่ใบเดียว จนเชื่อว่าเอริคเซ่นจะตีนิ่งเพื่อย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์หน้า

เอริคเซ่นมิดฟิลด์ตัวเก่งของ สเปอร์ส รอย้ายฟรีซัมเมอร์หน้าเพื่อโอกาสรับค่าเหนื่อยกอ้นโต

ตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาทั้งแมนยูฯ,ยูเวนตุส,บาเซโลน่า และรีล มาดริด ต่างแสดงความสนใจในตัวคริสเตียน เอริคเซ่นมาโดยตลอด แต่สเปอร์สก็พยายามกันท่ามาโดยตลอดโดยดาเนียล เลวี่ประธานไก่เดือยทองก็หวังว่าจะมัดใจให้ดาวเตะเลือดโคนมยอมรับค่าเหนื่อยระดับ200,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ ทว่านับจนถึงบัดนี้สัญญาดังกล่าวก็ยังไม่คืบหน้าเลย โดยเอริคเซ่นมองว่าหากเค้าเลือกรับข้อเสนอในการย้ายออกแบบไร้ค่าตัวนั้นจะได้ทำให้ให้เค้าได้รับค่าเหนื่อยที่มากกว่าที่สเปอร์สมอบให้อย่างแน่นอน เนื่องจากทีมนั้นๆจะไม่ต้องเสียค่าตัวซื้อขายจนมีเงินจ่ายค่าเหนื่อยที่มากกว่าเดิมนั่นเอง

คริสเตียน เอริคเซ่นย้ายจากอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัมมาในปี2013 โดยตลอดช่วงที่ค้าแข้งกับสเปอร์ส เจ้าตัวกลายเป็นมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องเบอร์ต้นๆของวงการลูกหนังโลก นำพาให้สเปอร์สจบอันดับในกลุ่มท๊อปโฟร์พรีเมียร์ลีกมาตลอดหลายปี แต่ภายหลังจากลงเล่นไป277เกม และยิงได้66ประตู เจ้าตัวก็ต้องทบทวนอนาคตใหม่อีกครั้งเนื่องจากหลังอยู่กับทีมมา6ปีก็ยังไม่สามารถครองแชมป์ได้เลยแม้แต่รายการเดียว โดยปีที่แล้วพวกเค้าใกล้เคียงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยแก้แพ้ลิเวอร์พูลในนัดชิงชนะเลิศยูซีแอล0-2

ยูเว่ เกมรับกำลังยวบ?หลังระยะหลังเสียประตูง่ายดายเหลือเกิน

ยูเว่

ยูเวนตุสแชมป์เก่าลีกอิตาเลี่ยนดูเหมือนกำลังประสบปัญหาในเกมรับเข้าเสียแล้วจากผลพลวงของการขาดหายไปของจอร์โจ้ เคียรินี่ที่เจ็บยาว เมื่อสี่เกมหลังสุดพวกเค้าเสียไปถึง6ประตู จากเกมชนะนาโปลี4-3,เสมอแอตเลติโก้ มาดริด2-2 และชนะเวโรน่า2-1 ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าเมาริซิโอ ซารี่จะสานต่อความยิ่งใหญ่ให้เบียงโคเนรี่ได้หรือไม่หากยังเพิ่มสถิติการเสียประตูต่อเนื่องกันไปอีกแบบนี้

จอร์โจ้ เคียรีนี่หัวใจในเกมรับของยูเวนตุสเพิ่งได้รับการผ่าตัดหลังจากมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่า และไม่สามารถช่วยทีมได้อย่างน้อยราวครึ่งปี ซึ่งคนที่ได้รับโอกาสก็เป็นมาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ แต่ทว่ากองหลังดาวรุ่งกลับไม่สามารถโชว์ฟอมเทพได้เหมือนซีซั่นก่อน(ปีที่แล้วฟอร์มสดกับอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัม) จนแฟนบอลในอิตาลี่ล้อเลียนว่า เดอ ลิกต์ คือฟิล โจนส์แห่งกัลโช่ เซเรียอา(ฟิล โจนส์ถูกแซวว่าเป็นตัวตลกในแมนยู)จากผลงานโชว์เหวอในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก และทำให้เจ้าตัวหลุดมานั่งเป็นตัวสำรองข้างสนามอีกครั้งในเกมกับเวโรน่า

คาเปลโล่ป้องเดอลิกต์ค่อยๆดีขึ้นและจะเป็นที่พึ่งให้ ยูเว่ ได้แน่นอน

แม้สายตาแฟนบอลหลายคู่จะเห็นคาตาว่าดาวเตะดัตซ์จะโชว์ฟอร์มได้ห่วยแตก แต่กุนซือจอมเก๋าอย่างฟาบิโอ คาเปลโล่กลับเห็นต่างพร้อมกับยืนยันว่ายูเวนตุสจะสามารถพึ่งพามาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ได้ในอนาคตข้างหน้าเพียงแต่ต้องอดทนรอคอยซักใหม่เนื่องจากเจ้าตัวเพิ่งย้ายมายังอิตาลี่ไม่นาน “ เดอ ลิกต์ พิสูจน์ผลงานกับอาร์แจ็กมาแล้ว เค้าเพิ่งย้ายมาเล่นกับทีมใหม่(ยูเวนตุส)และลีกที่แตกต่างออกไป เค้าอาจยังปรับตัวไม่เข้าที่ แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเค้าไม่ดีพอกับยูเว่ ในอีกไม่นานเค้าจะขึ้นมาทำผลงานเทียบเคียงกับเคียรินี่ และโบนุชชี่ได้อย่างแน่นอน ”

การที่แฟนบอลม้าลายจะคาดหวังถึงผลงานอันโดดเด่นของ เดอ ลิกซ์นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะกองหลังวัย20ปีโชว์ฝีเท้ากับอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัมได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อซีซั่นที่แล้ว โดยเค้ามีความเหนียวแน่นในการป้องกันและยังสามารถดันสูงขึ้นมาทำประตูได้บ่อยครั้งจนสามารถพาทีมเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นที่แล้ว และทำให้ยูเวนตุสยอมทุบกระปุกเพื่อคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยเม็ดเงิน75ล้านยูโร มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์จึงได้ลงเอยสวมเสื้อหมายเลข4ให้กับเบียงโคเนรี่ในฤดูกาลนี้

ม้าลาย สะดุ้งมอจจี้หยามซารี่หยามซารี่อ่อนชั้นเกินคว้าแชมป์

ม้าลาย

หลังผ่านพ้นโปรแกรมกัลโช่ เซเรียอาแม็ตซ์ที่สามปรากฎว่าอินเตอร์มิลานนำเดี่ยวเป็นจ่าฝูงด้วยผลงานชนะรวดสามเกม ในขณะที่แชมป์เก่ายูเวนตุสบุกไปเสมอฟิออเรนติน่าแบบจืดสนิท0-0 โดยเบียงโคเนรี่ต้องเปลี่ยนผู้เล่นสำรองในครึ่งแรกถึงสองรายจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งกุนซือเมาริซิโอ ซารี่(คุมยูเวนตุส)ได้ออกมากล่าวอ้างว่าผู้เล่นของเค้ามีอาการล้าเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุจนเป็นผลไม่สามารถเจาะเอาประตูจากฟิออเรนติน่าได้ และทันทีที่อดีตCEO(ยูเวนตุส)อย่างลูซาโน่ มอจจี้ทราบเรื่องก็แทบกลั้นขำไม่อยู่ที่ได้ยินคำกล่าวอ้างอันเลื่อนลอยของอดีตกุนซือนาโปลี

ลูซาโน่ มอจจี้ที่เคยบริหารยูเวนตุสเมื่อหลายปีก่อนรู้สึกไม่พอใจที่กุนซือใหญ่ของทีมใช้ข้ออ้างเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศเพื่อเอาตัวรอดจากผลการแข่งขันที่ไม่ตรงเป้า “ ผู้เล่นของยูเวนตุสนั้นเต็มไปด้วยสตาร์ หลายคนคว้าแชมป์มาแล้วผ่านการพิสูจน์ผลงานมาแล้ว แต่คนกำหนดทิศทางการเล่นให้พวกเค้าต่างหากที่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เรื่องผู้เล่นบาดเจ็บเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในเกมฟุตบอลแต่มันไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะตอนที่เปลี่ยนตัวมิราเล็ม ปายิชออกนั้นมันยังไม่ครบ45นาทีเลย มีเวลาอีกในครึ่งหลังที่จะเปลี่ยนเกม แต่ซารี่ก็เชื่องช้าเกินที่จัดการอะไรได้ แล้วก็มาอ้างอากาศร้อนมันตลกสิ้นดี ยูเวนตุสทำแต้มหายไปสองคะแนนเพราะอากาศร้อนเกินไป ”

คอนเต้สวนร้อนแล้วยังไงในเมื่อ ม้าลาย มีแข้งสตาร์ให้เลือกเพียบ

ด้านกุนซืออินเตอร์อย่างอันโตนิโอ คอนเต้เมื่อได้ทราบเรื่องก็ได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอากาศร้อนเช่นกัน “ บางทีผมก็สงสัยว่าถ้าผู้เล่นยูเว่รู้สึกร้อนเนี่ย แล้วผู้เล่นวีโอล่า(ฟิออเรติน่า)เค้าทาซันบล็อค(ครีมกันแดด)ลงสนามหรือเปล่า? มันตลกดีนะว่าไหม ทีมที่ครบเครื่องทั้งงบประมาณ,แฟนบอล และขุมกำลังนักเตะยังออกมาเรียกหาฟ้าฝนให้เป็นใจต่อทีมตัวเองอีก เค้ากำลังทำงานกลุ่มนักเตะที่แข็งแกร่งอย่างมากเพียงเท่านี้ผมว่าเค้าก็ได้เปรียบทีมอื่นๆไปหลายช่วงตัวแล้วนะ ” คอนเต้ที่เป็นไม่เบื่อไม่เมากับซารี่มาโดยตลอดแซะเพื่อนร่วมอาชีพอย่างไม่ไว้หน้า

โดยนอกจากผลงานในทีมจะเริ่มสะดุดแล้ว ในแง่ของนักเตะในทีมก็มีหลายคนที่เริ่มไม่ปลื้มเมาริซิโอ ซารี่จนออกมาตำหนิเจ้านายผ่านสื่อกันอย่างโจ่มครึ่ม อาทิ มาริโอ มานซูกิส และเอ็มเร่ ชาน

หงส์เเดง โนแคร์ดราม่าแย่งกันยิงฟาวเลอร์ยันเรื่องขี้ปะติ๋ว

หงส์เเดง

ประเด็นอาการหัวร้อนของซาดิโอ มาเน่ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่องถึงความไม่พออกพอใจที่มาเน่อยู่ในตำแหน่งที่เอื้อต่อการได้ประตูมากกว่าทว่า(โมฮัมเหม็ด)ซาล่ากลับไม่ยอมจ่ายบอลให้ ซึ่งยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ร้อนถึงดาวยิงรุ่นพี่อย่างร็อบบี้ ฟาวเลอร์ต้องออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยอดีตกองหน้าเมืองทองยูไนเต็ดมองว่าเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำที่ซาล่ากระหายที่จะมีชื่อบนสกอร์บอร์ดอยู่เสมอ และเป็นเรื่องปกติของเกมฟุตบอลที่ไม่น่าจะต้องมาเสียเวลาหาบทสรุปกันแต่อย่างใด

“ ผมเห็นด้วยกับเจอร์เกน คล็อปป์นะตอนที่อาเดรียนเล่นพลาดแล้วเค้าบอกว่า ผมไม่แคร์หรอกตราบเท่าที่ทีมเราชนะ ฉะนั้นในเมื่อทีมยังชนะต่อเนื่องและนำเป็นจ่าฝูง ผมก็ไม่เห็นสาระที่เราจะมานั่งถามกันว่าทำไมคนนี้ไม่มีชื่อทำประตูละ ผมไม่ได้เข้าข้างใครนะ ผมให้เกียรติทั้งซาล่า และมาเน่ พวกเค้าคือนักเตะประเภทกระหายชัยชนะทั้งคู่ มันไปแปลกเลยที่เค้าจะหงุดหงิดเมื่อบอลมันไม่เป็นใจ ” อดีตกองหน้าหงส์แดงยุค90กล่าวเสริม

ฟาวเลอร์อดีตนักเตะ หงส์เเดง รับยอดดาวยิงหมกหมุ่นที่จะยิงด้วยตัวเองกันทั้งนั้น

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ผู้ที่เคยยิงให้หงส์เเดงไปถึง171ประตูยังได้ยืนยันว่าสัญชาตญาณที่แสดงออกมาของซาล่าไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด “ สิ่งที่กองหน้าที่ดีต้องสำนึกไว้ตลอดคือการทำประตู ซึ่งในแต่ละเกมบางทีโอกาสมันมีแค่ครั้งเดียว ฉะนั้นคุณต้องใส่ความมั่นใจลงไปอย่างเต็มที่ มันจึงทำให้กองหน้าที่ดีก็มักจะเลือกที่จะจบสกอร์ด้วยตัวเองอยู่เสมอ พวกเค้าไม่มีเวลามาพะวงกับเรื่องอื่นๆหรอก ”

“ ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องของการเห็นแก่ตัวนะ มันคือความมั่นใจในตัวเองต่างหาก และมันออกจะดีเสียด้วยซ้ำที่นักเตะมีทัศนคติแบบนี้ ต่อให้ซาเน่ไปอยู่ในตำแหน่งเดียวกับซาล่าก็ไม่มีอะไรการันตีนะว่าเค้าจะส่งบอลให้เพื่อน ของแบบนี้มันเล่นกันไปตามสัญชาตญาณ และทั้งคู่ต่างเป็นเพชรฆาตด้วยกันทั้งคู่  ”

“ ซาล่า และมาเน่ต่างเป็นผู้เล่นคนสำคัญ พวกเค้าเข้าขากันเป็นอย่างดี และการเล่นแบบคิดจะเล่นเอง ยิงเองมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะบอกได้ว่าคนไหนผิดคนไหนถูก มันเป็นส่วนหนึ่งของเกมฟุตบอล ในเวลาเดียวกันมันก็ทำให้เค้าทั้งคู่ต่างมีชื่อเป็นคนทำประตูกันอยู่บ่อยๆเช่นเดียวกัน ” ฟาวเลอร์ทิ้งท้าย

 

ยูเวนตุส เล็งเป้าเซ็นฟรีเพิ่มโดยเล็งไปที่สตาร์ดังพรีเมียร์ลีก

ยูเวนตุส

เรียกได้ว่าได้นักเตะฝีเท้าดีแบบฟรีไม่เคยขาดสำหรับไอ้ม้าลาย ยูเวนตุส ยอดทีมจากอิตาลี่ ซึ่งพวกเค้ามักอาศัยช่องว่างของนักเตะที่ใกล้หมดสัญญากับต้นสังกัดแล้วเลือกเสนอค่าเหนื่อยก้อนโตให้พิจารณาได้แบบสบายๆเนื่องจากเบียงโคเนรี่จะไม่ต้องเสียค่าตัวให้นักเตะนั้นเอง โดยก่อนหน้านี้พวกเค้าได้ทั้ง เอมเร่ ชาน,อารอน แรมซี่ย์ และอาเดรียน ราบิโอล มาร่วมทีมในรูปลักษณ์ของการเซ็นฟรีทั้งหมด นั่นทำให้แชมป์กัลโช่ชักติดใจและเล็งเป้าที่จะดำเกมในลักษณะนี้อีกครั้งในช่วงเปิดตลาดซื้อขายรอบครั้งต่อไป(ปีใหม่2020)

เอริคเซ่นเป้าหมายหลักของ ยูเวนตุส จากนั้นเล็งแข้งเชลซีและแมนยูเพิ่ม

1.คริสเตียน เอริคเซ่น(27ปี) โครตบอลของสเปนยกระดับฝีเท้าขึ้นมาเป็นเพลเมกเกอร์เบอต้นๆของวงการลูกหนังยุคปัจจุบัน ด้วยผลงานการสเปอร์สจบท็อปโฟว์มาตลอดในช่วงหลัง แถมยังเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึกUCLเมื่อซีซั่นที่แล้ว แต่ที่สำคัญคือนักเตะแสดงทีท่าชัดเจนว่าจะไม่ขยายสัญญากับต้นสังกัดย่างแน่นอน โดยมีทั้งบาเซโลน่า และแมนยูที่พร้อมจะแย่งตัวเอริคเซ่นเช่นกัน ทว่ายูเวนตุสก็ยังถือดีว่าจะสามารถหว่านล้อมให้จอมทัพชาวเดนมาร์กให้ยอมมาฝากอนาคตไว้ที่ตูรินได้

2.เนมานย่า มาติช(31ปี) กองกลางตัวรับที่ดูจะเป็นส่วนเกินกับแมนยูที่อาจจะดูเชื่องช้าลงไปบ้างสำหรับเกมฟุตบอลที่รวดเร็วอย่างพรีเมียร์ลีก สัญญาของนักเตะรายนี้จะหมดลงในซัมเมอร์หน้า แม้จะมีออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มได้แต่เชื่อว่าโซลชา(กุนซือแมนยู)น่าจะปล่อยตัวฟรีเสียมากกว่า และยูเวนตุสก็เชื่อว่ามาติชจะยังคงรับมือกับลีกอิตาลี่ได้สบายๆ ทำให้ยูเวนตุสหวังจะใช้ประสบการณ์ของมิดฟิลด์ชาวเซอร์เบียมาช่วยประคับประคองทีมในฐานะแข้งอะไหล่

3.วิลเลี่ยน(31ปี) ปีกชาวบราซิลเลี่ยนจำต้องทนอยู่กับเชลซีเนื่องจากทีมดังแห่งลอนดอนไม่สามารถซื้อผู้เล่นใหม่ได้เนื่องจากติดโทษแบน และวิลเลี่ยนก็ดึงเชงเรื่องสัญญาใหม่กับเชลซีมาโดยตลอด รวมไปถึงสถานะปัจจุบันที่เป็นเพียงตัวสำรองในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ก็ทำให้ทัพม้าลายเชื่อว่านักเตะดีกรีทีมชาติบราซิลน่าจะสนใจย้ายไปค้าแข้งในกัลโช่ เซเรียอาอย่างแน่นอน

4.เอริค ไบญี่(25ปี) กองหลังชาวไอวอรี่โครสต์เจ็บออดๆแอดๆจนไม่เคยได้ลงสนามกับแมนยูอย่างจริงจัง จนเชื่อว่าปีศาจแดงน่าจะปล่อยตัวนักเตะให้เป็นอิสระหลังหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์หน้า และม้าลายก็อยากลองวัดใจกับไบญี่ซักตั้ง เนื่องจากไบญี่อายุยังน้อยและอาจฝากผีฝากไข้ได้ในระยะยาว เนื่องจากกองหลังตัวหลักทั้งจอร์โจ้ เคียรินี่ และเลโอนาโด้ โบนุชชี่ต่างโรยรากันหมดแล้ว

 

 

หลุยส์เอ็นริเก้ เสียลูกที่ป่วยเป็นมะเร็งกระดูกด้วยวัยเพียง9ปี

หลุยส์เอ็นริเก้

หลุยส์ เอ็นริเก้อดีตผู้เล่นบาเซโลน่าต้องพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อชาน่าธิดาคนเล็กของตระกูลเอ็นริเก้ได้จากไปอย่างสงบหลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งกระดูกออสทีโอซาร์โคมาด้วยอายุเพียง9ขวบเท่านั้น “ ลูกสาวของเราต่อสู้อย่างเต็มที่แล้วตลอด5เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้ชาน่าจากไปอย่างสงบ เราต้องขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นคุณหมอ,พยาบาลและเจ้าหน้าที่อาสาทุกท่าน เราทุกคนจะจดจำรอยยิ้มของหนูตลอดไป ขอพระเจ้าทรงนำทาง ” เทรนเนอร์วัย49ปีกล่าวในวาระสุดท้ายของลูกสาว

โดยก่อนหน้านี้หลุยส์ เอ็นริเก้ยังคงมีตำแหน่งเป็นเทรนเนอร์ทีมชาติสเปน ทว่าทันทีที่ได้รับข่าวว่าลูกสาวของเค้าต้องประสบกับโรคร้าย เจ้าตัวก็ประกาศลาออกทันทีเพื่อหวังว่าจะทุ่มเทดูแลลูกสาวคนโปรด แต่ทว่าภายหลังจากทำการรักษาอย่างเต็มที่พวกเค้าก็ไม่อาจรักษาชีวิตของชาน่าไว้ได้ และปล่อยให้เธอจากไปอย่างสงบเมื่อช่วงบ่ายของวันที่29ส.ค.ที่ผ่านมา โดยทันทีที่ข่าวอันโศรกเศร้านี้ได้รับการเผยแพร่ออกไปกำลังใจในวงการลูกหนังก็ทะยอยส่งกลับมาให้หลุยส์ เอ็นริเก้และครอบครัวอย่างไม่ขาดสาย

รีลมาดริดมีสปริริตนำขบวนนักกีฬาส่งกำลังให้ หลุยส์เอ็นริเก้

แม้หลุยส์ เอ็นริเก้จะเคยสลัดสีเสื้อชุดขาวแล้วหันมารับใช้บาเซโลน่าจนกลายเป็นความบาดหมางระหว่างทั้งสองสโมสรมาช้านาน แต่ทว่ารีลมาดริดก็ยังส่งกำลังใจให้กับเอ็นริเก้อย่างเต็มใจ “ สโมสรรีลมาดริดขอส่งแรงใจไปยังครอบครัวเอ็นริเก้ให้ก้าวผ่านช่วงเวลาอันโหดร้ายนี้ไปให้ได้ ”ราชันย์ชุดชาวได้ทวิตต์ผ่านโลกออนไลน์จนทำให้ภายหลังนักเตะของรีลมาดริดอีกหลายรายก็ได้ส่งทวิตต์ส่งความปรารถนาดีให้เอ็นริเก้ตามมา

“ พี่ชายเข้มแข็งไว้นะ มันเป็นเรื่องเศร้าของพวกเราทุกคนและผมขอส่งกำลังใจให้คุณและครอบครัวครับ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ” เซคิโอ รามอสกองหลังกัปตันทีมรีลมาดริดทวิตต์

“ ในฐานะคนเป็นพ่อแล้วมันคงเจ็บปวดมากเลย ผมไม่รู้เหมือนกันจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร แต่ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ ” อิสโก้ทวิตต์

ดาวยิงบาซ่าอย่างหลุยส์ ซัวเรสก็ได้แสดงความเสียใจกับเรื่องนี้เช่นกัน “ มันเป็นช่วงเวลาที่แสนปวดร้าวของครอบครัวเอ็นริเก้ ผมขอให้ชานิต้าไปสู่สุคติ และขอส่งเติมพลังและความเข้มแข็งให้หลุย เอ็นริเก้สำหรับช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ ”

นักเทนนิสอย่างราฟาเอล นาดาลก็ยังได้ร่วมไว้อาลัยกับเค้าด้วยเช่นกัน “ ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเกิดกับครอบครัวผมเองผมจะผ่านมันไปได้อย่างไร เข้มแข็งไว้นะครับ ”

 

ปีศาจแดง หาที่ลงหลังพ่ายพาเลซ1-2โดยพุ่งเป้าไปที่เจสซี่ลินการ์ด

 

ปีศาจแดง

ก่อนหน้านี้โลเมรู ลูกากูอดีตแข้งผีแดงได้เคยออกมาตำหนิแฟนบอลปีศาจแดงว่าชอบหาแพะในการระบายอารมณ์หากทีมทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจ โดยเจ้าตัว(ลูกากู),อเล็กซิส ซานเชส และปอล ป็อกบา กระทั่งผลการแข่งขันเมื่อสุดสัปดาห์ที่แมนยูพ่ายคริสตัลพาเลซคาบ้านไป1-2 คำบอกเล่าของกองหน้าชาวเบลเยี่ยมก็เห็นผลทันที เนื่องจากหลังจบเกมกระแสการตำหนิเจสซี่ ลินการ์ดก็ครุกรุ่นขึ้นมาทันที

เจสซี่ ลินการ์ดยังคงได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกับแมนยูต่อไป แม้สถิติก่อนหน้าจะย่ำแย่เพราะไม่มีทั้งการทำประตู,ไม่มีการทำทางมาเลยนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปี2019 และผลงานในนัดล่าสุดก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเมื่อมิดฟิลด์เลือดผู้ดีไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับทีมได้เลยและถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่56เพื่อให้เมสัน กรีนวู๊ดแข้งรุ่นน้องลงมาเปลี่ยนเกมแทน ซึ่งสร้างความโกรธเคืองไปยังหมู่แฟนบอลปีศาจแดงเป็นอย่างมาก โดยพวกเค้ามองว่าการส่งลินการ์ดลงสนามนั้นเป็นการเสียเวลาเปล่า ทั้งยังตำหนิโอเล่ กุนน่า โซลชาว่าเอาแต่โอ๋ลินการ์ดจนทีมต้องขายหน้าคาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ลินการ์ดไร้ตัวตันไม่ต่างกับอเล็กซิสแต่โซลชานายใหญ่ ปีศาจแดง กลับเข็นลงสนาม

   ครั้งสุดท้ายที่เจสซี่ ลินการ์ดมีทำผลงานได้เป็นชิ้นเป็นอันก็ต้องย้อนไปถึงเดือนธันวาคม2018ที่เค้าทำทางให้เพื่อนได้2แอตซิสต์กับยิง4ประตู ทว่านับจากนั้นลินการ์ดก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลงานในเกมรุกของทีมอีกเลย ซึ่งถือว่าจืดสนิทสำหรับผู้เล่นที่โอเล่ กุนน่า โซลชาไว้ใจให้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือหากเทียบแล้วอเล็กซิส ซานเชสที่ได้รับโอกาสเพียงน้อยนิดแต่ก็ทำผลงานได้ถึงหนึ่งประตูกับอีกสองแอตซิสต์นับแต่ตั้งต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งยังถือว่าสร้างผลงานได้เป็นชิ้นเป็นอันกว่าลินการ์ดเสียอีก

ในเวลานี้มีแฟนบอลปีศาจแดงจำนวนไม่น้อยที่ออกมาทวิตต์ขับไล่ลินการ์ดให้พ้นทีมหลังแม็ตซ์อัปยศครั้งล่าสุด โดยพวกเค้าต่างเห็นตรงกันว่าเจสซี่ ลินการ์ดไม่ดีพอที่จะรับบทเป็นตัวสร้างสรรค์เกมรุก และควรดร็อปออกจากทีมได้แล้ว ทว่าในส่วนของกุนซือปีศาจแดงอย่างโซลชากลับเห็นต่าง “ ถ้ายึดติดกับผลงานรูปธรรมใช่เค้าไม่ยิงและไม่มีแอตซิสต์ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าลินการ์ดไม่มีประโยชน์กับเกมของแมนยู คุณต้องไปยังภาพรวมแล้วคุณจะเห็นว่าเค้าทำผลงานไม่ได้แย่ และหากเค้ากลับมายิงประตูได้อีกครั้งความมั่นใจเค้าจะกลับมา และเราจะสนับสนุนลินการ์ดต่อไป ”

เอาก์สบวร์ก อ้าแขนรับแบ็คเก๋าลิชสไตเนอร์ร่วมก๊วนหนึ่งปีเต็ม

เอาก์สบวร์ก

 

สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์แบ็คขวาวัยดึก ได้ตอบรับโอกาสร่วมทีมเอาก์สบวร์กเป็นเวลา12เดือนเต็ม โดยฟูลแบ็คดีกรีรองแชมป์ยูโรป้าลีก(กับอาร์เซนอล)ซีซั่นที่ผ่านมา ยังคงไม่ยอมแขวนสตั๊ดแม้อายุจะย่างเข้า35กะรัตแล้วก็ตาม โดยลิชท์สไตเนอร์ต้องการที่จะสัมผัสบรรยากาศในลีกเยอรมันดูบ้าง หลังจากเค้าเคยค้าแข้งมาแล้วทั้งในศึกกัลโช่เซเรียอา,พรีเมียร์ลีก,ลีกเอิง และลีกสวิตเซอร์แลนด์ โดยอดีตแบ๊คขวาของอาร์เซนอลหวังว่าจะช่วยให้เอาก์สบวร์กอยู่รอดในศึกบุนเดสลีก้าได้สำเร็จอีกครั้ง

ลิชสไตน์เนอร์ขนประสบการณ์เต็มขั้นช่วยพา เอาก์สบวร์ก หนีตาย

เอาก์สบวร์กรอดพ้นการตกชั้นในศึกบุนเดสลีก้าซีซั่น2018/19อย่างหวุดหวิดด้วยการจบอันดับที่15ในตาราง โดยมีแต้มเหนือสตุทการ์ต(อันดับ16)เพียง4คะแนน และมาร์ติน ชมิดต์เทรนเนอร์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ก็หวังว่าคนบ้านเดียวกันอย่างลิชท์สไตเนอร์น่าจะช่วยให้ภารกิจต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในลีกเมืองเบียร์ลุ่ล่วงไปได้ด้วยดี เนื่องจากแบ็คขวารายนี้มีส่วนร่วมสำคัญที่นำพาอาร์เซนอลทะลุเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศในรายการยูโรป้าลีกส์ แต่น่าเสียดายที่ลิชท์สไตเนอร์ไม่ได้มีส่วนร่วมในนัดชิง อีกทั้งปืนใหญ่ก็พ่ายแพ้ต่อเชลซีไปอย่างหมดรูป1-4 ได้เพียงรองแชมป์เท่านั้น

ทว่าด้วยโอกาสลงเล่นกับทีมปืนโตแห่งลอนดอนที่ไม่มากนัก จะสะสมโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้เพียง10นัด ก็ทำให้สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ประกาศแยกทางกับอาร์เซนอล และกลายเป็นนักเตะอิสระตั้งแต่นั้นมา จนมาร์ติน ชมิดต์โค้ชชาติเดียวกันกับลิชท์สไตเนอร์ตัดสินใจดึงตัวมาช่วยงาน โดยกุนซือวัย52ปีหวังจะพึ่งพาความเก๋าและประสบการณ์ของฟูลแบ็คจอมเก๋ารายนี้เพื่อประคองทีมเอาก์สบวร์กให้อยู่รอดไปอีกซีซั่น เนื่องจากพวกเค้าประเดิมนัดแรกในศึกบุนเดสลีก้าด้วยการพ่ายแพ้ต่อโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ไป1-5 และรั้งอับดับรองบ๊วยอยู่ในขณะนี้

ครั้งหนึ่งสเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์เคยถูกจับตามองว่าเป็นฟูลแบ็คที่มีฝีเท้าฉกาจเบอร์ต้นๆของยุโรป ด้วยลีลาการเติมเกมรุกที่ดุดัน และความเหนียวแน่นในเกมรับที่ไม่น้อยหน้า จนแม้กระทั้งยูเวนตุสยังต้องคว้าตัวมาร่วมทัพ โดยภายหลังจากลงเล่นให้เบียงโคเนรี่ไป257เกม ลิชท์สไตเนอร์ก็ประสบความสำเร็จในการคว้ามแชมป์กับไอ้ม้าลายอย่างมากมาย ไล่ตั้งแต่แชมป์กัลโช่เซเรียอา7สมัย,แชมป์โคปาอิตาเลีย5สมัย(ได้กับลาซิโอ1สมัย)และซุปเปอร์โคปาอิตาเลียอีก3สมัย

ลิเวอร์พูล ยันไม่ช็อปเพิ่มไม่ได้แปลว่าทำผมงานดีกว่าเดิมไม่ได้

ลิเวอร์พูล

แม้จะมีผลประกอบการที่ดีชนิดผิดหูผิดตาจนทำให้ ลิเวอร์พูล จัดว่าเป็นทีมที่กำไรสูงสุดสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก ทว่าในแง่ของการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาช่วยทีม ปรากฏว่าหงส์แดงไม่ค่อยมีข่าวอัพเดตมากนัก จนทำให้โดนแฟนบอลทีมคู่แข่งปรามาศว่า เจอร์เกน คล็อปป์ คงไม่อาจทำผลงานได้แจ่มแจ๋วเหมือนซีซั่นที่ผ่านมา(ได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีก และได้แชมป์UCL)อีกแน่ หากยังเมินเฉยที่จะเสริมทัพในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล แต่กุนซือคนเก่งอย่าง คล็อปป์ กลับแย้งว่ากุญแจการขับเคลื่อนทีมให้บรรลุเป้าหมายนั้นไม่ใช่สักแต่ว่าทุ่มซื้อก็จะสมหวังได้ ทว่ายังมีปัจจัยอื่นๆอีกมาก และตนกับลูกทีมก็กำลังทำสิ่งเหล่านั้นกันอยู่

คล็อปป์นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ไม่สนทุ่มซื้อแต่หันไปเติมแท็กติกใหม่ๆให้กับลูกทีมแทน

   เรียกได้ว่าผลงานของ ลิเวอร์พูล กำลังไปได้สวย จนแฟนบอลหงส์แดงต่างเชียร์ให้ เจอร์เกน คล็อปป์ ทุ่มเสริมทัพในซีซั่นนี้เพื่อเป้าหมายในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว กระนั้นกุนซือชาวเยอรมันกลับมีความเห็นที่ต่างออกไป “ มันยากเสมอที่เราจะใช้เงินให้น้อยแต่ได้ผลลัพธ์ในสนามที่เราต้องการ แต่นั่นละมันคือความท้าทายในสายตาผม แน่นอนว่ามันมีโอกาสที่ดีกว่าแน่ถ้าคุณมีเงินให้ใช้แบบไม่หยุดสิ้น แต่ ลิเวอร์พูล เรามีแนวทางที่เจ๋งกว่านั้น ”

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของซีซั่นก่อน ลิเวอร์พูล ใช้เงินเสริมทัพถึง 170 ล้านปอนด์ ซึ่งส่วนทางกับซีซั่นนี้ที่ คล็อปป์ เพิ่งใช้เงินไปเพียง 1.3 ล้านปอนด์(ซื้อ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก )เท่านั้น “ การดึงผู้เล่นดีเข้ามาในทีมย่อมเป็นเรื่องดี แต่เราจะไม่มองข้ามเรื่องทีมสปริริตและการทำงานร่วมกันระหว่างโค้ชกับผู้เล่น ลิเวอร์พูล เองไม่เคยมองข้ามปัจจัยเหล่านี้ นั่นทำให้ปรีซีซั่นนี้เราต้องทำงานกันให้หนักขึ้น  เราไม่ใช่ทีมที่หลงระเริงแล้วคิดว่าชัยชนะเป็นเรื่องง่ายๆ ฉะนั้นผมบอกได้เลยว่าเราใช้เงินซื้อน้อยแต่ประสิทธิภาพของ ลิเวอร์พูล จะไม่ลดลงอย่างแน่นอน ”

อย่างไรก็ดี คล็อปป์ ก็ไม่ได้จะปิดประตูเรื่องการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่ซะทีเดียว “ หลายๆทีมมองการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เพื่อยกระดับการเล่นของทีมให้เอื้อต่อการประสบความสำเร็จ แต่สำหรับผม ลิเวอร์พูล อยู่ในระดับนั้นอยู่ แล้วมีแต้มตามหลังแชมป์(พรีเมียร์ลีก)แค่แต้มเดียว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ซื้อใครแล้ว เพียงแต่เราจะพิจารณาเรื่องการเสริมทัพอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสมเหตุสมผล ” ส่วนหนึ่งที่กุนซือชาวเยอรมันไม่เห็นด้วยกับซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาอย่างเดียว เพราะต้องการดันเด็กชุดเยาวชนให้ขึ้นมาทรอดแทรกทีมชุดใหญ่นั่นเอง

แมนยู ถีบส่ง!พร้อมเลหลังดาเมียนในราคาลดสะบั้นหั่นแหลก

แมนยู

ฟูลแบ็คจอมดวงตกของ แมนยู น่าจะได้เก็บข้าวของออกจากเกาะอังกฤษในไม่ช้า เมื่อรายงานจากอังกฤษยืนยันแล้วว่าเจ้าตัวไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โอเล่ กุนน่า โซลชา อีกต่อไป และปีศาจแดงมีความตั้งใจจะขายดาวเตะวัย 29 ปีออกไปจากทีมให้เร็วที่สุด เนื่องจากตัวนักเตะเองก็เหลือสัญญากับสโมสรอีกไม่ถึง 12 เดือนเต็ม ซึ่งแน่นอนว่าสโมสรใหม่ของ ดาเมียน ก็น่าจะเป็นทีมใดซักทีมในอีตาลี่ ลีกบ้านเกิดของเค้านั่นเอง

ดาเมี่ยนโพล่งก็ไม่ได้ลงเล่นให้ แมนยู เลยจะไปขุดฟอร์มเทพจากไหนมาโขว์

ทั้งๆที่ มัตเตโอ ดาเมียน ถูกตั้งความหวังว่าจะมาเติมเต็มเกมในฝั่งฟูลแบ็คให้กับทีมตั้งแต่สมัยของกุนซือ หลุยส์ ฟาลกัล ทว่ากาลเวลาเปลี่ยนผลัดผู้จัดการทีมไปอีกหลายคน(โชเซ่ มูริณโญ่ และโอเล่ กุนน่า โซลชา)แต่ชะตากรรมของเจ้าตัวก็ยังคงเดิมนั่นก็คือนั่งเฝ้าที่มัตเตโอ ดาเมียน ม้านั่งสำรองซะส่วนใหญ่ กระทั่งตอนนี้ ดาเมียน อยู่กับ แมนยู มาแล้วทั้งสิ้นสามซีซั่นแต่ได้รับโอกาสลงสนามเพียง 92 นัดเท่านั้นและยิงได้แค่ประตูเดียว สรุปภาพรวมได้ว่าดับสนิทไม่มีสิทธิ์ลืมตาอ้าปากได้เลย อันนำไปสู่แผนการในการจะปล่อยตัวอดีตผู้เล่นกระทิงหินให้พ้นทีมก่อนนักเตะจะหมดสัญญา(เท่ากับเสียฟรี แมนยู จะไม่ได้อะไรเลย)

ดาเมี่ยน เองก็มักจะบอกเสมอว่าเค้าต้องการเพียงแค่ได้ลงสนามเท่านั้น และไม่แคร์ว่าจะเป็นทีมไหน “ เมื่อคืนไม่ได้ลงเล่นนานๆ มันยากมากที่คุณจะได้โอกาสเพียง10-20นาทีก่อนหมดเวลา แล้วเวลาแค่นั้นจะทำให้คุณสร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันได้ ผมก็ทราบดีว่าผมยังไม่อยู่ในฟอร์มที่ดี แต่ตราบเท่าที่ยังไม่ได้ลงเล่นสม่ำเสมอมันก็ไม่มีทางจะดีไปกว่านี้ได้ ผมต้องการแค่นั้นละ แค่ได้ลงเล่นฟุตบอล ได้สนุกกับมันอีกครั้ง ” เรียกได้ว่าน่าเห็นใจเหมือนกันสำหรับแข้งเลี่ยนรายนี้ ที่มองดีๆก็เหมือนเค้าจะถูก แมนยู ดองจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว กระนั้นเองสื่อในแดนผู้ดีก็ยังเผยว่า ดาเมียน ได้รับความสนใจจากทั้งยูเวนตุสและอินเตอร์

แม้ว่า แมนยู จะจ่ายค่าตัวไปกับ มัตเตโอ ดาเมียน ถึง 12.7 ล้านปอนด์ก็ตาม ทว่าปัจจุบันเจ้าตัวไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่เข้าตาใดๆ จนเป็นที่คาดการว่า แมนยู อาจตัดใจพิจารณาที่จะปล่อยยืมตัวแข้งรายนี้ออกไปเป็นเวลาหนึ่งซีซั่นเพื่อเป็นการแบ่งเบาค่าเหนื่อยราว 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งไอเดียนี้อาจทำให้อะไรๆลงเอยได้ง่ายขึ้น เพราะค่าเหนื่อนจำนวนดังกล่าวไม่น่าเกินกำลังของทั้งทีมม้าลายและงูใหญ่

เชลซี โดนโห่ยับหลังประกาศมอบหมายเลข10ให้วิลเลี่ยนไปครอบครอง

เชลซี

บรรยากาศในทีม เชลซี ช่วงปรีซีซั่นนี้แลดูไม่ค่อยพิศมัยซักเท่าไหร่นัก เมื่อทีมเพิ่งจะเสียนักเตะที่เป็นทุกอย่างของทีมอย่าง  เอแด็นอาซาร์ออกไป,ถูกแบนห้ามซื้อขายผู้เล่น แถมฟอร์มอุ่นเครื่องปรีซีซั่นก็ไม่ได้เรื่องอีกต่างหาก ความอัดอั้นตันใจนี้เองที่ทำให้แฟนบอลเริ่มไม่สบอารมณ์

และเมื่อล่าสุดทางสโมสรได้ประกาศมอบเสื้อหมายเลข 10 (เบอร์เดิมของ เอแด็น อาซาร์)ให้กับ วิลเลี่ยน สาวกเดอะบริดจ์จึงไม่ประทับใจและต่างไม่เชื่อน้ำยาว่าดาวเตะแซมบ้าจะสามารถทำผลงานทดแทนขวัญใจคนเดิม(อาซาร์)ของพวกเค้าได้

วิลเลี่ยนปีก เชลซี ยิ้มร่ายันมีประสบการณ์ดีๆกับเสื้อเบอร์10มาก่อนหน้าแล้ว

แม้ก่อนหน้านี้วิลเลี่ยนจะเคยตั้งคำถามถึงท่าทีของ เชลซี ว่าจะเอายังไงกันแน่หลังเค้าเหลือสัญญากับทีมอีกเพียงไม่ถึง 12 เดือน ทว่าภายหลังจากสิงห์บลูนอกจากจะมอบสัญญาฉบับใหม่ให้ตามต้องการยังได้ตัดสินใจมอบหมายเลข 10 ให้กับเค้าอีกต่างหาก ซึ่งก็ทำให้ปีกบราซิลเลี่ยนรู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย

เพราะเจ้าตัวได้ทวิตต์ถึงความตื้นตันใจที่จะได้รับสืบทอดหมายเลข 10 ในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ “ เสื้อหมายเลข 10 มันมีความหมายเสมอ และตอนนี้ผมกำลังจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 10 ลงเล่นให้เชลซี

แน่นอนว่ามันสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เชลซีมอบให้กับผม และผมมีประสบการณ์ที่ดีในหลายๆครั้งกับมัน ตอนเด็กๆผมก็เตะบอลกับเพื่อนด้วยเสื้อเบอร์ 10 รวมถึงสมัยอยู่กับโครินเธียนผมก็ใช้เบอร์ 10 มาแล้วเช่นกัน ” นักเตะวัย 30 กะรัตกล่าวอย่างดีใจ

แต่ดูเหมือนแฟนบอล เชลซี จะไม่เห็นดีเห็นงามกับการนี้หลังจากมีแฟนบอลจำนวนหนึ่งเค้าไปตอบในโลกโซเชียลอย่างแสบสัน ไม่ว่าจะเป็น การปรามาศว่าวิลเลี่ยนเล่นให้เชลซีมา 6 ซีซั่นและยิงได้เพียง 28 ประตู(สวนทางกับอาซาร์ยิงไป 110 ประตู จากการลงเล่น 7 ซีซั่น)ด้วยผลงานแค่นี้มันตลกสิ้นดีที่จะได้สวมเสื้อเบอร์ 10 ส่วนแฟนบอลอีกรายก็ประชดว่าการมอบเสื้อให้กับ วิลเลี่ยน ในครั้งนี้เป็นแผนการการเพิ่มมูลค่าให้นักเตะที่ เชลซี วางหมากเอาไว้ และน่าจะขายทิ้งในซีซั่นต่อไป

ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็ออกจะอคติกับวิลเลี่ยนเกินไปหน่อย เพราะปัจจุบันเจ้าตัวก็ได้รับโควต้าเสื้อเบอร์ 10 ในทีมชาติบราซิลชุดที่เพิ่งผงาดคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2019 ด้วยนั่นเอง อย่างไรก็ตามแฟนบอล เชลซี จำนวนไม่น้อยก็เข้าใจดีกับสถานกานี้เรื่องจากสโมสรเองก็ไม่มีทางเลือกมากนักเนื่องจากอยู่ในช่วงถูกลงโทษห้ามทำการซื้อขายผู้เล่นอยู่ในช่วงซีซั่นนี้

กอสเซียนี่ หมดใจป่วนแคมป์ปืนหลังปฏิเสธเดินทางร่วมทัวว์ปรีซีซั่น

กอสเซียนี่

ชักยังไงๆเสียแล้วสำหรับสปริริตในถิ่น เอมิเรตส์ สำหรับอาร์เซนอล เมื่อล่าสุดรายงานระบุว่า โลร็อง กอสเซียนี่ กัปตันจอมเก๋า ได้งัดข้อกับ อูไน เอเมรี่ ด้วยการไม่แยแสที่จะเดินทางไปร่วมทัวว์ปรีซีซั่นกับทีม โดยเชื่อว่าแนวรับเลือดน้ำหอมพยายามเล่นเกมเพื่อหวังให้ทีมปล่อยตัวเพื่อกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิด แม้ว่าจะยังเหลือสัญญากับทีมอีกราว 12 เดือนก็ตาม

แม้ครั้งหนึ่ง โลร็อง กอสเซียนี่ จะเคยเป็นกองหลังที่เนื้อหอมอันดับต้นๆของยุโรป ทว่าด้วยวัยที่มากขึ้นกรปรกับอาการบาดเจ็บที่รบกวนบ่อยครั้ง ทำให้ดาวเตะวัย 33 ปี แทบไม่มีส่วนร่วมกับทีมในระยะหลัง แถมเมื่อยามได้ลงเล่นก็มักจะทำผลงานได้อย่างไม่น่าประทับใจ จนกลายเป็นบ่อน้ำมันในเกมรับของทีมอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้โดน โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอสและชโคดาน มุสตาฟี่ แย่งตำแหน่งตัวจริงไปเป็นที่เรียบร้อย และเจ้าตัวก็แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ขยายสัญญากับทีมต่อไปอย่างแน่นอน หลังจากได้รับโอกาสลงเล่นในซีซั่นที่ผ่านมาเพียง 29 เกมจากทุกรายการ

โดยข่าววงในระบุว่า กอสเซียนี่ นั้นหัวเสียกับปัญหาอาการบาดเจ็บและสภาพร่างกายในระยะหลัง จนทำให้ถูกลดบทบาทจากแข้งหลักของทัพปืนใหญ่ มาเป็นเพียงแข้งอะไหล่ และนั่นทำให้เจ้าตัวรู้สึกอยากกลับไปใช้ชีวิตค้าแข้งในประเทศฝรั่งเศสให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยการแข็งข้อกับเจ้านายอย่าง อูไน เอเมรี่ เพื่อหวังผลที่จะให้สโมสรยอมยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดนั่นเอง (กอสเซียนี่มีสัญญากับอาร์เซนอลถึง มิ.ย. 2020) และหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้เจ้าตัวยุติผลงานการรับใช้ปืนใหญ่ไว้ที่ 9 ปี หลังจากลงเล่นให้ทีมไป 255 นัดและทำสกอร์ได้ 22 ประตู

อาร์เซนอล ยุคใหม่ของ อูไน เอเมรี่ กำลังมีปัญหาเกี่ยวทีมสปริริตเสียแล้วเมื่อดูเหมือนว่า อะไรๆก็ไม่เข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็น จอมทัพอย่าง เมซุต โอซิล ก็โดนจับดองเพื่อบีบให้ย้ายทีมออกไป,โอบาเมยอง ก็ลบรูปเกี่ยวกับสโมสรออกจากอินสตาแกรมส่วนตัว ล่าสุดนักเตะที่รับใช้ทีมมาอย่างยาวนานอย่าง โลร็อง กอสเซียนี่ ก็ยังเอากับเค้าด้วย ด้วยการไม่แยแสที่จะเดินทางไปทัวว์กับทีม ซึ่งแฟนบอลกันเนอร์ต่างวิตกเหลือเกินว่าผลงานในซีซั่นใหม่จะน่าประทับใจแค่ไหน หลังจากจบซีซั่น 2018 ด้วยการไม่ได้แชมป์รายการใดเลย แม้ว่าจะได้มีโอกาสเข้าชิงในถ้วยยูโรป้าลีกก็ตาม ทว่าก็พ่ายแพ้ให้กับคู่ปรับร่วมเมืองอย่างเชลซีอย่างหมดรูป 1-4

แลมพาร์ด ประเดิมบู่คุมสิงห์เจ๊าทีมสก็อต อาจผ่านมาแล้วผ่านไป?

แลมพาร์ด

ท่ามกลางคำเรียกร้องจากเหล่าแฟนบอล เชลซี ที่อยากเห็นอดีตขวัญใจอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการ จนหลายคนเชื่อว่าอดีตกองกลางคนเก่งรายนี้ละ ที่จะนำพาทีมกลับมาอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ทว่าผลงานกระประเดิมคุมทีมของเค้ากลับดูไม่สดใสเอาเสียแล้ว เมื่อทำได้แค่เสมอกับโบฮีเมี่ยนส์ ทีมระดับกลางๆของสกอตแลนด์ไปอย่างไม่น่าประทับใจ 1-1 เท่านั้น

แฟรงค์ แลมพาร์ด ก้าวเข้ามาแทนที่ของกุนซือ เมาริซิโอ ซาร์รี ที่เพิ่งแยกทางกับทีมไป(ทั้งที่ได้แชมป์ยูโรป้าเสียด้วย) โดยนักวิเคราะห์ในอังกฤษมองว่าสาเหตุที่ ซาร์รี่ ประสบคือ ผู้เล่นในทีมที่ไร้สปริริตและขาดความกระตือรือร้นเท่าที่ควร

ซึ่งเป็นปัญหาที่สิงห์บลูต้องเจอภายหลังจากที่ทีมขาดนักเตะซีเนียร์อย่าง จอนห์ เทอรี่ และแฟรงค์ แลมพาร์ด จนทำให้ในที่สุด เชลซี ก็หวังจะใช้เครดิตเมื่อครั้งยังเป็นผู้เล่นของ แลมพาร์ด เพื่อสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวให้กับทีมอีกครั้ง แม้เจ้าตัวจะเพิ่งมีประสบการณ์ในการคุมทีมในระดับแชมเปี้ยนชิพอย่าง ดาร์บี้ เคาร์ตี้ เท่านั้น

และดูเหมือนว่าเครื่องหมายคำถามจากหมู่นักวิจารณ์ก็ทำท่าจะเข้าเค้าเสียด้วย เมื่อ เชลซี ในยุคของ แลมพาร์ด เปิดตัวกันด้วยการต่อบอลที่ยังไม่ไหลลื่น เกมรุกที่ไม่เฉียบขาด และเกมรับที่ขาดการสื่อสารกัน จนถูก โบฮีเมี่ยนส์ ไล่ตีเสมอได้ในเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุดที่ผ่านมา จนแฟนบอลเชลซีเองก็เริ่มหวั่นใจถึงโอกาสที่จะต่อสู่กับทีมอื่นๆในหัวตารางของพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ โดยอีกเหตุผลสำคัญที่ เชลซี ยังรู้สึกไม่มั่นใจมีผลมาจากการเสียจอมทัพอย่าง แอร์แดน อาซาร์ ไปให้กับ รีล มาดริด และยังไม่มีการเซ็นสัญญาแข้งดังเข้ามาแทนที่แต่อย่างใด

ทั้งนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด เองนอกจากจะต้องเร่งหาตำแหน่ง 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุดให้เจอก่อนเปิดฤดูกาลแล้ว ในเวลาเดียวกันเจ้าตัวยังต้องออกแรงในตลาดซื้อขายผู้เล่นอีกด้วย ซึ่งก็ไม่มีอะไรการันตีว่าจะได้แข้งสตาร์มาร่วมทัพ เนื่องจากเวลานี้

เชลซี แทบจะใช้บุคลากรสายเลือดใหม่ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ประธานเทคนิคอย่าง ปีเตอร์ เช็ก ที่เพิ่งแขวนถุงมือเมื่อซีซั่นก่อน ซึ่งแน่นอนว่า เช็ก เองก็ยังไม่น่าจะมีเครดิตหรือเครือข่ายที่จะเข้าถึงผู้เล่นซุปเปอร์สตาร์มากนัก แต่เป็นการอวยตำแหน่งผ่านสายสัมพันธ์สโมสรเสียมากกว่า(เช็กคือผู้รักษาประตูขวัญใจของเชลซี) และนี้เองที่ทำให้บ่อนพนันแดนผู้ดีต่างพร้อมใจกันยกให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ขึ้นแท่นกุนซือที่จะโดนปลดรายแรกของซีซั่น 2019/20