มาติช ยังไม่ฟันธงเกี่ยวกับอนาคตในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ด

มาติช

เนมานย่า มาติชกองกลางตัวเก๋าของแมนยูฯได้ออกมาให้ความเห็นว่าเจ้าตัวก็ไม่มั่นใจว่าซีซั่นหน้าจะยังได้รับใช้ทีมต้นสังกัดต่อไปหรือไม่ แม้ว่าช่วงเดือนที่ผ่านมากองกลางชาวเซอร์เบียจะได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องก็ตาม

มิดฟิลด์วัย31กะรัตคลงเล่นให้ปีศาจแดงไปแล้วถึง104นัด แต่เจ้ากลับมีสัญญาอยู่กับทีมถึงแค่สิ้นเดือนมิถุนายนนี้เท่านั้น นั่นแปลว่ามีโอกาสไม่น้อยที่มาติชจะย้ายออกแบบไร้ค่าตัวหลังจบฤดูกาล แล้วเมื่อถูกถามเรื่องอนาคตมาติชก็ได้แค่ตอบชนิดแบ่งรับแบ่งสู้เท่านั้น “ ความตั้งใจของผมคือการอยู่รับใช้ยูไนเต็ดต่อไปเรื่อยๆ แต่สัญญากำลังจะหมด ผมทำได้เพียงรอดูท่าที่สโมสร แต่ถ้ามันไม่เป็นไปตามคิดผมก็คงต้องไป ผมไม่สามารถบอกคุณได้ว่ามีทีมไหนบ้างที่ติดต่อเข้ามา ”

สื่อในอังกฤษต่างระบุตรงกันว่าอันที่จริงมาติชได้รับข้อเสนอจากหลายสโมสรนับตั้งแต่ปีใหม่ แต่เจ้าตัวต้องการที่จะถกกับแมนยูฯให้แน่ชัดเสียก่อน “ มันเป็นเรื่องปกติที่ผู้เล่นของยูไนเต็ดจะได้รับความสนใจจากสโมสรอื่นๆ แต่ผมยังไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องนี้ ” มาติชชี้แจง

โอเล่ใจอ่อนเรียก มาติช เข้าคุยเรื่องต่อสัญญาฉบับใหม่แล้ว

ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกมาติชนั้นฟอร์มตกจนหลุดเป็นตัวสำรองซ้ำร้ายยังมีอาการบาดเจ็บรบกวนถาโถมเข้ามาอีก แต่โชคชะตาก็ขีดเขียนให้ปอล ป็อกบา และสก็อต แม็คโทมิเน่ย์ตัวหลักในแดนกลางต้องมาร้างสนามไปในช่วงก่อนปีใหม่จนกลายเป็นโอกาสให้มาติชที่กลับมาฟิตสมบูรณ์ได้รับส้มหล่นไปโดยปริยาย แถมเมื่อได้รับโอกาสลงสนามเจ้าตัวก็กลับมามีฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งอีกครั้ง ซ้ำยังสามารถยิงประตูพิชิตแมนซิตี้ในศึกคาราบาวคัพได้อีกต่างหาก(แม้จะได้รับใบแดงด้วยก็ตาม) แล้วผลงานในช่วงนี้เองที่ทำให้โซลชาวางแผนที่จะคุยสัญญาฉบับใหม่กับอดีตมิดฟิลด์เชลซี

“ มาติชเป็นนักเตะมากประสบการณ์ ยูไนเต็ดกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่าย เราจำเป็นต้องมีผู้เล่นแบบนี้ในทีม เค้าอาจไม่ได้ในช่วงฟอร์มดีที่สุด แต่ก็ถือว่าเป็นนักเตะที่มีฟอร์มคงเส้นคงวากว่าใครเพื่อน นั่นจึงทำให้มาติชมีความสำคัญต่อทีม เค้ามีทั้งความเป็นผู้นำ และความเป็นมืออาชีพ เราคาดหวังให้คนอื่นๆดูเค้าเป็นแบบอย่าง ”

“ ตอนนี้เอเยนต์กำลังหารือกับสโมสรเรื่องสัญญาใหม่ ผมยืนยันว่าเรากำลังดำเนินการต่อสัญญากับเนมานย่า มาติช ผมหวังว่ามันจะเรียบร้อยในไม่ช้า ” โซลชาให้คำมั่น

ไทเลอร์ แข้งไลป์ซิกจ่อคัมแบ๊คติดทีมชาติมะกันในรอบ1ปี

ไทเลอร์

บางทีการได้อยู่สังกัดสโมสรที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นก็สร้างโอกาสดีให้กับผู้เล่นได้มากมาย แล้วเงื่อนไขที่เกริ่นมาก็คือชะตากรรมของไทเลอร์ อดัมส์ดาวเตะสารพัดประโยชน์ของแอร์เบ ไลป์ซิกที่เพิ่งจะกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงได้ไม่นาน แต่ก็ส่อแววที่จะถูกเรียกตัวกลับไปรับใช้ทีมชาติสหรัฐฯชุดใหญ่กับเค้าแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวไม่ส่วนร่วมกับแคมป์ทีมชาติมาแล้วกว่า10เดือน

ไทเลอร์ อดัมส์ประสบปัญหาบาดเจ็บเรื้อรังจนทำให้แทบไม่ได้ลงเล่นให้กับไลป์ซิกเลยในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก แต่ภายหลังจากที่กลับมาฟิตอีกครั้งดาวเตะวัย20กะรัตก็ถูกจูเลี่ยน นาเกลส์มันน์จับลงสนามอย่างต่อเนื่อง แล้วเจ้าตัวก็ถือว่าช่วยทีมได้ในหลายบทบาท เพราะ3เกมหลังสุดเจ้าตัวลงเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา,มิดฟิลด์ตัวรับ และปีกขวาซึ่งเรียกว่าไม่ซ้ำกันเลย และผลงานเพียงเท่านี้ก็ดูมากพอที่จะทำให้เคร็ก เบอร์ฮัตเลอร์กุนซือทีมชาติสหรัฐฯเรียกตัวกลับมาติดธงอีกครั้ง

ส่วนสำคัญที่จุดประกายให้ไทเลอร์ อดัมส์กลับมามีลุ้นติดทีมชาติก็ยังเป็นผลมาจากอันดับในตารางของไลป์ซิกด้วย เนื่องจากในเวลานี้พวกเค้าขึ้นนำเป็นจ่าฝูงบุนเดสลีก้า ด้วยมี40แต้มซึ่งเหนือกว่าทีมอย่างบาเยิร์น มิวนิค และโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์

เบอร์ฮัตเลอร์เกริ่นอยากให้ ไทเลอร์ รับใช้ชาติในพื้นที่แดนกลาง

แม้ว่าอดัมส์จะเล่นได้ในหลากลายตำแหน่ง ทว่าเคร็ก เบอร์ฮัตเลอร์ก็อยากให้นักเตะปักหลักรับใช้ทีมชาติในแดนกลางมากกว่า “ ไทเลอร์อยู่ในสายตาของเรา(ทีมชาติสหรัฐฯ)มาโดยตลอด เค้าห่างหายไปนาน แต่ตอนนี้เค้ากลับมาแล้ว เมื่อไทเลอร์ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอเค้าก็ควรได้รับโอกาส แต่ผมอยากใช้งานเค้าตรงกลางสนามมากกว่า ”

“ ที่แล้วมาไมเคิล แบร็ดลี่ย์ กับวิล แทร็ปประสานงานกันได้อย่างดี แต่ผมก็อยากลงอะไรใหม่ๆดูบ้าง อย่างไรก็ตามเราต้องประเมินเรื่องนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง มันขึ้นอยู่กับไทเลอร์ว่าจะปรับตัวได้ดีแค่ไหน ทีมชาติสหรัฐอเมริกาพอใจที่จะได้ร่วมงานนักเตะมีความยืดหยุ่น(เล่นได้หลากตำแหน่ง) แต่แผนหลักของเราคือผลักดันไทเลอร์ในฐานะตัวเลือกแดนกลาง ”

การที่ต้องโยกไทเลอร์ อดัมส์ไปลุ้นแย่งโควตาแดนกลางนั้น ส่วนหนึ่งก็ผลมาจากพวกเค้ามอบตำแหน่งแบ๊คขวาถาวรให้กับดิอันเดร เยดลินไปแล้วนั่นเอง “ ตอนนี้พื้นที่ฟูลแบ็คนั้นลงตัวแล้ว ฉะนั้นเราจะพิจารณาโอกาสใช้งานไทเลอร์ในพื้นที่ตรงกลางสนามเป็นหลัก เราเชื่อมั่นในศักยภาพของเค้า ”

ซูโซ่ ย้ายกลับไปค้าเเข็งที่บ้านเกิดกับเซบีญ่าด้วยสัญญายืมตัว18เดือน

ซูโซ่

หลังจากปล่อยตัวให้อยู่ในช่วงอึดอัดมานาน ในที่สุดซูโซ่แนวรุกตัวเก่งของมิลานก็ได้ย้ายกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดเสียที ด้วยการตกลงสัญญายืมตัวกับเซบีญ่าเป็นเวลาปีครึ่ง

เอซีมิลานได้แถลงการณ์ถึงการย้ายออกของกองกลางชาวสเปน “ เราได้บรรลุข้อตกลงที่จะให้ซูโซ่ย้ายไปช่วยงานเซบีญ่าแบบยืมตัวเป็นเวลา18เดือน ซูโซ่ทุ่มเทกับเรามาโดยตลอด เรายังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่นี่คือเส้นทางที่เค้าต้องก้าวต่อไป สโมสรมิลานหวังว่าเค้าจะมีช่วงเวลาที่ดีในสเปน ” ทั้งนี้รายงานยังเปิดเผยว่าปีศาจแดงดำแห่งอิตาลี่จะได้เงินจากดีลนี้ราว22ล้านยูโร

ซูโซ่มีข่าวลือว่าต้องการย้ายออกจากถิ่นซาน ซิโร่พักใหญ่ แล้วฟอร์มการเล่นในซีซั่นนี้ออกทะเลไปไกลเนื่องจากหลังการลงสนาม17นัดรวมทุกรายการเจ้าตัวกลับพังประตูได้แค่เม็ดเดียวเท่านั้น จนทำให้กุนซือสเตฟาโน่ ปิโอลี่ไม่ชอบใจอย่างแรง โดย3นัดหลังสุดในกัลโช่ ซูโซ่ก็มีชื่อแค่เพียงตัวสำรองข้างสนามที่ไม่ถูกใช้งานเท่านั้น ก่อนจะเลือกย้ายไปสวมเสื้อหมาย14ของทีมเซบีญ่าในลีกสเปน

สื่อเลี่ยนเผยมิลานไม่ปลื้ม ซูโซ่ ตั้งแต่ก่อนปลดจามเปาโลแล้ว

ให้หลังการจากไปของดาวเตะชาวสเปน สื่ออิตาลี่ก็ออกมาแฉตามหลังว่าผู้หลักผู้ใหญ่ของเอซีมิลานไม่พอใจทัศนคติของซูโซ่มาตั้งแต่ต้นฤดูกาลแล้ว จึงเป็นเหตุให้ซูโซ่ต้องหยุดสถิติลงเล่นให้มิลานไว้ที่153นัด พร้อมกับยิงได้24ประตู

ในช่วงเปิดฤดูกาลที่ผ่านมาที่มิลานยังใช้งานกุนซือมาร์โก้ จามเปาโลอยู่นั้น ซูโซ่ได้ออกมาวิจารณ์การทำงานของผู้จัดการทีม และแม้ว่าในภายหลังจามเปาโลจะถูกไล่ตะเพิดออกจากทีมไป แต่ทีมบริหารก็มองว่ากองกลางวัย26ปีนั้นขาดความเป็นมืออาชีพ ยิ่งเมื่อมาบรรจบกับฟอร์มการเล่นที่ไม่ได้หวือหวาอะไรอยู่เป็นทุน ก็ทำให้พวกเค้าปล่อยตัวนักเตะรายนี้ให้กับเซบีญ่าอย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่จริงๆมิลานกำลังต้องการผู้เล่นเก่งๆไว้ช่วยไต่อันดับเพื่อขึ้นไปคว้าโควต้าถ้วยยุโรป และฝีเท้าระดับซัวโซ่ก็น่าจะสามารถช่วยทีมได้อีกมากก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีกระแสตามมาอีกว่ามิลานอาจใช้เงินที่ได้จากการปล่อยนักเตะในครั้งเพื่อออกล่านิโกโล้ ซานิโอโล่มิดฟิลด์ดาวรุ่งของโรม่าเข้ามาทดแทน เพราะเป้าหมายก่อนหน้าอย่างดานี่ โอลโม่ก็พลาดไปแล้ว(เลือกย้ายไปไลป์ซิก)นั่นเอง

ปืนโต เซ็นหลังใหม่ปาโบล มารีจากฟลาเมงโก้ยืมตัว4ล้านปอนด์

ปืนโต

ในที่สุดมิเกล อาร์เตต้าก็ได้ประเดิมเสริมทัพเป็นรายแรกหลังจากเข้ามารับหน้าที่กุนซืออาร์เซนอล เมื่อพวกเค้าได้บรรลุข้อตกลงคว้าตัวปาโบล มารีปราการหลังชาวสเปนมาจากทีมฟลาเมงโก้ได้สำเร็จ ผ่านการยืมตัวไปจนจบฤดูกาลด้วยสัญญามูลค่า4ล้านปอนด์

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่าดีลการเจรจาล่มไปแล้ว หลังจากมีภาพว่ามารีเดินทางมาตรวจร่างกายกับอาร์เซนอลแล้วแต่จู่ๆเจ้าตัวก็เดินทางกลับไปเก็บตัวกับฟลาเมงโก้อย่างหน้าตาเฉย กระทั่งเอดูผู้อำนวยการกีฬาของไอ้ปืนใหญ่ต้องเรียกอันเดร คิวรี่เอเยนต์ขาใหญ่ในวงการวงการฟุตบอลบราซิลเข้ามาช่วยเป็นตัวกลางการเจรจา จนกระทั่งสามารถปิดดีลได้สำเร็จโดยฟลาเมงโก้จะได้รับเงินทันที4ล้านปอนด์เพื่อแลกกับการปล่อยตัวมารีมาเล่นให้อาร์เซนอลเป็นเวลา6เดือน แล้วหากทีมดังแห่งลอนดอนติดใจในฝีเท้าก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก8ล้านปอนด์เพื่อเป็นการซื้อขาดปาโบล มารีมาครอบครองแบบถาวร

โดยเหตุผลจำเป็นที่อาร์เซนอลต้องเติมแนวรับเพิ่มก็เป็นผลมาจาก รายชื่อกองหลังที่บาดเจ็บของพวกเค้ามากมายเหลือเกิน ไล่เรียงตั้งแต่ คาลั่ม แชมเบอร์,โซคราตีส ปาปาตัสโตปูลอส และสโคดาน มุสตาฟี่

มารีเเข็งป้ายเเดง ปืนโต เปิดใจใฝ่ฝันที่จะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมานานแล้ว

ในโอกาสเปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ของอาร์เซนอล ปาโบล มารีก็ได้เผยถึงความดีใจที่จะได้กลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง “ มันยอดเยี่ยมมากที่ผมได้ย้ายมาเล่นให้อาร์เซนอล นี่คือสโมสรชั้นนำของอังกฤษ ผมอยากช่วยทีมให้กลับมาแข็งแกร่ง โดยเป้าหมายสำคัญคือการกลับไปเล่นในถ้วยยุโรปอีกครั้ง ”

“ การได้รับโอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งเป็นสิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้น ก่อนหน้านี้ผมอยู่กับแมนซิตี้ก็จริงแต่ผมไม่เคยได้ลงสัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกเลย ผมจึงตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้ลงเล่นในสีเสื้อของอาร์เซนอล ”

“ อาร์เตต้าเชื่อมั่นในตัวผม แล้วผมก็ต้องการตอบแทนสิ่งดีให้กับทีมให้มากที่สุด เบื้องต้นผมต้องการซ้อมกับทีมก่อนเป็นอันดับแรก เพราะผมเชื่อในการทำงานหนัก และมุ่งมั่นแบบวันต่อวัน อาร์เซนอลยังเหลือโปรแกรมลงเล่นในอีกหลายรายการ ผมเชื่อมั่นว่าอาร์เซนอลจะทำงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทีมเราเต็มไปด้วยนักเตะชั้นยอด เราทุกคนจะสู้กันจนถึงที่สุด แน่นอนว่ามันอาจต้องทุ่มเทกันแบบเกินร้อย แล้วผมก็ต้องการเช่นนั้น ” ปราการหลังวัย26ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น

ไก่เดือยทอง ได้ตัวแทนเอริคเซ่นเซ็นเบิร์กไวจ์นสตาร์พีเอวี27ล้านปอนด์

ไก่เดือยทอง

หลังจากสาวกไก่ต้องทนเห็นภาพบาดตาที่คริสเตียน เอริคเซ่นย้ายซบอินเตอร์มิลานไปไม่นาน สเปอร์สก็ทำการคืนความสุขให้กับแฟนบอลแบบทันควันเมื่อพวกเค้าได้ปิดดีลคว้าตัวสตีเฟ่น เบิร์กไวจ์นดาวรุ่งตัวเก่งของพีเอสวีไอน์โฮเฟ่นมาเป็นตัวตายตัวแทนได้สำเร็จด้วยค่าตัวราว27ล้านปอนด์

สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์นได้ทั้งตัวริมเส้น และเพลเมกเกอร์ได้ถูกโชเซ่ มูรินโญ่มอบหมายให้เข้ามารับบทบาทตัวทำเกมแทนเอริคเซ่นที่จากไป แล้วดาวรุ่งวัย22กะรัตก็ได้ตกลงย้ายมาสวมเสื้อหมายเลข23ให้กับสเปอร์สเป็นที่เรียบร้อย ด้วยการเซ็นสัญญายาว5ปี โดยอันที่จริงนักเตะได้บรรลุข้อตกลงกับทีมดังแห่งลอนดอนพักใหญ่แล้ว แต่ทว่ายังต้องรอให้ดีลของเอริคเซ่นลุ่ล่วงไปเสียก่อน เนื่องจากลำพังเงินคงคลังที่มีนั้นไม่เพียงพอที่จะปิดดีล แต่พวกเค้าจำเป็นต้องใช้เงินจากการขายเอริคเซ่นสมทบเข้าไปด้วยนั่นเอง

ทั้งนี้สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์ถูกจับตามองว่ากำลังก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้กับทีมชาติฮอลแลนด์ในอนาคต  เพราะนับตั้งแต่เจ้าตัวแจ้งเกิดจากทีมเยาวชนของพีเอสวีในปี2014 เบิร์กไวจ์นก็ติดธงกังหันในระดับเยาวชมาแล้วครบทุกรุ่น ทั้งยังมีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่ฮอลแลนด์ไปแล้วถึง9เกม นอกจากนี้เจ้าตัวยังสามารถนำพีเอสวีไอน์โฮเฟ่นคว้าแชมป์ลีกดัตซ์มาแล้วถึง3สมัยอีกต่างหาก

เบิกไวจ์รับไม่กล้าปฏิเสธโอกาสที่จะได้ร่วมงาน ไก่เดือยทอง กับมูรินโญ่

ทันทีที่เบิร์กไวจ์นเดินทางมาเปิดตัวที่ลอนดอน เจ้าตัวก็ได้เปิดเผยถึงความตื่นเต้นที่ได้ย้ายมาค้าแข้งต่างแดนเป็นครั้งแรก “ สเปอร์สเป็นสโมสรชั้นนำ พวกเค้ามีชื่อเข้าร่วมศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างต่อเนื่อง มันสุดยอดมากๆที่ผมจะได้เล่นให้สโมสรแห่งนี้ ที่สำคัญกว่าคือพวกเค้ามีกุนซืออย่างมูรินโญ่ที่ข้างสนามอีกต่างหาก สมัยเด็กๆผมดูการถ่ายทอดสดฟุตบอล ภาพมูรินโญ่พาปอร์โต้,เชลซี และรีล มาดริดคว้าแชมป์ยังอยู่ในความทรงจำของผม แล้วต่อไปจากนี้ผมจะได้ร่วมงานกับเค้า มันเหลือเชื่อมากๆ นี่เป็นโอกาสที่ผมไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้เลย ”

“ ผมประหม่านิดๆเพราะนี้คือการย้ายมาเล่นฟุตบอลที่ห่างจากบ้านมากๆ แต่ผมเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผมจำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองว่าผมดีพอ สเปอร์สมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ มันท้าทายผมอย่างมากแต่ผมก็มั่นใจว่าผมจะมอบสิ่งดีๆให้กับทีมได้ นี่คือการผจญภัยครั้งใหม่ของผม ” เบิร์กไวจ์นกล่าวอย่างเชื่อมั่น

แมนซิตี้ ระอุแฟนบอลเคืองเป๊ปที่ตำหนิไม่เข้าชมเกมเอฟเอคัพ

แมนซิตี้

ให้หลังชัยชนะเหนือฟูแล่ม4-0ในศึกเอฟเอคัพ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ได้เรียกร้องให้แฟนบอลแมนซิตี้เข้ามาเชียร์ในสนามให้มากกว่านี้ เนื่องจากในเกมดังกล่าวบนอัฒจันทร์นั้นบางตาลงไปมาก แต่โดยทันทีที่ข้อความนี้ไปถึงเหล่าสาวกเรือใบก็ทำให้เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนทำให้กลุ่มแฟนบอลทำการตอบกลับความเห็นของเป๊ปอย่างเจ็บแสบ

“ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าแฟนบอลไม่ได้รับค่าเหนื่อยมหาศาลแบบพวกคุณ พวกเราหาเช้ากินค่ำ แล้วตั๋วในรายการฟุตบอลถ้วย(ทั้งคาราบาวคัพ,เอฟเอคัพ และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก)มันก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ เพราะมันไม่ใช่ตั๋วปี มันไม่ยุติธรรมที่แฟนบอลของเราจะโดนตีตราว่าไม่ให้การสนับสนุนสโมสรถ้าแค่พวกเค้าจ่ายค่าตั๋วในเกมเหล่านี้ไม่ไหว ” เควิน ปาคเกอร์ตัวแทนกลุ่มแฟนบอลเรือใบชี้แจง

“ พวกเรารักเป๊ป เค้านำสิ่งดีๆมาสู่สโมสร มีช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากมาย แต่เค้าต้องมีความเข้าใจในรากเหง้าของสโมสรให้มากกว่านี้ก่อนที่จะออกความเห็น แฟนบอลเหล่านี้ให้การสนับสนุนทีมมาตั้งแต่ทีมยังเล่นในระดับแชมเปี้ยนชิพด้วยซ้ำ แมนซิตี้ไม่ควรเรียกร้องอะไรโง่ๆแบบนี้ คำพูดนี้กำลังทำให้เกิดความแตกแยกในกลุ่มแฟนบอล ซึ่งมันไม่ควรเลยในสถานการณ์แบบนี้พวกเราควรร่วมแรงร่วมใจกันสนับสนุนทีมต่างหาก ”

เป๊ปแถลงขอโทษแฟน แมนซิตี้ ทันควันอ้างสื่อสารผิดความหมายไปเอง

ทันทีที่มีกระแสตีกลับ เป๊ป กวาริ์โอล่าก็ได้ออกมากล่าวขอโทษแฟนบอลอย่างรวดเร็ว “ ผมต้องกล่าวขอโทษไปยังข้อความที่ผมได้พูดไปหลังเกมเอฟเอคัพ ผมอาจะสื่อสารคลาดเคลื่อนไปเอง และขอยืนยันว่าผมไม่มีเจตนาจะดูถูกแฟนบอลของเรา ผมได้เห็นการสนับสนุนที่อบอุ่นมาตลอดนับตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ แล้วก็เชื่อมั่นเหลือเกินว่ามันจะเป็นเช่นนั้นต่อไป ”

“ ชีวิตผมมีแต่ฟุตบอลแล้วผมอาจมองข้ามเรื่องอื่นๆไป อาทิ เรื่องภาระค่าใช้จ่าย คุณพูดถูกทุกคนมีหน้าที่และภาระที่ต้องจัดการ เรามองตากันแล้วรับรู้ได้ว่าเราคือใคร ไม่ว่าเกมนี้เราจะได้เจอกันในสนามหรือไม่แต่เราเชื่อมั่นว่าคุณจะยังส่งกำลังใจมาให้เรา แล้วนั้นคือสายสัมพันธ์ที่งดงาม ”

นอกจากนี้เป๊ปยังเร้าอารมณ์แฟนบอลก่อนที่จะทำศึกคาราบาวคัพกับแมนยูฯอีกด้วย “ ยูไนเต็ดกำลังมาเยือนเราอีกครั้งในคาราบาวคัพ มันจะเป็นเกมที่เข้มข้นแน่นอน พวกเราต้องการแชมป์รายการนี้ ขอรับประกันกับแฟนบอลว่าเราจะได้ฉลองชัยด้วยกันอย่างแน่นอน ”

เอริคเซ่น ซบอินเตอร์มิลานสมใจด้วยค่าตัวสุดถูกเพียง20ล้านยูโร

เอริคเซ่น

หลังจากที่ปล่อยอนาคตให้เป็นเครื่องหมายคำถามอยู่พักใหญ่ ในที่สุดคริสเตียน เอริคเซ่นก็ได้ย้ายออกจากสเปอร์สสมใจเมื่อล่าสุดเจ้าตัวได้เปิดตัวในฐานะนักเตะใหม่ของอินเตอร์มิลานเป็นที่เรียบร้อยผ่านสัญญายาว4ปี พร้อมครอบครองเสื้อหมายลายน้ำเงินดำหมายเลข24

ไก่เดือยทองพยายามดึงเกมกับคริสเตียน เอริคเซ่นมาโดยตลอด แม้ว่าจะมีข้อเสนอก้อนโตเข้ามาให้พิจารณาในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วนั่นก็ยิ่งทำให้กองกลางชาวเดนมาร์กยิ่งแสดงท่าทีไม่ญาติดีกับต้นสังกัดอีกเลย นำพาให้สัญญาค้าแข้งล่วงเข้าสู่ช่วงระยะ6เดือนสุดท้าย และนั่นทำให้สเปอร์สจำใจต้องตอบรับข้อเสนอของทีมงูใหญ่ที่ราคา20ล้านยูโร(ทั้งที่ราคาประเมินน่าจะไม่ต่ำกว่า90ล้านยูโร) เพราะยิ่งปล่อยให้เวลาเนิ่นนานไปพวกเค้าก็ยิ่งเสี่ยงที่จะเสียนักเตะรายนี้ออกจากทีมไปโดยที่ไม่ได้ค่าตัวเลยแม้แต่เพนนีเดียว

โดยการได้ตัวเอริคเซ่นเข้ามาเสริมนี้น่าจะช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับทัพเนรัสซูรี่เป็นอย่างมาก ทั้งยังน่าจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการลุ้นแชมป์กัลโช่ เซเรียอาให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันอินเตอร์มิลานยังคงเบียดแย่งสคูเด็ตโต้(แชมป์ฟุตบอลลีกอีตาลี่)กับยูเวนตุสอย่างสูสี ด้วยแต้มที่เท่ากันกันแต่เป็นอินเตอร์ที่นำเป็นจ่าฝูงด้วยประตูได้เสียที่มากกว่า

เอริคเซ่น ดี๊ด๊าย้ายมาลุ้นแชมป์ลีกเลี่ยนรับกระสันอยากลงสนาม

ทันทีที่ได้เซ็นสัญญากับทีมงูใหญ่เอริคเซ่นก็เผยถึงความตื้นตันใจที่ได้ย้ายมาหาประสบการณ์ใหม่ในลีกที่ต่างจากเดิม “ ผมยืนยันมาตลอดว่าอยากหาความท้าทายใหม่ๆดูบ้าง แน่นอนมันไม่ง่ายเลยกับสถานการณ์ก่อนหน้า ผมเคารพสเปอร์สมาตลอด ผมมีประสบการณ์ที่ดีกับทีมมากมาย แต่มันถึงเวลาของผมแล้ว ต้องขอขอบคุณสเปอร์สที่ทำให้ดีลนี้ลงเอยด้วยดี ”

“ ผมรู้สึกแฮปปี้มากๆที่ได้ย้ายมาเล่นในจูเซปเป้ เมอัซซ่า เพราะอินเตอร์เป็นทีมใหญ่ในอิตาลี่ แถมปีนี้พวกเรายังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์อีกต่างหาก มันเป็นในช่วงเวลาอันสำคัญของทีม แล้วผมก็เชื่อว่าเรามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ เรามีโค้ชระดับท๊อปอย่างคอนเต้ และนักเตะสตาร์อีกมากมาย ผมเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าสามารถช่วยให้อินเตอร์บรรลุเป้าหมายได้ แต่ก่อนอื่นผมต้องแย่งตำแหน่งตัวจริงให้ได้เสียก่อน ผมเป็นคนถ่อมตัว ผมต้องการพิสูจน์ตัวให้โค้ชเห็นว่าผมมีประโยชน์ต่อทีม แล้วเราคงจะได้เห็นกันว่ามันจะเป็นอย่างไร ”

เอ็มปั๊ปเป้ โดนเพื่อนเก่าอย่างฟาบินโญ่อำว่าควรย้ายมาเป็นสมาชิกหงส์แดง

เอ็มปั๊ปเป้

ถึงแม้ว่าขุมกำลังเกมรุกของลิเวอร์พูลในยุคนี้จะสุดสะเด่าจนชาวบ้านชาวช่องต่างอิจฉากันจนตาแทบไหม้(ตาร้อน)กันแล้วก็ตาม แต่ทว่าฟาบินโญ่ก็ยังชื่นชอบในฝีเท้าของคิลียัน เอ็มปั๊ปเป้หัวหอกตัวจี๊ดของปารีส แซงต์ แชร์กแมงอยู่เสมอ กระทั่งอดใจไม่ได้ที่จะเล่าความรู้สึกที่อยากจะร่วมงานกับเพื่อนเก่าคนนี้อีกครั้งที่แอนด์ฟิล

ฟาบินโญ่ และเอ็มปปั๊ปเป้ต่างอยู่ในทีมโมนาโกชุดคว้าแชมป์ลีกเอิงในฤดูกาล2016/17 แม้ว่าจะต่างคนต่างไปแต่มิดฟิลด์แซมบ้าก็ยังคอยติดตามผลงานของดาวยิงรุ่นน้องอยู่เสมอ “ เอ็มปั๊ปเป้พัฒนาฝีเท้าไปไกลกว่าสมัยอยู่โมนาโก เค้าคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้ว ไม่ว่าสโมสรไหนๆต่างก็อยากได้ตัวเอ็มปั๊ปเป้ด้วยกันทั้งนั้น ถ้าเค้าลงเล่นให้ลิเวอร์พูลมันต้องเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆแน่ๆ เกมรุกของเราคงจะไร้เทียมทานเลยทีเดียว ”

อย่างไรก็ตามฟาบินโญ่ก็รู้ดีว่าเจอร์เกน คล็อปป์คงไม่ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงตัวเอ็มปั๊ปเป้อย่างแน่นอน “ มันก็เป็นความฝันของผมหละ ในความเป็นจริงค่าตัวของเค้ามันมหาศาล ผมคิดว่าคงมีไม่กี่ทีมหรอกที่จะจ่ายค่าตัวเอ็มปั๊ปเป้ได้ แล้วลิเวอร์พูลเองก็คงไม่อยากทำแบบนั้น ผมเสียใจที่ต้องพูดแบบนี้แต่ในความเป็นจริงเอ็มปั๊ปเป้ไม่ใกล้เคียงกับการย้ายมาเล่นให้ลิเวอร์พูลเลย ”

เอ็มปั๊ปเป้ ออกปากเองในหัวมีแต่เปเอสเชไม่คิดย้ายทีมแน่

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทั้งบาเซล่า,รีล มาดริด และลิเวอร์พูลต่างประสงค์ที่จะได้ตัวเอ็มปั๊ปเป้ไปใช้งานด้วยกันทั้งนั้น แต่ทว่าก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ซึ่งดาวยิงวัย21กะรัตก็ได้ยอมรับว่าเจ้าตัวไม่ได้มีความคาดหวังเรื่องการย้ายออกเลยแม้แต่น้อย “ ผมแฮปปี้กับการได้ลงสนาม และผลงานของทีมก็กำลังไปได้สวย เราต้องรักษาสมาธิกันไว้ให้ดี เปเอสเชมีเป้าหมายคือคว้าถ้วยรางวัลทุกรายการในหัวผมมีแต่เรื่องนี้เท่านั้น ส่วนเรื่องข่าวการย้ายทีมนั้นผมไม่เคยสนใจมันเลย ”

“ หน้าที่ผมยังคงดำเนินไปด้วยการซ้อมและลงเล่น เพราะผมยังคงเป็นนักเตะระดับอาชีพของปารีส แซงต์ แชร์กแมง ถ้ามันมีการพูดคุยเรื่องทำนองนั้น(การเจรจาจากทีมอื่น)พวกเค้าก็คงแจ้งเอเยนต์ผมมาแล้วละ แต่ในเมื่อมันไม่มีอะไร ฉะนั้นเราจำเป็นต้องนึกถึงมัน มันไม่จำเป็น และเสียเวลาเปล่า ” เอ็มปั๊ปเป้ปัดพูดถึงประเด็นย้ายทีมอย่างไม่มีเยื่อใย

เบ็คแฮม เดินหน้าล่าตัวเลวิสมอร์แกนปีกชาวสก็อตบู๊ลีกมะกัน

เบ็คแฮม

หลังจากเดวิด เบ็คแฮมได้ก่อร้างสร้างทีมอินเตอร์ไมอามี่สโมสรใหม่ในเมเจอร์ลีกของประเทศสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าสโมสรใหม่ป้ายแดงแบบนี้ก็จำเป็นที่จะต้องหานักเตะชั้นดีมาเสริม และพวกเค้าก็มีข่าวว่ากำลังให้ความสนใจในตัวเลวิส มอร์แกนปีกตัวเก่งของกลาสโกส์ เซลติก

เลวิส มอร์แกนไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับทีมม้าลายเขียขาวมากนัดในซีซั่นนี้ และได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงแค่เพียง3นัดเท่านั้น จึงทำให้เบ็คแฮมหมายใจจึงแข้งอะไหล่รายนี้ไปใช้งานแทน แล้วด้านเซลติกเองก็เปิดไฟเขียวให้เข้าเจรจาสัญญาส่วนตัวกับดาวเตะไปแล้วด้วย ซึ่งเชื่อว่ามอร์แกนน่าจะลงทะเบียนเป็นผู้เล่นให้อินเตอร์ ไมอามี่ได้ทันเปิดฤดูกาลของลีกสหรัฐฯ

เบ็คแฮม วางเป้าหมายดันทีมไมอามี่ให้เป็นยักษ์ใหญ่ของลีกมะกัน

ในเวลานี้ทีมอินเตอร์ ไมอามี่ได้แต่งตั้งดีเอโก้ อลอนโซ่เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม และกุนซือชาวอุรุกวัยก็ได้เล็งนักเตะใหม่เอาไว้หลายตัวด้วยกัน อาทิ ดาบิด ซิลวาแนวรุกจอมทักษะของแมนซิตี้ และหลุยส์ ซัวเรสกองหน้าฟอร์มโหดของบาเซโลน่า เนื่องจากอินเตอร์ ไมอามี่ที่มีเดวิด เบ็คแฮมเป็นเจ้าของ(ร่วม)นั้นวางเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นมาเป็นทีมยักษ์ใหญ่ของลีกมะกันให้จงได้

อินเตอร์ไมอามี่ พร้อมดึงแข้งดังเพื่อเขย่าวงการลูกหนังมะกัน

สโมสรน้องใหม่ อินเตอร์ไมอามี่ยืนยันหนักแน่นว่าจะพยายามเสริมทัพเพื่อเป้าหมายที่จะประกาศศักดาในลีกสหรัฐฯ “ เรามีผู้เล่นชั้นดี และดาวรุ่งฝีเท้าดีอยู่แล้ว แต่เราก็พร้อมพิจารณาแข้งเป้าหมายอื่นๆในยุโรปด้วย เพราะเรามีเป้าหมายคือการประสบความสำเร็จในทุกทัวร์นาเมนต์ แม้ว่ามันจะเพิ่งเป็นปีแรกที่เราจะได้ร่วมแข่งขันในเมเจอร์ลีก ” พอล แม็คโดนัฟผู้อำนวยการกีฬาของอินเตอร์อามี่แถลงถึงจุดยืนสโมสร

“ เรามีคริสเตียน มาร์คูนที่เคยอยู่กับอะคาเดมี่ของยูเวนตุส เรายังได้เดนโซ่ ยูริเซ่ย์ และเดร็ก คอเลนเดอร์เข้ามาเสริมอีก อินเตอร์ไมอามี่คือสัญลักษณ์แห่งการขับเคลื่อน เราจะไม่มองข้ามผู้เล่นเยาวชนเช่นกัน แม้ว่าอาจจะมีผู้เล่นตัวเก๋าจากยุโรปเข้ามาช่วยประคองทีมด้วยก็ตาม ” แม็คโดนัฟกล่าวอย่างมุ่งมั่น

นอกจากนี้เดวิด เบ็คแฮมเริ่มโครงการสร้างสนามให้กับทีมอินเตอร์ไมอามี่อีกต่างหาก โดย“ ไมอาที่ฟรีดอมปาร์ค ” จะมีสวนสาธารณะ,สาธารณูปโภค และสนามฟุตบอลความจุ26,000ที่นั่งอยู่ในพื้นทีเดียวกันทั้งหมด โดยคาดว่าจะสร้างเสร็จในปี2022 โดยเบ็คแฮมคาดหวังให้สนามเหย้าแห่งนี้จะกลายเป็นจุดรวมฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่นที่สุดในฟลอริด้านั่นเอง

สิงห์บลู อาจโดนบาเซโลน่าปาดหน้าคว้า ตัวเฌเรมี่ โบก้า

สิงห์บลู

สายน้ำไม่คอยท่ากาลเวลาไม่คอยใครคำกล่าวนี้อาจทำให้แฟนเชลซีช้ำใจได้ เมื่อเฌเรมี่ โบก้าปีกซาสซูโอโล่ที่มีข่าวลือว่าอาจย้ายกลับมาช่วยงานนั้นกำลังจะโดนยอดทีมอย่างบาเซโลน่าฉกตัวไปใช้งานแล้ว เมื่อรายงานระบุว่าทีมเจ้าบุญทุ่มเตรียมยื่นข้อเสนอราว12ล้านปอนด์ให้กับซาสซูโอโล่พิจารณา

เฌเรมี่ โบก้าอดีตปีกซ้ายสิงห์บลูย้ายมาเป็นนักเตะของซาสซูโอโล่ในปี2018 หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ฉายแววความเก่งกาจออกมาจากผิดหูผิดตา หลังจากลงเล่นให้ซาสซูโอโล่ไปแล้ว45นัดแล้วยิงได้7ประตูกับ3แอสซิสต์ก็ทำให้แฟรงค์ แลมพาดต้องส่งทีมแมวมองติดตามฟอร์มของปีกชาวไอวอรี่โครสต์อย่างใกล้ชิด และอาจใช้เงื่อนไขดึงตัวกลับด้วยค่าตัวเพียง3.5ล้านปอนด์ แต่กระทั่งเปิดตลาดซื้อขายมาแล้วหลายวันก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จนอาจทำให้ซาสซูโอโล่ต้อวหันไปเจรจากับทีมเจ้าบุญทุ่มซึ่งให้ค่าตัวนักเตะที่มากกว่าแทน

ส่วนหนึ่งที่ทำให้เชลซียังไม่เดินหน้าล่าตัวเฌเรมี่ โบก้าอย่างจริงจัง ก็เป็นเพราะพวกเค้ากำลังวุ่นอยู่กับเป้าหมายหลักอย่างจาร์ดอน ซานโช่ของโบรุทเซียดอร์ทมุนด์ และวิดฟรีด ซาฮาร์ของคริสตัลพาเลซอยู่ในเวลานี้นั่นเอง

สิงห์บลู ยิ้มมุมปากโบก้าแย้มไม่ปิดโอกาสกลับสแตนฟอร์ดบริดจ์

ถึงซาสซูโอโลจะอยากขายโบก้าให้กับบาซ่า(เนื่องจากได้ค่าตัวมากกว่า)แต่ตัวนักเตะเองดูเหมือนจะอยากกลับย้ายกลับไปร่วมงานกับเชลซีเสียมากกว่า “ ตอนผมตัดสินใจย้ายออกมันเต็มไปด้วยความลำบากใจ ผมอยากประสบความสำเร็จในสีเสื้อน้ำเงินครามแต่การจะได้ขึ้นทีมชุดใหญ่เชลซีในช่วงอายุ20ปีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเอาเสียเลย ผมจำเป็นต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง แล้วการมาซาสซูโอโล่ก็ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ”

“ แต่มันยังมีเสียงดังก้องในหัวผมตลอด ฉะนั้นถ้าวันหนึ่งผมมีโอกาสที่จะกลับไปเชลซี ผมก็คงไม่ปฏิเสธมันอย่างแน่นอน คำพูดนี้ไม่ได้แปลว่าผมต้องการย้ายทีม ทุกอย่างมีเวลาของมันเอง เหมือนเมื่อวานที่ผมยังดีไม่พอกับเชลซี แต่วันนี้ผมได้เล่นฟุตบอลที่สนุกสนานกับซาสซูโอโล่ ส่วนอนาคตเราไม่มีทางรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ” แนวรุกวัย23ปีกล่าวอย่างมีเลศนัย

ส่วนหนึ่งที่โบก้าอยากกลับมาช่วยเก่าก็เพราะนโยบายการสนับสนุนแข้งเยาวชนของแฟรงค์ แลมพาดที่ทำให้ปีนี้แข้งจากอะคาเดมี่อย่างเมสัน เม้าท์,แทมมี่ อับบราฮัม และฟิกาโย่ โทโมรี่สามารถก้าวขึ้นแย่งตัวจริงในทีมชุดใหญ่ได้อย่างภาคภูมิ

ดอร์ทมุนด์ ปล่อยตัวไวเกิลซบเหยี่ยวลิสบอนที่ราคา20ล้านยูโร

ดอร์ทมุนด์

ทันที่ที่ตลาดซื้อนักเตะเปิดทำการอีกครั้งโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ก็ประกาศปล่อยตัวนักเตะรายแรกเป็นที่เรียบร้อย นั่นก็คือการขายมิดฟิลด์ตัวเก่งอย่าง จูเลี่ยน ไวเกิล ไปให้กับสปอร์ตติ้ง ลิสบอนนั่นเอง

ฟัลเค่สปอร์ตสื่อเมืองเบียร์ได้แถลงข่าวการบรรลุข้อตกลงระหว่างสโมสรสปอร์ตติ้ง ลิสบอนและโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ที่ได้ทำการซื้อขายกองกลางชาวเยอรมันที่ราคา20ล้านยูโร ซึ่งจะมีผลให้ไวเกิลจะเดินทางไปเปิดตัวที่สนามเอสตาดิโอน ดา ลุซในอีกไม่กี่วันนับจากนี้ โดยก่อนหน้านี้หลุยส์ เฟลิเป้ วิเอร่าประธานสโมสรสปอร์ตติ้ง ลิสบอนได้เดินทางมาเจรจาที่ดอร์ทมุนด์พักใหญ่แล้ว แต่ว่าเพิ่งจะหาข้อสรุปกันได้สดๆร้อนๆในช่วงวันขึ้นปีใหม่นี้เอง

จูเลี่ยน ไวเกิลกองกลางวัย24กะรัตเป็นกำลังสำคัญให้กับเสือเหลืองในซีซั่นนี้หลังผ่านการลงสนามไปแล้ว20นัดรวมทุกรายการ แต่ด้วยสัญญาปัจจุบันที่จะหมดลงในอีกปีครึ่งก็ทำให้ดอร์ทมุนด์ตัดสินใจปล่อยตัวไปแต่เนิ่นๆดีกว่าเพราะไม่มั่นใจเช่นกันว่าไวเกิลจะยอมต่อสัญญาฉบับใหม่หรือไม่ เนื่องจากลูเซียง ฟาร์ฟมักตัดสินใจใช้งานอักเซล วิตเซลเป็นตัวเลือกแรกก่อนไวเกิลอยู่เสมอนั่นเอง

ไวเกิลโพสต์ขอบคุณเพื่อนและสโมสร ดอร์ทมุนด์ ก่อนอำลาทีม

หลังมีการยืนยันปล่อยตัวไม่นาน จูเลี่ยน ไวเกิลมิดฟิลด์ชาวเยอรมันก็ได้กล่าวอำลาต้นสังกัดเช่นกัน “ ผมขอขอบคุณบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ ผมมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมตลอด4ปีครึ่ง ตอนนี้ผมคิดว่าถึงเวลาที่ต้องก้าวออกไปผจญภัยดูบ้าง แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังจะเป็นแฟนบอลของดอร์ทมุนด์ตลอดไป และขออวยพรให้ดอร์ทมุนด์ประสบความสำเร็จในทุกย่างก้าวนับต่อจากนี้ ”

ครั้งหนึ่งจูเลี่ยน ไวเกิลเคยถูกยกว่าอาจก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะสายเลือดใหม่ให้กับทีมชาติเยอรมันในช่วงปี2016-17 แต่หลังจากติดธงได้เพียง4นัดเจ้าตัวก็ถูกลืมไปเลย เนื่องจากฟอร์มตกอย่างหนักจนถูกเสือเหลืองลดขั้นลงไปเล่นกับดอร์ทมุนด์ทีมสมัครเล่น แม้ว่าหลังจากนั้นไวเกิลจะได้กลับคืนทีมชุดใหญ่แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เคยกลับสู่ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดอีกเลย จนทำให้เจ้าตัวอยากลงปรับเปลี่ยนบรรยากาศการเล่นด้วยการย้ายไปค้าแข้งในลีกอื่นดูบ้าง เพราะนับตั้งแต่ไวเกิลแจ้งเกิดขึ้นมาจากทีมเยาวชนของ1860มิวนิคในวัย17ปี เจ้าตัวก็ค้าแข้งในบ้านเกิดมาโดยตลอด และยังไม่เคยมีประสบการณ์หากินในต่างแดนมาก่อนเลย

ไรโอล่า สวนกลับผีอย่าหาแพะทั้งที่ได้คุยฮาแลนด์ก่อนแต่ทีมอื่นๆ

ไรโอล่า

ให้หลังการตกลงย้ายทีมของเออร์วิ่ง เบล่า ฮาแลนด์ที่เลือกซบโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ก็ทำให้พลพรรคเรดอาร์มี่ทั้งหลายต่างพร้อมใจกันงงกันเป็นอย่างมาก จนตัวแทนแมนยูฯต้องออกมายอมรับว่าไม่อาจสู้ค่าโบนัสส่วนแบ่งในส่วนของเอเยนต์ส่วนของดาวยิงรายนี้ได้จนทำให้พลาดได้ตัวดาวยิงชาวนอร์เวย์ไปอย่างน่าเสียดาย ทว่าอีกด้านหนึ่งมิโน่ ไรโอล่าเอเยนต์ส่วนตัวของฮาแลนด์กลับออกมาโต้แย้งว่าความผิดหวังในครั้งนี้ไม่ความผิดของเค้าเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นตัวนักเตะเองที่ไม่ปรารถนาที่จะย้ายไปร่วมทีมเองล้วนๆ

“ ใครๆก็รู้ว่าดีลของฮาแลนด์เป็นดีลที่จับตามองที่สุดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยูไนเต็ดก็เป็นสโมสรแรกๆที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา แต่สุดท้ายฮาแลนด์เป็นคนตัดสินใจว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเค้า หน้าที่ของผมคืออำนวยความสะดวกให้นักเตะในดูแลเลือกทำสัญญากับสิ่งที่พวกเค้าคิดว่าใช่ และเราแฮปปี้ที่ดีลกับดอร์ทมุนด์จบลงด้วยดี ”

ไรโอล่า บอกฮาเเลนด์ต้องการไปเล่นที่เยอรมันเอง

“ ในฐานะที่คุณพลาดสิ่งที่คุณต้องการ คุณอาจเรียกร้อง คุณอาจมองหาใครซักคนที่จะรับผิดชอบมัน มันเป็นเรื่องธรรมชาติ แม้ผมจะผิดหวังมากที่แมนยูฯตีความเรื่องนี้ไปอย่างนั้น แต่ความจริงคือระหว่างการพูดคุยกับเอ็ด วู้ดเวิร์ด(รองประธานสโมสรแมนยูฯ)มันเป็นไปได้ด้วยดี มันไม่มีความขัดแย้งใดๆในช่วงเวลานั้นเลย อีกทั้งฮาแลนด์ยังได้คุยกับพวกเค้าเป็นทีมแรกด้วยซ้ำ แต่ก็อย่างที่ผมพูดไปแล้วฮาแลนด์เลือกเองว่าต้องการไปเล่นในเยอรมัน แล้วผมจะไปทำอะไรได้ ” ไรโอล่านายหน้าจอมแสบกล่าวอย่างหน้าตาเฉย

สื่อผู้ดีสับแหลก วู้ดเวิร์ด ห่วยเองทำผีชวดแข้งดังคนแล้วคนเล่า

นอกจากคำให้การของไรโอล่าจะชี้ไปว่าเป็นแมนยูฯเองที่เดินหมากเจรจาอย่างผิดพลาดแล้ว สื่อในอังกฤษต่างก็โจมตีการทำงานของเอ็ด วู้ดเวิร์ดรองประธานบริหารของผีแดงอย่างหนักเช่นกัน

ก่อนหน้านี้แมนยูฯก็เป็นฝ่ายตามจีบทาคูมิ มินามิโนะแข้งเนื้อหอมอีกรายของเรดบูล ซัลบวร์กเช่นกันแต่ในที่สุดพวกเค้าก็โดนลิเวอร์พูลที่ตามหลังมาแท้ๆแต่กลับปาดหน้าเซ็นสัญญากับมินามิโนะไปได้อย่างหน้าตาเฉย แล้วถัดมาไม่นานพวกเค้าก็โดยเสือเหลืองทำให้เจ็บช้ำในลักษณะเดียวกัน โดยพวกเค้ามองว่าปีศาจแดงอ่อนเชิงในการเจรจาซื้อขายจนทำให้กว่าจะเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่ซักรายต้องลุ้นกันเหนื่อยเหลือเกิน และกลายเป็นเปิดโอกาสให้สโมสรอื่นๆแย่งแข้งเป้าหมายไปก่อนอย่างน่าเสียดายนั่นเอง

 

 

อาร์เซนอล อาจไม่สามารถกลับไปสู่ความยิงใหญ่ได้อีกแล้วก็เป็นได้

อาร์เซนอล

หลังจากได้เห็นผลงานของอาร์เซนอลในช่วงสองปีหลังมาตลอดก็ค่อนข้างชัดเจนว่าพวกเค้าถดถอยลงไปกว่าในยุคของเวนเกอร์อยู่หลายช่วงตัว นั่นเพราะอูไน เอเมรี่ไม่เก๋าพอที่จะแบกข้อจำกัดต่างๆเหมือนที่เวนเกอร์เคยทำได้ มีอย่างที่ไหนตัวดีๆขายเอาเงิน แล้วก็ซื้อนักเตะเกรดรองๆมาปั้นใหม่ นี่คือสิ่งที่เวนเกอร์ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับทีมมาตลอดหลายสิบปี

วังวงดังกล่าวไม่ได้เพิ่มแค่ความยากในการบริหารจัดการทีมเท่านั้น แต่ในแง่ของนักเตะมันทำให้สโมสรไม่สามารถเหนี่ยวรั้งนักเตะให้รอประสบความสำเร็จไปพร้อมกับสโมสรได้เลยเลยนับตั้งแต่หมดยุคไร้พ่าย โรบิน ฟาน เพอร์ซี่,เอ็มมานูเอล อเดบายอร์,ซามี่ นาสรี่,เชส ฟาเบรกาส,อเล็กซิส ซานเชส หรือแม้แต่ปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองก็กำลังมีข่าวว่าไม่ยอมต่อสัญญาฉบับใหม่ เพราะนักเตะเหล่านี้ทราบดีว่าอาร์เซนอลห่วงแค่เรื่องเงินทองเท่านั้น พวกเค้าไม่สนใจว่าจะปล่อยนักเตะดีให้กับคู่แข่งลุ้นแชมป์โดยตรง หรือทีมไหนๆ นั่นทำให้นักเตะที่มีเก่งพอก็มักจะแวะมาค้าแข้งให้มีชื่อแล้วก็ย้ายไปประสบความสำเร็จกับทีมอื่นๆ

แต่ ณ เวลานี้อาร์เซนอลกำลังพบวิกฤตการณ์ครั้งใหม่เมื่อพวกเค้าไม่เหลือนักเตะที่จะแบกทีมได้อีกต่อไปแล้ว ในขณะที่กุนซือที่จะปั้นนักเตะให้เปล่งรัศมีกว่าเดิมก็ไม่มีในมือ ทำให้มีโอกาสสูงเหลือเกินที่จะไม่ได้ตั๋วไปเตะถ้วยยุโรปเมื่อทั้งแมนยูฯ และสเปอร์สที่ฟอร์มแย่มาพร้อมๆกันในช่วงต้นฤดูกาลต่างกลับไปเกาะกลุ่มท็อปซิกซ์กันได้หมดแล้ว

อาร์เซนอล ไม่กระตือลือล้นเรื่องผู้จัดการทีมคนใหม่แม้ผลงานสุดห่วย

ที่เลวร้ายกว่าคือบอร์ดบริหารของอาร์เซนอลดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจกับความตกต่ำของผลงาน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้อูไน เอเมรี่ปู้ยี่ปู้ยำทีมจนหมดสภาพ ชนิดที่กว่าจะแยกทางกันไปนักเตะก็แทบไม่เหลือความมั่นใจอีกแล้ว แต่ซ้ำร้ายคือเมื่อไล่ผู้จัดการทีมจอมหายนะออกไปแทนที่จะหาผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามาโดยเร็ว ก็กลับกลายเป็นการทิ้งระเบิดไว้ให้กับกุนซือชั่วคราวอย่างเฟรดริก ลุงเบิร์กอีกต่างหาก เมื่อสโมสรยังคงใจเย็นเหมือนกันหยั่งเชิงว่าถ้าลุงเบิร์กทำงานได้ดีก็จะให้โอกาสทำงานต่อไป ซึ่งก็เข้าเหลี่ยมเดิมคือผลงานไม่ว่าแต่ไม่อยากเสียเงินจ้างผู้จัดการทีมคนใหม่ จนลืมมองไปว่าเวลานี้ทีมปืนใหญ่เพิ่งจะมีคะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่7คะแนน

เบิร์นลี่ย์ หวั่นใจแม็คนีลฟอร์มเด่นจนอาจอยู่ช่วยทีมได้ไม่นาน

เบิร์นลี่ย์

หลายคนคงพอคุ้นชื่อเบิร์นลี่ย์กันพอสมควร นี่คือสโมสรที่เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกในปี2016 โดยไร้ซื้อแข้งดาวดังในทีมแต่ก็สามารถรอดพ้นการตกชั้นได้เรื่อยมา กระทั่งในเวลานี้(ฤดูกาล2019/20)พวกเค้าก็ทำแต้มได้ในระดับปลอดภัยเมื่อมีคะแนนเหนือโซนตกชั้นถึง6แต้ม ทว่าฌอน ไดซ์นายใหญ่เบิร์นลี่ย์กลับกำลังหนักใจเนื่องจากดไวท์ แม็คนีลปีกดาวรุ่งชักจะผลงานดีเกินหน้าเกินตาจนอาจทำให้ให้แมนยูฯยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อหวังดึงตัวกลับไปใช้งาน

 ดไวท์ แม็คนีลปีกลงประจำการริมเส้นให้กับเบิร์นลี่ย์ไปแล้ว17นัด(ยิงได้1ประตู)พร้อมกับแอสซิสต์ไปแล้วถึง4ครั้ง กลายเป็นผู้เล่นที่ทำทางให้เพื่อนสูงสุดอยู่ในเวลานี้  “ ดไวท์เป็นนักเตะที่มีอนาคต เค้าทำงานหนักมาตลอดกระทั่งมันออกดอกออกผลเป็นผลงานที่พัฒนาไปข้างหน้าแบบก้าวกระโดด เราพอใจกับเรื่องนี้ แต่แน่นอนมันย่อมตามมาด้วยความสนใจจากสโมสรอื่นๆที่เบิร์นลี่ย์ต้องหาทางรับมือ ” ฌอน ไดซ์เผยถึงความกังวลต่อความร้อนแรงของลูกทีม

โดยดไวท์ แม็คนีลเคยอยู่กับอะคาเดมี่ของแมนยูฯมาก่อน แล้วจึงได้โยกมาเป็นแข้งเยาวชนของเบิร์นลี่ย์ในปี2014 ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในอีก3ปีต่อมาด้วยวัยเพียง 18 ปี แล้วด้วยลีลาการลากเลื้อยที่น่าประทับใจในช่วงหลังก็ทำให้มีข่าวว่าปีศาจแดงอาจยอมทุ่มเงินกว่า30ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวอดีตเด็กปั้นรายนี้กลับไปใช้งานอีกครั้ง

ฌอนไดซ์ชูเจ้าหนูแม็คนีลปีก เบิร์นลี่ย์ ฝีเท้าแซงหน้าช่วงวัยไปเรียบร้อยแล้ว

ฌอน ไดซ์ผู้ซึ่งเห็นพัฒนาการของแม็คนีลมาตลอดหลายปีได้เปิดเผยถึงเหตุผลสำคัญที่ทำให้ปีกวัย20กะรัตกลายเป็นผู้เล่นเนื้อหอมอย่างเช่นทุกวันนี้ “ ดไวท์เป็นเด็กหนุ่มหัวไว ผมไม่ได้จ้ำจี้จ้ำไชเค้ามาก เค้ารู้ด้วยสัญชาตญาณว่าต้องทำยังไงในสนาม ในความเห็นผมดไวท์เล่นเหมือนนักเตะที่ผ่านเกมพรีเมียร์ลีกมาแล้วซัก100นัด ผมไม่แปลกใจเลยทำไมทั้งยูไนเต็ด และ(แอสตัน)วิลล่าจึงให้ความสนใจในตัวเค้า ”

อย่างไรก็ตามเทรนเนอร์วัย48ปีก็ยังคงมั่นใจว่า ดไวท์ แม็คนีลจะยังไม่เลือกคิดย้ายหนีเบิร์นลี่ย์ในตอนนี้ “ เค้าทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง เค้าเป็นนักเตะประเภทยอมทำงานหนักเพื่อทีม ผมมั่นใจเหลือเกินว่าดไวท์จะพัฒนาได้ไกลกว่านี้อีกมาก อีกทั้งเรายังมั่นใจเต็มร้อยว่าเค้าจะอยู่กับทีมต่อไป ดไวท์เป็นเด็กฉลาดและซื่อสัตย์ เราสนิทสนมกันมานาน ผมยกย่องทั้งในแง่ฝีเท้าและความเป็นลูกผู้ชายของเค้า ”

เกอิต้า ต้องมุ่งมั่นกว่านี้หากหวังแจ้งเกิดกับหงส์บาร์นส์กล่าว

เกอิต้า

ก่อนหน้าที่นาบี้ เกอิต้าจะก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกของลิเวอร์พูล เจ้าตัวถูกจับตามองว่าอาจขึ้นมาเป็นกองกลางระดับแถวหน้าของลีกเยอรมัน(ก่อนหน้านั้นเล่นให้แอร์เบ ไลป์ซิกในศึกบุนเดสลีก้า) ทำให้ชาวเดอะค็อปคาดหวังว่าเจ้าตัวจะก้าวขึ้นมาเป็นจอมทัพตัวหลักในแดนกลาง แต่เอาเข้าจริงหลังผ่านไปสองซีซั่นเกอิต้าก็ยังคงเป็นเพียงแข้งอะไหล่ของทีมหงส์แดงเท่านั้น ซึ่งจอห์น บาร์นส์ดาวยิงรุ่นใหญ่ก็ได้ออกมากระตุ้นให้เกอิต้าให้เรียกฟอร์มเก่งกลับมาในช่วงนี้ให้จงได้

ในช่วงนี้ลิเวอร์พูลเริ่มประสบปัญหากับตำแหน่งผู้เล่นในแดนกลางเมื่อตัวหลักอย่างฟาบินโญ่ และจอจินโญ่ ไวนัลดุมต่างได้รับบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสที่เกอิต้าจะได้ลงเล่นมากขึ้น “ นาบี้ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากนัก เค้าอายุยังน้อยและยังสร้างความแตกต่างให้ทีมได้อีกมาก แต่ตอนนี้โอกาสของเค้ามาถึงแล้วเมื่อทั้งไวนัลดุม และฟาบินโญ่ต่างไม่พร้อมลงสนาม นาบี้น่าจะได้ลงเล่นมากขึ้นแต่เค้าต้องฉวยโอกาสนี้ไว้ให้ได้ เค้าต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ”

“ เจอร์เกน คล็อปป์เป็นผู้จัดการทีมที่เน้นสร้างกลุ่มผู้เล่นที่แข็งแกร่ง นั่นคือเหตุผลที่นาบี้ยังอยู่ในทีม ผมคิดว่าช่วงเวลาที่เค้าจะเจิดจรัสกับลิเวอร์พูลใกล้มาถึงแล้ว ” จอห์น บาร์นส์กล่าวอย่างมั่นใจ

เกอิต้า อ้อนลิเวอร์พูลขอปักหลักช่วยงานช่วงบ็อกซิ่งเดย์เอง

ที่แล้วมานาบี้ เกอิต้ามักประสบอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้ง แต่ระยะหลังเจ้าตัวก็กลับมาฟิตสมบูรณ์ได้พักใหญ่แล้ว ทำให้ซีซั่นนี้เจ้าตัวลงเล่นไปแล้ว10นัดยิงได้2ประตู และเจ้าตัวก็พร้อมแล้วที่จะช่วยลิเวอร์พูลในช่วงลงเตะแบบถี่ยิบช่วงบ็อกซิ่งเดย์

“ ผมพร้อมแน่นอน ลิเวอร์พูลกำลังฟอร์มร้อนแรงผมยังแอบน้อยใจนิดๆที่ได้มีส่วนร่วมในสนามไม่มากพอ แล้วช่วงนี้เรากำลังอยู่ในช่วงสำคัญมากๆ เรามีประสบการณ์จากปีก่อน นักเตะทุกคนต่างรู้ดีว่าต้องมุ่งมั่นให้มากกว่าเดิมถ้าเราอยากประสบความสำเร็จ และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น บ็อกซิ่งเดย์คือช่วงที่เราต้องลงเตะแบบถี่ยิบ และผมพร้อมที่จะช่วยทีมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ”

“ เราทุกคนโฟกัสแค่อยากลงเล่นให้สนุกและช่วยทีมให้ประสบความสำเร็จให้ได้ ผมเพียงแต่เต็มที่กับโอกาสที่ผมจะได้รับ ตอนนี้ผมหวังว่าเราจะได้แชมป์สโมสรโลก เราหวังจะใช้ถ้วยใบนี้เป็นการเติมความมั่นใจเพื่อที่จะได้ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้งในบั้นปลาย ” มิดฟิลด์วัย24ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น

เมอร์ฟี่ ชี้เพียงแมนยูกล้าทุ่มเงินเมดดิสันก็คงไม่พ้นเงื้อมมือ

เมอร์ฟี่

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตกเป็นข่าวว่าต้องการได้ตัวเจมส์ เมดดิสันอย่างหนักในช่วงหลัง แม้ว่าทีมต้นสังกัดอย่างเลสเตอร์ซิตี้จะประกาศจุดยืนว่าไม่พร้อมปล่อยตัว ทว่าแดนนี่ เมอร์ฟี่อดีตมิดฟิลด์หงส์แดงกลับออกมาแนะนำให้ทีมคู่ปรับตลอดกาลยอมทุ่มค่าตัวในระดับ60ล้านปอนด์ขึ้นไปก็น่าจะสามารถได้ตัวนักเตะมาครอบครองสมใจ

เมอร์ฟี่ ไม่คิดว่าเลสเตอร์จะรั้งเมดดิสันได้ถ้าเงินถึง

เจมส์ เมดดิสัน ถูกประเมินค่าตัวไว้ที่ไม่ต่ำกว่า60ล้านปอนด์ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินก้อนใหญ่มิใช่น้อยแต่แดนนี่ เมอร์พี่ก็ออกเสียงสนันสนุนว่าตัวเลขดังกล่าวก็แลดูคู่ควรกับศักยภาพของนักเตะในเวลานี้ “ ถึงผมจะไม่ใช่แฟนบอลยูไนเต็ด แต่ก็ยอมรับว่าพวกเค้าเป็นทีมมีชื่อ ดังนั้นการที่ยูไนเต็ดแสดงความสนในตัวเมดดิสันอย่างออกหน้าออกตาย่อมทำให้นักเตะหวั่นไหวอย่างแน่นอน ผมไม่คิดว่าเลสเตอร์จะเหนี่ยวรั้งนักเตะไว้ได้หรอก มันก็เหมือนกับดีลของแฮรี่ แม็คไกวร์ ที่สุดท้ายก็ย้ายออกด้วยค่าตัว80ล้านปอนด์ ”

     โดยเจมส์ เมดดิสันลงเล่นให้เลสเตอร์ซิตี้ในปีนี้ไปแล้วถึง18นัดยิงได้7ประตูพร้อมทำทางให้เพื่อนอีก3แอสซิสต์ ด้วยฟอร์มการเล่นที่สุดสะเด่าก็ทำให้เจ้าตัวถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

จิ้งจอกสยาม หวังมัดใจเมดดิสันด้วยการอัพค่าเหนื่อยแพงสุดของสโมสร

ท่ามกลางกระแสที่อาจต้องเสียดาวเตะคนสำคัญออกไปจากทีมแทบทุกเมื่อก็ทำให้เลสเตอร์ซิตี้คิดหาทางที่จะป้องกันปัญหาเรื่องเสียแต่เนิ่นๆ แล้วก็ไม่มีอะไรจะเหมาะสมไปกว่าการจับเจมส์ เมดดิสันต่อสัญญาฉบับใหม่ด้วยค่าเหนื่อยที่มากกว่าเดิม

ปัจจุบันเจมส์ เมดดิสันมีสัญญาในถิ่นคิงส์พาวเวอร์สถึงปี2023 พร้อมรับค่าเหนื่อยที่55,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ด้วยผลงานที่โดดเด่นมากในช่วงสองปีหลังทำให้เลสเตอร์ซิตี้ต้องการจะเพิ่มค่าเหนื่อยให้กับกองกลางหมายเลข10รายนี้ ด้วยการเพิ่มค่าเหนื่อยขึ้นถึงเกือบสามเท่าที่150,000ปอนด์ต่อวีก ซึ่งนั่นจะทำให้เมดดิสันรั้งตำแหน่งนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดของสโมสรโดยทันที เนื่องจากเจ้าของสถิติเดิมคือเจมี่ วาร์ดี้ที่รับค่าเหนื่อยที่สัปดาห์ละ140,000ปอนด์ต่อสัปดาห์

สื่อในอังกฤษยังได้วิเคราะห์กันอีกว่าท่าทีที่เลสเตอร์ยอมเพิ่มค่าเหนื่อยให้กับกองกลางวัย23กะรัตมากมายขนาดนี้ก็เนื่องจากว่าพวกเค้าต้องการใส่เงื่อนไขค่าฉีกสัญญาให้มากกว่าเดิม(ราว135ล้านปอนด์)เพื่อการันตีความสบายใจว่าหากวันใดที่เลสเตอร์ซิตี้จะต้องเสียตัวเจมส์ เมดดิสันออกไปจากทีมจริงๆแล้วละก็พวกเค้าได้รับเงินก้อนใหญ่เพียงพอที่จะหาใครซักคนมาทดแทนได้นั่นเอง

เอฟเวอร์ตัน เชิดชูคนสำคัญจับริชาร์ลิซอนขยายสัญญายาว5ปี

เอฟเวอร์ตัน

แม้ว่าเอฟเวอร์ตันยังไม่อาจแน่ใจเหมือนกันจะอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกในซีซั่นหน้าหรือไม่ ทว่าทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินก็ยังคงให้ความสำคัญกับแนวรุกอย่างริชาร์ลิซอนจนจับนักเตะต่อสัญญายาวไปถึงปี2024เป็นที่เรียบร้อย

ปัจจุบันทีมดังแห่งเมอร์ซี่ไซต์ยังคงต้องโกยแต้มเพื่อหนีโซนตกชั้นเนื่องจากอันดับปัจจุบันของพวกเค้ายังอยู่ที่อันดับ18(ตกชั้นอันดับ18-20)แต่ที่ผ่านมาดาวยิงชาวแซมบ้าก็ยังคงได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องพร้อมกับทำสกอร์ไปแล้ว6ประตูในซีซั่นนี้(รวมทุกรายการ)จนทำให้บอร์ดบริหารต้องรีบดำเนินการมัดใจกับริชาร์ลิซอนไว้แต่เนิ่นๆ “ การได้ยินแฟนบอลร้องเพลงให้เป็นสิ่งที่น่าประทับใจแบบสุดๆ ผมมาจากฟุตบอลในวัฒนธรรมที่ต่างออกไป สิ่งเหล่านี้มันย้ำเตือนให้ผมต้องการนำสิ่งดีๆมาสู่ทีม ผมขอให้สัญญาว่าจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อนำความสำเร็จมาสู่สโมสร ” ดาวยิงวัย22กะรัตให้คำมั่น

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ริชาร์ลิซอนได้สัญญาใหม่เร็วกว่ากำหนด(ทั้งที่เพิ่งย้ายมาเอฟเวอร์ตันได้ไม่ครบสองปีเต็ม)ก็เนื่องจากผลงานอันสุดแจ่มเมื่อซีซั่นที่แล้วที่เจ้าตัวซัดรวมกัน14ประตูจากการลงสนาม38เกม นำพาให้ริชาร์ลิซอนมีข่าวว่าได้รับความสนใจจากทีมคู่แข่งร่วมเมืองอย่างลิเวอร์พูลนั่นเอง

ลิชาร์ลิซอนอ้อนหนัก เอฟเวอร์ตัน ไว้วางใจจนไม่อาจปันใจเป็นอื่น

หลังจากได้สัญญาฉบับใหม่เป็นเวลา5ปีลิชาร์ลิซอนก็ได้ออกมาเผยถึงความในใจสำหรับการวางอนาคตไว้ในถิ่นกูดิสันปาร์คต่อไป “ การลงเล่นฟุตบอลลีกที่กินเวลานานหลายเดือน ทำให้คุณต้องรับมือคำวิจารณ์ในทุกรูปแบบ แต่ที่เอฟเวอร์ตันผมได้รับความไว้วางใจ เรามีช่วงเวลาที่เปราะบางแต่สโมสรก็ยังให้ความสำคัญกับผม มันทำให้ผมรู้สึกว่าที่นี่คือสโมสรที่ผมจะฝากอนาคตไว้ได้ ผมอยากเล่นให้เอฟเวอร์ตันให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ”

ถึงริชาร์ลิซอนจะมีดีกรีเป็นถึงนักเตะทีมชาติบราซิลแต่เจ้าตัวก็ยอมรับว่าพรีเมียร์ลีกนั้นเป็นลีกการแข่งขันที่แข็งแกร่งกว่าลีกฟุตบอลในบ้านเกิด “ ประสบการณ์การค้าแข้งในอังกฤษเป็นสิ่งเหลือเชื่อ ผมได้ยินคำร่ำลือมานานว่าพรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ดีที่สุด วันนี้ผมได้อยู่ที่นี่ ได้เห็นฟุตบอลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนตร์สเน่ห์ และที่สำคัญเอฟเวอร์ตันทำให้ผมได้มายืนตรงจุดนี้ นั่นเป็นอีกเหตุผลที่ผมต้องการใช้เวลานับจากนี้ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับสโมสร ” ริชาร์ลิซอนกล่าวอย่างมุ่งมั่น

 

โรม่า แอบเหล่โอลิวิเย่ร์เอ็นชามมิดฟิลด์ฟอร์มเทพของเซลติก

โรม่า

โรม่าทีมอันดับ5ในตารางกัลโช่เซเรียอาได้วางแผนที่จะเสริมทัพอีกครั้งในช่วงปีใหม่โดยมีแข้งเป้าหมาย คือ โอลิวิเย่ร์ เอ็นชามกองกลางตัวชูโรงของกลาสโกส์ เซลติก

โอลิวิเย่ร์ เอ็นชามเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของแมนซิตี้ ที่ทัพม้าลายเขียวขาวดึงตัวมาใช้งานในปี2017(ในยุคของกุนซือแบรนดอน ร็อดเจอร์ส)จากนั้นเอ็นชามก็กลายเป็นแข้งหลักของเซลติกมาโดยตลอด ส่งผลให้เอ็นชามที่มีอายุเพียง23ปีแต่กลับรับให้เซลติกไปแล้วกว่า105นัดยิงได้19ประตูและทำทางอีก10แอสซิสต์ มิหนำซ้ำเอ็นชามยังเคยมีประสบการลงสนามในอิตาลี่มาแล้วอีกต่างหาก เนื่องจากเจ้าตัวเคยย้ายมาเล่นกับเจนัว(ยืมตัว)มาแล้วถึงสองปี ทำให้โรม่าเชื่อมั่นเหลือเกินว่าเอ็นชามน่าจะแจ้งเกิดในศึกกัลโช่ เซเรียอาได้อย่างแน่นอน

เอ็นชามเนื้อหอมมีหลายทีมสนใจ โรม่า อาจลุ้นเหนื่อย

แม้ว่าโอลิวิเย่ร์ เอ็นชามจะยังมีสัญญาอยู่กับเซลติกกระทั้ง30มิถุนายน2022 แต่หากมีข้อเสนอเข้ามาที่10ล้านปอนด์ขึ้นไปเชื่อว่าทีมดังแดนสก็อตน่าจะยอมตกลงด้วย ทว่าโรม่าคงต้องลุ้นเหนื่อยเช่นกันกับดีลนี้เพราะยังมีทั้งบาเลนเซีย,โอลิมปิค มาร์กเซยและสปอติ้ง ลิสบอนที่ให้ความสนใจในตัวมิดฟิลด์รายนี้เช่นกัน

เลนนอนไม่คิดขาย เอ็นชาม อยากเก็บไว้ช่วยทำศึกยูโรป้าลีกส์ก่อน

แต่ดูเหมือนเซลติกจะยังไม่ยอมปล่อยตัวโอลิวิเย่ร์ เอ็นชามง่ายๆ เนื่องจากพวกเค้าเพิ่งทำคะแนนผ่านเข้าไปเล่นรอบน็อคเอาท์ในรายการยูโรป้าลีกส์ได้สำเร็จ(แม้จะยังเหลือเกมรอบแบ่งกลุ่มอีก2นัด) ทำให้นีล เลนนอนนายใหญ่ทัพม้าลายเขียวขาวต้องการที่จะเก็บมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสไว้ช่วยงานต่อ

“ โอลิวิเย่ร์เป็นเด็กหนุ่มที่ทรงพลัง เค้ามีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ผมชื่นชอบในความดุดันของเค้า เค้าจะกลายเป็นกำลังสำคัญของเซลติกในไม่ช้า ผมมั่นใจเช่นนั้น ” นีล เลนนอนกล่าวชื่นชมเอ็มชามอย่างออกนอกหน้า

โดยโอลิวิเย่ร์ เอ็นชามสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางและมิดฟิลด์ตัวรุก ซึ่งเลนนอนเองก็ยอมรับว่าเอ็นชามโดดเด่นอย่างมากเมื่อได้เล่นในตำแหน่งตัวรุก “ เอ็มชามทำได้ดีเมื่อถูกส่งไปเล่นในแดนบน เรายังมีโปรแกรมยูโรป้าลีกส์รอบต่อไปรออยู่ ผมหวังว่าโอลิวิเย่ร์จะช่วยให้เราผ่านเข้ารอบไปต่อไปได้สำเร็จ ” นีล เลนนอนเทรนเนอร์วัย48ปีกล่าวอย่างมีความหวัง

อาซาร์ รับย้ายทีมเพราะไม่ปลื้มกับตารางฝึกซ้อมของเชลซี

อาซาร์

เชลซีที่ปัจจุบันรั้งอันดับ4ในตารางพรีเมียร์ลีกนั้นล้วนเต็มไปด้วยแข้งดาวรุ่งที่แฟรงค์ แลมพาดคอยผลักดัน ไม่ว่าจะเป็น เมสัน เม้าท์,โทนี่ อับบราฮัม หรือคัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย แม้จะมีนักเตะความหวังใหม่อยู่เต็มทีม แต่ก็มีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่ยังอาลัยอาวรณ์กับการจากไปของเอแด็น อาซาร์อยู่ดี อย่างไรก็ดีล่าสุดอดีตขวัญใจสิงห์บลูได้ออกมาเปิดเผยถึงความในใจที่ทำให้ตัดสินใจอำลาทีม ซึ่งเหตุผลที่เจ้าตัวอ้างนั้นสร้างความตกใจสาวกเดอะบลูส์เป็นอย่างมาก

“ ช่วง2-3ปีหลัง ตารางการซ้อมเชลซีทำให้ผมรู้สึกเบื่อเอามากๆ มันอาจจะเป็นสไตล์ของโค้ชอิตาเลี่ยน(ทั้งคอนเต้ และซารี่)เราถูกสั่งให้ใช้เวลาอยู่กับบอลเยอะมาก ซึ่งมันไม่สนุกเอาเสียเลย เราต้องทำอะไรเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา มันอาจฟังดูแย่หน่อยนะแต่มันทำให้ผมขี้เกียจซ้อมเอามากๆเลยละ ” อาซาร์เผยถึงความรู้สึกไม่ประทับใจกับตารางฝึกซ้อมอันหนักหน่วงของเชลซี ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ก่อนหน้าที่จอห์น โอบี มิเกลอดีตมิดฟิลด์ตัวรับของเชลซีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้าว่าอาซาร์มักไม่ค่อยเต็มร้อยในการซ้อมเท่าไรนัก

นอกจากนี้กองกลางชาวเบลเยี่ยมยังได้เผยว่าซีนาดีน ซีดานกุนซือรีล มาดริดได้ถูกทาบทามตนตั้งแต่ครั้งทำศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี2016ที่โปรตุเกสแล้ว “ ผมได้มีโอกาสพบกับซีดาน(บังเอิญ)ในชิงแชมป์ยูโร2016 เค้าบอกถึงความพิเศษของเบอร์นาบิวพร้อมทั้งยืนยันว่าหากผมได้ไปเล่นที่นั่นผมจะต้องประทับใจแน่ แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ วันนี้ผมได้เห็นกับตาตัวเองแล้วเบอร์นาบิวมีบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน ”

อาซาร์ รับซีดานเป็นมากกว่าเจ้านายสุดปลื้มที่ได้ร่วมงานด้วย

ปัจจุบันอาซาร์ย้ายมาสังกัดรีล มาดริดเป็นที่เรียบร้อยทั้งยังกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของซีนาดีน ซีดานอีกต่างหากโดยมีหลักฐานสำคัญคือการได้รับโอกาสลงสนามกับทีมราชันย์ชุดขาวไปแล้วกว่า984นาที(คิดเป็น13นัดจากทุกรายการ)

“ ซีดานเป็นฮีโร่ของผมตั้งแต่สมัยเด็ก เค้ามีความหมายต่อผมมาก ผมเป็นปลื้มมากที่ได้เล่นฟุตบอลภายใต้การทำทีมของซีดาน ”

“ ซีดานให้อิสระกับนักเตะอย่างมาก สมัยค้าแข้งเค้าเหมือนศิลปิน วันนี้ซีดานหันรับงานผู้จัดการทีมเค้าก็ยังคงเป็นเช่นนั้น ซีดานไม่ได้มุ่งเน้นรายละเอียดคู่แข่งแต่มักจะกระตุ้นทัศนคติและอารมณ์ร่วมให้กับพวกเรามากกว่า ซึ่งผมแฮปปี้กับมันนะ มันทำให้ผมใช้สัญชาตญาณในสนามมากขึ้น ” อาซาร์กล่าวถึงความประทับใจหลังจากที่ได้มาร่วมงานกับรีล มาดริด

รอยคีน เชียร์ออกนอกหน้าดีแคนไรซ์คือจิ๊กซอชิ้นต่อไปของปีศาจแดง

รอยคีน

แม้ว่าในช่วง2-3นัดหลังสุด สก็อต แม็คโทมิเน่ย์ และเฟร็ดจะจับคู่เป็นมิดฟิลด์ตัวตัดเกมได้อย่างน่าประทับใจมากขึ้น ทว่าในสายตาของรุ่นพี่อย่างรอย คีนแล้วถือว่ายังไม่ดีพอ จนอดีตกัปตันผีแดงต้องออกโรงมารบเร้าให้ทีมอสูรแดงดึงตัวดีแคน ไรซ์มาช่วยตัดเกม โดยคีนมองว่าฝีเท้าของนักเตะในเวลานี้ไม่คู่ควรที่จะจับเจ่าอยู่กับเวสต์แฮมอีกต่อไป

รอย คีนผู้ซึ่งเคยยืนปักหลักตัดเกมในแผงกลางให้แมนยูฯในยุค90มองว่าตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับนั้นเป็นจุดอ่อนมาโดยตลอดจำเป็นอย่างที่ยิ่งที่จะหาใครซักคนมารับบทบาทนี้ “ กองกลางตัวต่ำของเรา(แมนยูฯ)ยังคงมีปัญหา โซลชาไม่มีนักเตะที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับโดยธรรมชาติให้เลือกมากนัก นั่นทำให้ทีมขาดสมดุล ฉะนั้นหากจะหาจุดที่ต้องปรับปรุงในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม ดีแคน(ไรซ์)ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมากเลยเชียวละ ”

เป็นที่คาดการกันว่าหากต้องการให้ทีมขุนค้อนจะยอมปล่อยตัวกองกลางวัย20ปีรายนี้แมนยูฯจำเป็นที่จะต้องยื่นข้อเสนอที่ไม่ต่ำกว่า80ล้านปอนด์ ซึ่งรอย คีนยืนยันหนักแน่นว่าฝีเท้าของอดีตดาวรุ่งชาวไอริส(เลือกเล่นทีมชาติชุดใหญ่กับอังกฤษแทน)จะคุ้มค่ากับเม็ดเงินมหาศาลอย่างแน่นอน“ ดีแคนเป็นผู้เล่นที่ทรงพลัง อ่านเกมได้ดี ค่าเฉลี่ยในการแย่งบอลของเค้าสูงมาก นั่นเพราะเค้ามีความชาญฉลาด ค่าตัวที่ร่ำลือกันไม่ได้เวอร์เกินไปหรอก ฝีเท้าของดีแคนเด่นเกินวัย จนดูเหมือนว่าเวลาของเค้ากับเวสต์แฮมใกล้หมดลงแล้ว ” รอย คีนชมดาวรุ่งรายนี้อย่างไม่ขาดปาก

ไรซ์มีทัศนคติดีเยี่ยมนี่คือจุดแข็งที่ผีได้ประโยชน์ รอยคีน ยืนยัน

ดีแคน ไรซ์ติดทีมชาติอังกฤษไปแล้วกว่า7เกมกลายเป็นหนึ่งในตัวหลักที่น่าจะมีชื่อติดทีมไปเตะในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในช่วงกลางปีหน้าอย่างแน่นอน โดยรอย คีนออกมาชื่นชมว่าทัศนคติของกองกลางรายนี้ช่างยอดเยี่ยม “ ดีแคนมีข่าวกับทีมระดับบิ๊กเนมมาตลอด แต่เค้าไม่เคยหยุดทำงานหนักเลย เค้ามีแต่ดีขึ้นๆในทุกๆวัน นั่นเพราะเค้าเป็นคนที่ไม่เคยพอใจกับอะไรง่ายๆ ต่อให้วันนี้เค้าได้รับคำชมเค้าก็จะยังหยุดพัฒนาตนเอง ทั้งยังมีความขยันไล่แย่งบอลตลอดเกมได้แบบไม่เหนื่อยอีกต่างหาก แถมอายุเค้าก็เพิ่ง20ปียังมีอายุการใช้การได้อีกนานเลยละ ” คีนชื่นชมไรซ์เป็นการทิ้งท้าย

ผีเเดง จะเดินหน้าได้อย่างมั่นใจขึ้นหลังทุบไบร์ทตัน3-1 โซลชากล่าว

ผีเเดง

โอเล่ กุนน่า โซลชานายใหญ่อสูรแดงรู้สึกประทับใจในผลงานลูกทีมเป็นอย่างมากหลังจากแมนยูฯสามารถกลับมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้งในเกมล่าสุด พร้อมกันนั้นเทรนเนอร์ชาวนอร์เวย์ยังหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการกลับมาทำผลงานให้สม่ำเสมอกว่าเดิมหลังจากที่พวกเค้าเริ่มต้นฤดูกาลนี้อย่างไม่ค่อยน่าประทับใจนัก

ปีศาจแดงประสบปัญหาเกมรุกฝืดอย่างหนักในซีซั่นนี้กระทั่งกลับมาเล่นได้อย่างมีชีวิตชีวาขึ้นหลังจากที่เสมอลิเวอร์พูลในศึกแดงเดือด และโซลชาก็หวังว่าชัยชนะเหนือไบร์ทตัน3-1จะเป็นการจุดเปลี่ยนให้ลูกทีมมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น “ ลูกทีมของผมเล่นได้อย่างผ่อนคลายแต่ในแง่เกมรุกแล้วพวกเค้าสร้างสรรค์โอกาสกันได้ดีเอามากๆ มันเป็นสัญญาณที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาร์กซิยาลเค้าทำให้เกมรุกเรามีชีวิตชีวาอย่างมาก น่าเสียดายแทนเค้านิดหน่อยที่เค้าไม่มีชื่อทำประตูในเกมกับไบร์ทตันก็เท่านั้นเอง ”

“ อันดับในตารางเป็นเรื่องที่เราแทบไม่ต้องสนใจหากเรายังเล่นฟุตบอลกันได้สนุกแบบนี้เรื่อยๆ ผมคาดหวังให้พวกเค้ารักษาอารมณ์ร่วมแบบนี้เอาไว้ให้ได้ต่อเนื่องก็พอ ” โซลชากล่าวอย่างสบายใจ

ผีเเดง ผุดไอเดียพานักเตะเปลี่ยนบรรยากาศซ้อมดูไบช่วงเบรกทีมชาติ

นอกจากนี้ในหมู่นักเตะของแมนยูฯเองก็ดูเหมือนจะมีชีวิตชีวามากขึ้น เมื่อพวกเค้ารวมตัวกันเองที่จะไปพักผ่อนกันที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แต่หาใช่การไปพักผ่อนระหว่างการพักแข้งเท่านั้น เมื่อนักเตะทั้งหลายได้ลงขันกันเพื่อออกค่าใช้จ่ายให้สตาฟฟ์ของปีศาจแดงเพื่อให้ร่วมทริปไปด้วย โดยการเดินทางครั้งนี้พวกเค้าไม่ได้หวังเพียงจะไปพักผ่อนเท่านั้นแต่บรรดานักเตะที่เหลือจากภารกิจทีมชาติจะรวมตัวกันซ้อมกันเบาๆเพื่อรักษาความฟิตไปในตัวอีกด้วย

ในเวลานี้มีนักเตะปีศาจแดงอย่างปอล ป็อกบา,ลุค ชอร์ และเนมานย่า มาติชต่างกำลังเรียกความฟิตอยู่ที่ดูไบก่อนแล้ว ทำให้นักเตะบางส่วนหมายใจจะใช้เวลาพักแข้งจากช่วงเบรกทีมชาติในเดือนพฤศจิกายนนี้รวมตัวกันซ้อมเบาๆเพื่อเป็นการชาร์ตแบตอีกครั้งหลังจากที่กรำศึกหนักมาตลอดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล ทั้งนี้รายงานระบุว่าสตาฟฟ์2คนที่เดินทางมากับนักเตะกลุ่มนี้จะเป็นคนกำหนดตารางการซ้อมรีโคเวอรี่เพื่อรักษาระดับความฟิตให้กับแข้งผีแดงเหล่านี้ตลอดทริปดูไบ กระนั้นก็คาดการว่าไม่ใช่นักเตะทั้งหมดที่เดินทางไปยังดูไบในครั้งนี้ แต่ยังคงเหลือนักเตะบางส่วนที่ยังซ้อมอยู่ที่เดอะคลิฟฟ์(สนามซ้อมของแมนยูฯ)ในช่วงเบรกทีมชาติเช่นกัน

ฮาแลนด์ คนพ่ออ่อยลูกเป็นแฟนเรือใบทั้งฝีเท้าดีพอเตะพรีเมียร์

ฮาแลนด์

เนื่องด้วยเออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์นั้นมีข่าวเชื่อมโยงกับทีมบิ๊กเนมของยุโรปแบบไม่เว้นวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมเต็งอย่างแมนยูฯที่มีผู้จัดการทีมเป็นชาวนอร์เวย์ด้วยกันอย่างโซลชาที่ดูจะมีข่าวลือหนาหูกว่าทีมอื่นๆร้อนจนนักข่าวต้องไปขอความเห็นฮาแลนด์ผู้พ่อว่าอยากให้ลูกชายเลือกทีมใหม่เป็นสโมสรไหนดี?

อัล์ฟ-อิงเก้ ฮาแลนด์พ่อบังเกิดเกล้าของเออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์นั้นเคยค้าแข้งในลีกผู้ดีมาก่อนจึงทำให้เจ้าตัวมองว่าพรีเมียร์ลีกนั้นดูจะเป็นสมรภูมิที่เหมาะกับลูกชายเป็นอย่างมาก “ ภรรยาของผมคลอดเออร์ลิ่งที่เมืองลีดส์นั่นทำให้เราพ่อลูกเป็นแฟนบอลลีดส์ด้วยกันทั้งคู่ รวมไปถึงแมนเชสเตอร์ซิตี้ด้วย นั่นเป็นเรื่องราวตอนเค้ายังเด็กนะมันอาจไม่ได้หมายความว่าเค้าจะเลือกแค่สองทีมนี้เพราะทุกวันนี้พรีเมียร์ลีกพัฒนาไปมาก ช่องว่างของแต่ละทีมมันไม่ได้ผูกขาดแบบสมัยก่อนอีกแล้ว มันทำให้พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่แข็งแกร่งอย่างมาก ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าเออร์ลิ่งสามารถลงเล่นที่นั่นได้อย่างสบาย ”

“ ทั้งนี้และทั้งนั้นเราต้องไม่ลืมว่าเค้ายังเป็นนักเตะของซัลบวร์ก และมันก็ยังไม่มีการเจรจากับทีมไหนทั้งนั้น ฉะนั้นความเห็นผมไม่เกี่ยวข้องกับการย้ายทีมของเออร์ลิ่งอย่างแน่นอน เค้าอาจจะปักหลักอยู่ในลีกออสเตรียต่อไปก็ได้ ” ฮาแลนด์คนพ่อในวัย48ปีออกความเห็นถึงลูกชาย

ฮาแลนด์ คนลูกฮอตไม่เลิกบาซ่า,มาดริด,ยูเว่พร้อมร่วมวงล่าตัว

แม้ว่าคนพ่อจะสงวนท่าทีเรื่องย้ายทีมของเออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์ไว้แล้วก็ตาม ทว่าข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็ยังคงมีออกมาชนิดไม่ขาดสาย โดยนอกจากปีศาจแดง แล้วทีมอย่างยูเวนตุส,บาเซโลน่า และรีล มาดริดต่างก็ต้องการที่จะได้ตัวดาวยิงวัย19ปีไปช่วยล่าตาข่ายด้วยกันทั้งสิ้น เนื่องด้วยสถิติการยิง23ประตูจากการลงสนามเพียง17เกมนั้นมันบาดหูบาดตาเสียเหลือเกินนั่นเอง

เออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์เพิ่งจะทุบสถิติใหม่ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อเค้ากดไปแล้ว7ประตูในซีซั่นนี้ ซึ่งนักเตะดาวรุ่งเจ้าของสถิติทำประตูสูงสุดต่อหนึ่งซีซั่นก็คือ ราอูล กอนซาเลส ที่ยิงได้6ประตู ในขณะที่ดาวยิงทีมชาตินอร์เวย์ยิงไปได้มากกว่าถึงหนึ่งประตูทั้งที่เพิ่งลงเล่นในปีนี้ไปเพียง4เกมเท่านั้น จึงมีโอกาสสูงมากที่ฮาแลนด์จะทำสถิติใหม่ที่มากขึ้นไปอีก

เป๊ป เปิดศึกก่อนดวลหงส์โจมตีมาเน่ทำทุกอย่างเพื่อชนะแม้พุ่งล้ม

เป๊ป

หลังจากที่แมนซิตี้ทำท่าว่าจะลดช่องว่างคะแนนจากการไล่ตามลิเวอร์ลงมาได้สำเร็จอยู่ ทว่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บซาดิโอ มาเน่ก็ยังแผลงฤทธิ์สะกิดประตูชัยให้กับทีมหงส์แดงได้ซะอีก เป็นอันทำให้ระยะห่างของแมนซิตี้ยังคงเท่าเดิมที่6คะแนน จนเป็นสิ่งที่สร้างความท้อแท้ใจให้กับเป๊ป กวาร์ดิโอล่าเป็นอย่างมาก ซ้ำยังทำให้กุนซือชาวสเปนต้องประเดิมสงครามประสาทใส่ดาวยิงจอมแสบอย่างซาดิโอ มาเน่ว่าเป็นผู้เล่นที่ทุ่มเทเพื่อลิเวอร์พูลอย่างแท้จริงแม้ว่าจะต้องแลกด้วยการเล่นละครตบตาผู้ตัดสินบ้างก็ตาม

แม้ว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะพาแมนซิตี้เก็บชัยชนะมาแล้วถึง3เกมติดต่อกันทว่าพวกเค้าก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะไล่ตามลิเวอร์พูลได้ทัน “ การได้เห็นพวกเค้า(ลิเวอร์พูล)ได้ประตูในช่วงท้ายเกมอีกครั้งในสัปดาห์นี้มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนดูหนังฉายซ้ำ เพราะคนทำให้ลิเวอร์พูลคว้าสามแต้มก็เป็นคนเดิมอย่างซาดิโอ มาเน่ เค้าเป็นนักเตะที่มีความเฉียบคมและพร้อมแลกทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ บางทีเค้าก็ใช้สัญชาตญาณอันยอดเยี่ยม หรือบางครั้งเค้าก็พุ่งล้มเอาจุดโทษ แต่ที่ผมต้องยอมรับจากใจจริงคือเค้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำประตูช่วงนาทีสุดท้าย ” อดีตเทรนเนอร์บาซ่ายอมซูฮก

ลิเวอร์พูลยิงโกงตายท้ายเป็นเรื่องจิตใจไม่ใช่ฟลุ๊ค เป๊ป ยอมรับจากใจ

ถึงแม้จะสถานะเป็นคู่แข่งกันในแง่ของเกมการแข่งขันทว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ยอมรับอย่างจริงใจว่าทีมคู่ปรับอย่างลิเวอร์พูลนั้นมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง “ มันมีเส้นบางๆระหว่างคำว่าโชคดีจังที่ได้สามแต้ม กับคู่ควรแล้วที่ได้สามแต้ม แต่พวกเค้าทำประตูสำคัญๆในช่วงท้ายเกมได้อย่างต่อเนื่องในช่วงสองปีมานี้ ถ้าพูดตรงๆผมว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องโชคดี และนักเตะของพวกเค้าทุกคนมุ่งมั่นและไม่เคยยอมแพ้ มันพิสูจน์แล้วว่าพวกเค้าเป็นคู่ต่อสู้ที่ประมาทไม่ได้ ”

“ เมื่อคุณมีความตั้งใจแล้วคุณทำมันได้ซ้ำๆมันจะกลายเป็นความมั่นใจ ลิเวอร์พูลในเวลานี้เป็นทีมที่มีความมั่นใจสูงมาก เราต้องมีสมาธิและประเมินพวกเค้าให้ชัดเจนว่าเค้าเป็นทีมระดับไหน หลังจากผ่านไป11นัดพวกเค้ายังไม่แพ้ใครเลย ลิเวอร์พูลจะเป็นคู่ต่อกรที่เราต้องทุ่มเทเกินร้อยหากอยากชิงความได้เปรียบจากพวกเค้า และเราจะได้รู้กันในสัปดาห์หน้า ” เป๊ปส่งสาส์นท้ารบให้ลิเวอร์พูลก่อนที่จะมีคิวบุกไปเยือนแอนด์ฟิลในสัปดาห์หน้า

ริวัลโด้ แนะนำเอ๊มปั๊ปเป้ต้องย้ายหนีลีกเอิงเพื่อพิสูจน์ฝีเท้า

ริวัลโด้

คิลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ดาวยิงตัวเก่งของปารีส แซงต์ แชร์กแมงที่มีดีกรีความสำเร็จในเชิงลูกหนังมาแล้วอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการครองแชมป์อย่างโชกโชนในลีกฝรั่งเศส และแชมป์ฟุตบอลโลก2018(กับทีมชาติฝรั่งเศส) กระนั้นริวัลโด้ตำนานทีมชาติบราซิลในยุค90ก็ได้ออกมากระตุ้นหัวหอกเลือดน้ำหอมให้ย้ายไปคว้าแชมป์ในลีกอื่นๆดูบ้างเพื่อเป็นการยกระดับฝีเท้า ทั้งยังเป็นการพิสูจน์ฝีเท้าว่าเจ้าตัวเป็นซุปเปอร์สตาร์ลูกหนังในยุคปัจจุบันอย่างเต็มตัว

ริวัลโด้ผู้ซึ่งเคยค้าแข้งทั้งในลีกสเปน และอิตาลี่ยืนยันว่าถึงเวลาแล้วที่เอ็มปั๊ปเป้จะต้องก้าวไปข้างหน้าเพื่อพิสูจน์ตัวเอง “ ด้วยความเคารพต่อลีกเอิง แต่ความแข็งแกร่งของที่นั่นอาจยังเทียบไม่ได้กับความเข้มข้นของลาลีก้า หรือพรีเมียร์ลีก แม้ว่าเปเอสเชจะเป็นสโมสรที่มีโอกาสจะคว้าแชมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกก็ตาม แต่ถ้าเค้า(เอ็มปั๊ปเป้)ย้ายไปเล่นในอังกฤษ หรือสเปนเค้าจะยกระดับฝีเท้าไปได้ไวกว่านี้ เค้าเป็นนักเตะพรสวรรค์สูงและถ้าเค้าสามารถคว้าถ้วยรางวัลในลีกอื่นๆได้มากขึ้น มันจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเอ็มปั๊ปเป้ได้กลายเป็นไอคอนลูกหนังในยุคใหม่อย่างเต็มตัว ” อดีตสตาร์บาซ่าเสนอแนะ

ริวัลโด้ แอบเชียร์บาซ่าเซ็นเอ็มปั๊ปเป้แต่ยอมรับคงเป็นไปได้ยาก

ริวัลโด้เคยสร้างชื่อกับบาเซโลน่าในช่วงปลายยุค90(1997-2002)ยังยอมรับอีกว่าดาวยิงวัย20กะรัตมีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะเป็นนักเตะอัลซูนกราน่าแต่ทว่าคงยากที่อดีตต้นสังกัดจะคว้าตัวเอ็มปั๊ปเป้ไปครองได้สำเร็จ “ เอ็มปั๊ปเป้สามารถรับช่วงต่อจากลีโอแนล เมสซี่ได้อย่างแน่นอน ฉะนั้นผมอยากเห็นเอ็มปั๊ปเป้สวมเสื้อบาซ่าแม้ว่ามันคงจะเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน อย่างที่เราทราบกันดีลระหว่างเนย์มาร์ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้เลย แล้วถ้าเป็นในกรณีของเอ็มปั๊ปเป้ค่าตัวของเค้าจะต้องแพงกว่าเนย์มาร์อย่างแน่นอน มันอาจจะไม่ใช่ในเร็วๆนี้ แต่ผมว่าโอกาสก็ยังเปิดกว้างอยู่นะ  ”

โดยคิลิยัน เอ็มปั๊ปเป้แจ้งเกิดกับทีมโมนาโกแล้วก็สามารถคว้าแชมป์ลีกเอิงได้ในวัยเพียง16ปี และด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นเกินวัยจึงทำให้เจ้าตัวถูกปารีส แซงต์ แชร์กแมงกระชากตัวไปร่วมทีมในปี2017 นับจากนั้นมากเอ็มปั๊ปเป้ก็กลายเป็นแนวรุกคนสำคัญของเปเอสเชมาโดยตลอด ณ ปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นในฝรั่งเศสไปแล้ว169เกม และยิงไปถึง99ประตู(นับรวมทุกสโมสร) และมีข่าวเช่นกันว่าทั้งรีล มาดริด และบาเซโลน่าต่างหมายตาที่จะดึงตัวดาวยิงเลือดน้ำหอมรายนี้ไปร่วมทีม เพราะนอกจากเอ็มปั๊ปเป้จะมีฝีเท้าที่น่าประทับใจแล้วเจ้าตัวยังมีอายยังน้อยจึงสามารถอยู่รับใช้ทีมในระยะยาวได้อีกด้วยนั่นเอง

มอยส์ เตือนแมนยูฯจะขายผู้เล่นหน้าไหนก็ได้ยกเว้นปอลป๊อกบา

มอยส์

นับตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นปอล ป๊อกบานับเป็นผู้เล่นที่มีข่าวลือว่าจะย้ายไปที่นั่นที่นี่มาตลอด แต่จวนแล้วจวนรอดปีศาจแดงก็ยังรักษากองกลางชาวฝรั่งเศสไว้ในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดต่อไป แล้วหากเจ้าตัวไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนป๊อกบาก็ยังคงได้รับความไว้วางใจจากโอเล่ กุนน่า โซลชาให้ลงเล่นเป็นตัวหลักเสมอมา ซึ่งนับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างยิ่งในสายตาของกุนซือปีศาจแดงรายก่อนหน้าอย่างเดวิด มอยส์

เดวิด มอยส์เคยได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนยูฯมาก่อนจึงได้ให้คำแนะนำต่อกุนซือรุ่นน้องอย่างโอเล่ กุนน่า โซลชา “ ยูไนเต็ดกำลังสร้างทีมสายเลือดใหม่ นั่นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพี่เลี้ยงคอยประคองและปอล ป๊อกบาก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะรับบทบาทนั้น เค้ามีประสบการณ์มากมายรวมถึงคว้าแชมป์โลกมาแล้วอีกต่างหาก แม้ในยามที่ทีมตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากป๊อกบายังช่วยกระตุ้นทีมได้ แน่นอนว่าฝีเท้าระดับเค้าย่อมมีทีมที่สนใจอยากได้ตัวมากมาย แต่ถ้าผมเป็นโซลชาบอกเลยว่าป๊อกบาจะไม่มีทางได้ย้ายไปไหนอย่างเด็ดขาด  ” อดีตเทรนเนอร์เอฟเวอร์ตันแสดงทัศนะ

ป๊อกบาเเม้จะฟอร์มตกเเต่ก็ยังเป็นหัวใจเเดนกลางของเเมนยุ มอยส์ กล่าว

ปอล ป๊อกบาเคยสร้างชื่อกับยูเวนตุสจนทำให้ปีศาจแดงต้องยอมทุ่มเงินกว่า89ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติการย้ายทีมที่แพงที่สุดในปี2016 ทว่าหลังเปลี่ยนผู้จัดการทีมไปหลายคนบทบาทที่เจ้าตัวได้รับก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ “ สมัยเค้า(ป๊อกบา)อยู่ในอิตาลี่เค้ามักดันขึ้นสูงนั่นทำให้เค้ามีส่วนกับการทำประตูมากขึ้น แต่ปัจจุบันเค้าค่อนข้างยืนต่ำในแดนกลางของยูไนเต็ดซึ่งแน่นอนว่าการทำประตูหรือแอสซิสต์ของเค้าอาจน้อยลง แต่ถ้าคุณเจาะไปในรายละเอียดเค้ายังคงมีบทบาทกับเกมของยูไนเต็ดอย่างมาก  ”

“ คุณต้องมองให้ออกเราจะไปคาดหวังมิดฟิลด์ตัวกลางให้ทำประตูแข่งกับเมสซี่ได้ยังไง ป๊อกบามีจุดแข็งของตัวเองแม้ว่าเค้าอาจจะไม่อยู่ในช่วงท็อปฟอร์มแต่เค้าก็ยังหัวใจสำคัญในแดนกลางของยูไนเต็ด ยิ่งในยุคที่ทีมมีแต่ผู้เล่นดาวรุ่งผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปล่อยตัวผู้เล่นระดับนี้ออกจากทีมไป ” เดวิด มอยส์ตอกย้ำความสำคัญของป๊อกบา

โดยในเวลานี้ปอล ป๊อกบายังอยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บจากอาการนิ้วเท้าแตกซึ่งคาดการว่าอีกราว4สัปดาห์เจ้าตัวถึงจะกลับมาฟิตพร้อมช่วยแมนยูฯอีกครั้ง หลังจากซีซั่นนี้เจ้าตัวลงเล่นให้ปีศาจแดงไปแล้ว6นัดพร้อมทำทางให้เพื่อนไปแล้ว2แอตซิสต์จากทุกรายการ

แอชลี่ย์โคล กลับสแตนฟอร์ดบริดจ์ถิ่นเก่าเพื่อคุมทีมU15เชลซี

แอชลี่ย์โคล

หลังจากที่แฟรงค์ แลมพาดกลับมารับงานใหญ่กับเชลซี เจ้าตัวได้เคยเกริ่นไว้แล้วว่าอยากดึงตัวผู้เล่นเก่าๆในยุครุ่งเรื่องกลับมาทำร่วมงานกับสโมสรอีกครั้ง เริ่มตั้งแต่การแต่งตั้งปีเตอร์ เช็ก(ผู้รักษาประตู)รับงานด้านที่ปรึกษาฝ่ายเทคนิค และแม้ว่าการเชิญชวนดิริเยร์ ดร็อกบาเพื่อมารับบทสตาฟฟ์โค้ชจะไม่ลุล่วง(ดร็อกบาต้องการพัฒนาสมาคมฟุตบอลไอวอรี่โครสต์และลงสมัครตำแหน่งนากยสมาคมฟุตบอล)ทว่าล่าสุดสิงห์บลูก็ได้รับข่าวดีเมื่อ แอชลี่ย์ โคล อดีตแบ๊คซ้ายได้ตอบรับคำเชิญที่จะมาทำงานในทีมชุดเยาวชนให้กับเชลซีเป็นที่เรียบร้อย

รายงานระบุว่าเชลซีได้เชิญชวนแอชลี่ย์ โคลมาพักใหญ่แล้วทว่าเจ้าตัวยังอยู่ในช่วงของการอบรมเพื่อสอบใบประกาศงานโค้ชอยู่จึงยังไม่ได้มีการตกลังกันอย่างเป็นกิจลักษณะ ทว่าบัดนี้เจ้าตัวได้รับใบอนุญาตงานโค้ชขั้นต้นมาแล้ว(ยังอบรมเพื่อรับใบอนุญาตงานโค้ชในระดับที่สูงขึ้นต่อไป)อดีตแบ็คซ้ายทีมชาติอังฤษจึงได้ปลงใจที่จะทำงานกับทีมเยาวชนชุดอายุต่ำกว่า15ปีของเชลซี “ เป็นเกียรติอย่างมากที่เชลซีให้ผมได้รับบทบาทนี้ มันทำให้ผมตื่นเต้นที่ได้ทำงานกับเยาวชนของเชลซี ผมเริ่มเรียนรู้งานด้านโค้ชกับแฟรงค์ โอไบรอันเค้าคลุกคลีกับทีมเยาวชนมานาน มีเค้าคอยเป็นพี่เลี้ยงให้กับผมทำให้ทุกอย่างราบรื่น ผมหวังว่าจะได้พัฒนาเยาวชนเหล่านี้เพื่อขึ้นไปเป็นกำลังหลักในทีมชุดใหญ่ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ” โคลในวัย38กะรัตเอ่ยอย่างมุ่งมั่น

แอชลี่ย์โคล รับงานโค้ชลึกซึ่งกว่าสมัยค้าแข้งมากโขแต่ก็ยังสนุกกับมัน

แอชลี่ย์ โคลเป็นผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จกับเชลซีอย่างสูงเมื่อเค้าสามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้1สมัย,เอฟเอคัพ4สมัย,ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก1สมัย และยูฟ่ายูโรป้าลีกส์อีก1สมัยกระทั่งอำลาทีมไปในปี2014 “ ผมยินดีมากที่แอชลี่ย์กลับมาช่วยงาน ประสบการณ์ของเค้าจะเป็นประโยชน์ต่อนักเตะเยาวชนของเรา(เชลซี)อย่างแน่นอน นี่เป็นย่างก้าวสำคัญที่จะนำความสำเร็จมาสู่เชลซีในอนาคต ” แฟรงค์ แลมพาดแสดงความยินดีที่ได้เพื่อนรักกลับช่วยงาน

ในส่วนแอชลี่ย์ โคลเองก็บอกเช่นกันว่างานโค้ชนั่นยากกว่าที่คิดแต่เจ้าตัวกลับรู้สึกท้าทายและอยากทำงานนี้ให้ลุล่วง “ สมัยเป็นผู้เล่นมันใช้ตรรกะความคิดแบบหนึ่ง แต่เมื่อมาทำงานโค้ชมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง นักฟุตบอลอายุน้อยๆเค้าไม่ชอบการถูกปฏิบัติเหมือนกับเค้าเป็นเด็ก มันเป็นเรื่องท้าทายที่คุณจะต้องหาทางกระตุ้นพวกเค้าในช่วงเวลาที่เหมาะสม มันไม่ง่ายเลยแต่ผมกลับรู้สึกสนุกในทุกๆวัน การเฝ้าติดตามพัฒนาการของเด็กเหล่านี้มันช่างเป็นบทบาทที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ร่วม และผมชักติดใจมันซะแล้ว ”

ริเบรี่ ขวางพี่เสือยังไม่จำเป็นต้องมีจาดอนซานโช่ก็สำเร็จได้

ริเบรี่

ถึงแม้ว่าปัจจุบันฟรองซ์ ริเบรี่ตัวริมเส้นจอมทักษะจะสังกัดอยู่กับฟิออเรนติน่า ในลีกอิตาลี่ แต่ด้วยความที่เคยค้าแข้งอยู่กับบาเยิร์น มิวนิคมาก่อนหน้าถึง12ปีก็ส่งผลให้ดาวเตะชาวฝรั่งเศสยังมีความห่วงใยต่อยอดทีมในเยอรมันเสมอ จนต้องออกมาเสนอแนะให้ทีมเก่าไม่จำเป็นต้องดึงตัวจาดอน ซานโช่ปีกฟอร์มฮอตของเสือเหลืองในเวลานี้ เนื่องจากมองว่าขุมกำลังที่นิโก้ โควัชมีให้เลือกใช้งานในเวลานี้มีความสามารถประสบความสำเร็จได้อยู่แล้ว

บาเยิร์น มิวนิคมีการเปลี่ยนถ่ายผู้เล่นมากมายในซีซั่นนี้ มันคงต้องให้เวลาพวกเค้าปรับตัวกันซักเล็กน้อย แต่มีสัญญาณที่ดีหลายอย่าง คูตี้เองก็เล่นได้อย่างผ่อนคลาย,กนาบรี้เองก็ทำประตูสำคัญให้ทีมได้ต่อเนื่อง,เปริซิสก็เล่นได้อย่างกระฉับกระเฉง,แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ก็เล่นได้อย่างแข็งแกร่งทั้งรุกและรับ หรือเลวานดอฟสกี้ก็ยังคงเป็นกองหน้าที่มีค่าเฉลี่ยการทำประตูที่น่ามหัศจรรย์ แฟนบอลมิวนิคไม่ต้องกังวลอะไรพวกเค้าจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทีมสามารถป้องกันแชมป์ได้อย่างสบายโดยไม่จำเป็นต้องดึงตัวจาดอน ซานโช่มาจากดอร์ทมุนด์เลย ” ฟรองซ์ ริเบรี่ที่ปัจจุบันสวมเสื้อหมายเลข7ในถิ่นอันเตมิโอ้ ฟรังคี่กล่าวถึงทีมเก่า

ซานโช่เก่งเกินวัยแต่คงไม่มีที่วางในทีมเสือใต้ ริเบรี่ ยืนยัน

จาดอน ซานโช่ปีกตัวจี๊ดของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดสองซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้เวลานี้ดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับบิ๊กทีมของยุโรปอย่างต่อเนื่องซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงทีมอย่างบาเยิร์น มิวนิคด้วยเช่นกัน เนื่องจากทีมเสือใต้มีสถิติในการดึงตัวผู้เล่นชั้นดีไปจากอ้อมออกเสือเหลืองเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้,มัตต์ ฮุมเมลส์ และมาริโอ เกิตเซ่ย์

“ จาดอน ซานโช่ก้าวขึ้นเป็นนักเตะชั้นนำของลีกเยอรมันอย่างเต็มตัว เค้าเล่นได้อย่างโดดเด่นทั้งที่อายุเพียง19ปีเท่านั้น เค้าไม่เหมือนผู้เล่นดาวรุ่งเลย เค้าเล่นราวกับเล่นในบุนเดสลีก้ามาซัก5-6ปี เราทุกคนต่างยอมรับว่าเค้ายอดเยี่ยม แต่ในตำแหน่งนี้นิโก้ โควัชมีทั้งคิงส์ลี่ย์ โกมัน,โธมัส มุลเลอร์,อีวาน เปริซิส และแซตจ์ กนาบรี้อยู่แล้ว มันจึงไม่มีความจำเป็นที่บาเยิร์น มิวนิคต้องดึงตัวซานโช่เข้ามาอีก มันเป็นไอเดียที่ดีแต่มันยังไม่ถูกเวลาเท่านั้นเอง ” ริเบรี่ในวัย36กะรัตกล่าวเตือนสติ

 

อัลลาไดซ์ พูดแรงแมนยูฯอย่าชะล่าใจทีมที่ดีก็ตกชั้นได้นะจ๊ะ

อัลลาไดซ์

ความจริงที่บาดใจเหลือเกินคือแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแม้จะมีอันดับอยู่ไปค่อนกลางตารางที่อันดับ12 อย่างไรก็ตามถ้ามองในแง่คะแนนพวกเค้ามีแต้มเหลือโซนตกชั้น(ทีมอันดับ18เอฟเวอร์ตันมี7คะแนน)เพียงสองคะแนนเท่านั้น แถมประตูได้เสียพวกเค้าก็บวกแค่เม็ดเดียว จนแซม อัลลาไดซ์อดีตกุนซือคนดังของโบลตันต้องออกมาเตือนสติว่าปีศาจแดงอาจต้องเผชิญชะตากรรมกับการลุ้นหนีตกชั้นก็เป็นได้หากยังปล่อยให้เกมรุกประสบปัญหาฝืดต่อเนื่องไปเช่นนี้ต่อไป(2เกมหลังสุดแมนยูฯยิงประตูใครไม่ได้เลย เสมอ1แพ้1)

“ เราเคยเห็นลีดส์ยูไนเต็ดทีมที่แข็งแกร่งทั้งในลีกและยูซีแอล แต่ก็ต้องตกชั้นในเวลาเพียงไม่กี่ปี หรือแม้แต่แมนยูฯชุดที่ตกชั้นในปี74ก็ยังเป็นทีมที่ดี ฉะนั้นสถานการณ์ในตอนนี้มันมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น ด้วยความเคารพแมนยูฯ แต่สถานการ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้พวกเค้ากำลังประสบปัญหาความมั่นใจและคุณภาพนักเตะก็ไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับทีมในกลุ่มบิ๊กโฟว์อีกต่อไปแล้ว ” แซม อัลลาไดซ์แสดงความห่วงใยหลังจากที่ปีศาจแดงผลงานตกต่ำหนักมาก5เกมหลังสุดไม่ชนะใคร แถมยิงประตูคู่แข่งรวมกันได้เพียงสองเม็ดเท่านั้น

ผีแดงพลาดที่ขายลูกากู,อเล็กซิสโดยไร้ตัวแทน อัลลาไดซ์ วิจารณ์

แซม อัลลาไดซ์ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าปัญหาในแนวรุกของปีศาจแดงนั้นเป็นผลมาจากการตัดสินใจผิดพลาดของโอเล่ กุนน่า โซลชากุนซือแมนยูฯโดยตรง “ เมื่อคุณปล่อยผู้เล่นอย่างลูกากูออกไป คุณจำเป็นต้องมีใครซักคนมาทดแทน แม้เค้าจะยิงไม่ได้ต่อเนื่องแต่เค้าก็ยิงประตูได้เยอะกว่าแรชฟอร์ดด้วยซ้ำ มันคือความมั่นใจเกินไปของโซลชา แล้วมันก็เป็นอย่างที่เห็นเกมรุกของพวกเค้าตกต่ำไปมาก นี่มันเป็นภาพที่เราไม่เคยชินกับการที่แมนยูฯยิงประตูทีมคู่แข่งได้อย่างยากลำบาก นั่นทำให้ผมเริ่มกังวลว่าปัญหาที่พวกเค้าเจอมันอาจรุนแรงกว่าที่คิด(อาจถึงกับต้องหนีตาย) ”

“ แมนยูฯจำเป็นต้องมีทีมขนาดใหญ่พร้อมด้วยผู้เล่นคุณภาพที่ไม่แตกต่างกันระหว่างตัวจริงและตัวสำรอง ซึ่งมันไม่ใช่ทีมที่โซลชามีให้เลือกใช้งานในเวลานี้ มันเห็นผลชัดเจนเมื่อผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บกันหลายคน ดาวรุ่งที่พวกเค้ามียังไม่สามารถทดแทนได้เลย ผมเห็นด้วยว่าโซลชาจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับปรุงทีม(แมนยูฯ)อีกพักใหญ่ แต่สถานการณ์แวดล้อมตอนนี้มันไม่เป็นเป็นใจต่อเค้า(โซลชา)เลย ” แซม อัลลาไดซ์อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษชี้แจง

ปืนใหญ่ ใจมดหวังรั้งโอบาอยู่ต่อด้วยการอัพค่าเหนื่อยสองหมื่นปอนด์

ปืนใหญ่

ถ้าพูดถึงสตาร์ที่ต้องแบกทีมอาร์เซนอลไปบนบ่าตลอดช่วงหลัง คงจะไม่มีใครกล้าเถียงจะต้องเป็นปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองแต่เพียงผู้เดียว เพราะนับตั้งแต่ปืนใหญ่ไร้ร่มเงาของอาร์แซน เวนเกอร์พวกเค้าก็ดูเหมือนจะยังหาทรงบอลไม่ได้ แต่ถึงแม้อะไรต่อมิอะไรยังไม่ลงตัวพวกเค้าก็ยังมีโอบาเมยองที่คอยผลิตสกอร์ให้ทีมอย่างต่อเนื่อง โดยในซีซั่นนี้เจ้าตัวก็ซัดไปแล้วถึง8เม็ด จากการลงสนาม8เกมในทุกรายการ ทำให้อูไน เอเมรี่ร้องขอบอร์ดบริหารให้ทำทุกวิถีทางที่จะรั้งดาวยิงทีมชาติกาบองให้อยู่กับทีมต่อไปให้ได้ เนื่องจากสัญญาฉบับเดิมนั้นจะหมดลงในกลางปี2021

แต่อาจจะไม่ง่ายนักเมื่อปรากฏว่าอาร์เซนอลยังคงมาตรการรัดเข็มขัดเหมือนเดิมซึ่งอาจจะเป็นปัญหาในการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ของโอบาเมยอง เมื่อบอร์ดบริหารของไอ้ปืนใหญ่จะเพิ่มค่าเหนื่อยให้กับดาวยิงคนสำคัญเป็น200,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าเติมราคาค่าเม็ดเหงื่อที่ต่ำมากเนื่องจากเดิมทีเจ้าตัวก็ได้รับค่าเหนื่อยในสัญญาเดิมที่180,000ปอนด์ต่อสัปดาห์อยู่แล้ว และมีความเป็นไปได้สูงที่จะกลายเป็นประเด็นดราม่าหลังจากก่อนหน้านี้ก็เคยมีมหากาพย์ในช่วงสัญญาปีสุดท้ายของอเล็กซิส ซานเชสและลงเอยด้วยการสูญเสียนักเตะชั้นดีไปให้กับแมนยูฯ

อูไนโค้ช ปืนใหญ่ ขู่ฟ้อไม่ยอมเสียดาวยิงตัวเก่งให้คู่แข่งร่วมลีกซ้ำสอง

อาร์เซนอลได้ชื่อว่าเป็นทีมใจบุญเนื่องจากพวกเค้ามีสถิติในการเสียนักเตะชั้นดีให้กับทีมคู่ปรับในพรีเมียร์ลีกด้วยกันอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การเสียแอชลี่ย์ โคลแบ๊คซ้ายดีกรีทีมชาติอังกฤษให้กับเชลซีในปี2006 จากนั้นโคลก็ไปเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเชลซีในปี2009 ต่อมาพวกเค้าก็เสียโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ดาวยิงตัวเก่งให้กับแมนยูฯในปี2015 และดาวเตะดัตซ์ก็พาปีศาจแดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีแรกที่ย้ายมา และรายล่าสุดคือการเสียตัวรุกอย่างอเล็กซิส ซานเชสไปให้กับปีศาจแดงอีกครั้งในปี2018 แต่หนนี้ดีขึ้นหน่อยคือดาวยิงทีมชาติชิลีไปฟอร์มตกต่ำกับแมนยูฯจนโดนปล่อยต่อให้อินเตอร์มิลานยืมตัวไปใช้อีกทอด

อย่างไรก็ดีอูไน เอเมรี่นายใหญ่ปืนโตคนปัจจุบันประกาศชัดเจนว่าถ้าบอร์ดบริหารปล่อยตัวปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองให้กับทีมคู่แข่งทางตรงในพรีเมียร์ลีกด้วยกัน เทรนเนอร์ชาวสเปนก็จะขอประกาศลาออกทันที ถ้าวิเคราะห์ตามเม็ดเงินก็มีความเป็นไปได้ที่ปืนโตอาจต้องหาทั้งกองหน้าใหม่และผู้จัดการใหม่ไปพร้อมกันเลยก็เป็นได้?

สเปอร์ส หงายเอริคเซ่นรอย้ายฟรีซัมเมอร์หน้าหลังไก่ฟอร์มฝืด

สเปอร์ส

ผลงานของสเปอร์สในซีซั่นนี้ดูกระท่อนกระท่อนอย่างมาก โดนส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนของคริสเตียน เอริคเซ่น ที่ทำให้ฟอร์มการเล่นของจอมทัพชาวเดนมาร์กดูขาดช่วงขาดตอนไปในซีซั่นนี้ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากความไม่พอใจที่เอริคเซ่นมองว่าต้นสังกัดไม่ยอมหาทางออกให้เค้าได้ย้ายทีมอย่างที่ตั้งใจไว้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วมุ่งหวังเพียงแต่ว่าจะขอโน้มน้าวให้เค้ายอมต่อสัญญาออกไปในช่วงเวลา12เดือนที่เหลือให้จงได้

ความรู้สึกคับข้องใจของของคริสเตียน เอริคเซ่นนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจนกับผลงานในสนามที่ต่ำไปกว่ามาตรฐานในซีซั่นนี้ จนทำให้เจ้าตัวขาดความมั่นใจกระทั่งการสังหารจุดโทษจนพลาดเป้าเป็นเหตุให้สเปอร์สตกรอบในศึกคาราบาวคัพ(แพ้จุดโทษโคลเชสเตอร์3-4) ยิ่งแล้วผลงานของไก่เดือยทองยิ่งไม่น่าประทับใจ ก็ยิ่งทำให้กองกลางวัย27ปียิ่งใช้เป็นข้ออ้างในการอำลาทีมเพื่อหวังประสบความสำเร็จ เนื่องจากสเปอร์สก็ยังอยู่ในข่ายทีมที่เกือบดีแต่ยังไม่มีถ้วยรางวัลติดมือเลยแม้แต่ใบเดียว จนเชื่อว่าเอริคเซ่นจะตีนิ่งเพื่อย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์หน้า

เอริคเซ่นมิดฟิลด์ตัวเก่งของ สเปอร์ส รอย้ายฟรีซัมเมอร์หน้าเพื่อโอกาสรับค่าเหนื่อยกอ้นโต

ตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาทั้งแมนยูฯ,ยูเวนตุส,บาเซโลน่า และรีล มาดริด ต่างแสดงความสนใจในตัวคริสเตียน เอริคเซ่นมาโดยตลอด แต่สเปอร์สก็พยายามกันท่ามาโดยตลอดโดยดาเนียล เลวี่ประธานไก่เดือยทองก็หวังว่าจะมัดใจให้ดาวเตะเลือดโคนมยอมรับค่าเหนื่อยระดับ200,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ ทว่านับจนถึงบัดนี้สัญญาดังกล่าวก็ยังไม่คืบหน้าเลย โดยเอริคเซ่นมองว่าหากเค้าเลือกรับข้อเสนอในการย้ายออกแบบไร้ค่าตัวนั้นจะได้ทำให้ให้เค้าได้รับค่าเหนื่อยที่มากกว่าที่สเปอร์สมอบให้อย่างแน่นอน เนื่องจากทีมนั้นๆจะไม่ต้องเสียค่าตัวซื้อขายจนมีเงินจ่ายค่าเหนื่อยที่มากกว่าเดิมนั่นเอง

คริสเตียน เอริคเซ่นย้ายจากอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัมมาในปี2013 โดยตลอดช่วงที่ค้าแข้งกับสเปอร์ส เจ้าตัวกลายเป็นมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องเบอร์ต้นๆของวงการลูกหนังโลก นำพาให้สเปอร์สจบอันดับในกลุ่มท๊อปโฟร์พรีเมียร์ลีกมาตลอดหลายปี แต่ภายหลังจากลงเล่นไป277เกม และยิงได้66ประตู เจ้าตัวก็ต้องทบทวนอนาคตใหม่อีกครั้งเนื่องจากหลังอยู่กับทีมมา6ปีก็ยังไม่สามารถครองแชมป์ได้เลยแม้แต่รายการเดียว โดยปีที่แล้วพวกเค้าใกล้เคียงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยแก้แพ้ลิเวอร์พูลในนัดชิงชนะเลิศยูซีแอล0-2

ยูเว่ เกมรับกำลังยวบ?หลังระยะหลังเสียประตูง่ายดายเหลือเกิน

ยูเว่

ยูเวนตุสแชมป์เก่าลีกอิตาเลี่ยนดูเหมือนกำลังประสบปัญหาในเกมรับเข้าเสียแล้วจากผลพลวงของการขาดหายไปของจอร์โจ้ เคียรินี่ที่เจ็บยาว เมื่อสี่เกมหลังสุดพวกเค้าเสียไปถึง6ประตู จากเกมชนะนาโปลี4-3,เสมอแอตเลติโก้ มาดริด2-2 และชนะเวโรน่า2-1 ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าเมาริซิโอ ซารี่จะสานต่อความยิ่งใหญ่ให้เบียงโคเนรี่ได้หรือไม่หากยังเพิ่มสถิติการเสียประตูต่อเนื่องกันไปอีกแบบนี้

จอร์โจ้ เคียรีนี่หัวใจในเกมรับของยูเวนตุสเพิ่งได้รับการผ่าตัดหลังจากมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่า และไม่สามารถช่วยทีมได้อย่างน้อยราวครึ่งปี ซึ่งคนที่ได้รับโอกาสก็เป็นมาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ แต่ทว่ากองหลังดาวรุ่งกลับไม่สามารถโชว์ฟอมเทพได้เหมือนซีซั่นก่อน(ปีที่แล้วฟอร์มสดกับอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัม) จนแฟนบอลในอิตาลี่ล้อเลียนว่า เดอ ลิกต์ คือฟิล โจนส์แห่งกัลโช่ เซเรียอา(ฟิล โจนส์ถูกแซวว่าเป็นตัวตลกในแมนยู)จากผลงานโชว์เหวอในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก และทำให้เจ้าตัวหลุดมานั่งเป็นตัวสำรองข้างสนามอีกครั้งในเกมกับเวโรน่า

คาเปลโล่ป้องเดอลิกต์ค่อยๆดีขึ้นและจะเป็นที่พึ่งให้ ยูเว่ ได้แน่นอน

แม้สายตาแฟนบอลหลายคู่จะเห็นคาตาว่าดาวเตะดัตซ์จะโชว์ฟอร์มได้ห่วยแตก แต่กุนซือจอมเก๋าอย่างฟาบิโอ คาเปลโล่กลับเห็นต่างพร้อมกับยืนยันว่ายูเวนตุสจะสามารถพึ่งพามาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ได้ในอนาคตข้างหน้าเพียงแต่ต้องอดทนรอคอยซักใหม่เนื่องจากเจ้าตัวเพิ่งย้ายมายังอิตาลี่ไม่นาน “ เดอ ลิกต์ พิสูจน์ผลงานกับอาร์แจ็กมาแล้ว เค้าเพิ่งย้ายมาเล่นกับทีมใหม่(ยูเวนตุส)และลีกที่แตกต่างออกไป เค้าอาจยังปรับตัวไม่เข้าที่ แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเค้าไม่ดีพอกับยูเว่ ในอีกไม่นานเค้าจะขึ้นมาทำผลงานเทียบเคียงกับเคียรินี่ และโบนุชชี่ได้อย่างแน่นอน ”

การที่แฟนบอลม้าลายจะคาดหวังถึงผลงานอันโดดเด่นของ เดอ ลิกซ์นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะกองหลังวัย20ปีโชว์ฝีเท้ากับอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัมได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อซีซั่นที่แล้ว โดยเค้ามีความเหนียวแน่นในการป้องกันและยังสามารถดันสูงขึ้นมาทำประตูได้บ่อยครั้งจนสามารถพาทีมเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นที่แล้ว และทำให้ยูเวนตุสยอมทุบกระปุกเพื่อคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยเม็ดเงิน75ล้านยูโร มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์จึงได้ลงเอยสวมเสื้อหมายเลข4ให้กับเบียงโคเนรี่ในฤดูกาลนี้

ม้าลาย สะดุ้งมอจจี้หยามซารี่หยามซารี่อ่อนชั้นเกินคว้าแชมป์

ม้าลาย

หลังผ่านพ้นโปรแกรมกัลโช่ เซเรียอาแม็ตซ์ที่สามปรากฎว่าอินเตอร์มิลานนำเดี่ยวเป็นจ่าฝูงด้วยผลงานชนะรวดสามเกม ในขณะที่แชมป์เก่ายูเวนตุสบุกไปเสมอฟิออเรนติน่าแบบจืดสนิท0-0 โดยเบียงโคเนรี่ต้องเปลี่ยนผู้เล่นสำรองในครึ่งแรกถึงสองรายจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งกุนซือเมาริซิโอ ซารี่(คุมยูเวนตุส)ได้ออกมากล่าวอ้างว่าผู้เล่นของเค้ามีอาการล้าเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุจนเป็นผลไม่สามารถเจาะเอาประตูจากฟิออเรนติน่าได้ และทันทีที่อดีตCEO(ยูเวนตุส)อย่างลูซาโน่ มอจจี้ทราบเรื่องก็แทบกลั้นขำไม่อยู่ที่ได้ยินคำกล่าวอ้างอันเลื่อนลอยของอดีตกุนซือนาโปลี

ลูซาโน่ มอจจี้ที่เคยบริหารยูเวนตุสเมื่อหลายปีก่อนรู้สึกไม่พอใจที่กุนซือใหญ่ของทีมใช้ข้ออ้างเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศเพื่อเอาตัวรอดจากผลการแข่งขันที่ไม่ตรงเป้า “ ผู้เล่นของยูเวนตุสนั้นเต็มไปด้วยสตาร์ หลายคนคว้าแชมป์มาแล้วผ่านการพิสูจน์ผลงานมาแล้ว แต่คนกำหนดทิศทางการเล่นให้พวกเค้าต่างหากที่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เรื่องผู้เล่นบาดเจ็บเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในเกมฟุตบอลแต่มันไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะตอนที่เปลี่ยนตัวมิราเล็ม ปายิชออกนั้นมันยังไม่ครบ45นาทีเลย มีเวลาอีกในครึ่งหลังที่จะเปลี่ยนเกม แต่ซารี่ก็เชื่องช้าเกินที่จัดการอะไรได้ แล้วก็มาอ้างอากาศร้อนมันตลกสิ้นดี ยูเวนตุสทำแต้มหายไปสองคะแนนเพราะอากาศร้อนเกินไป ”

คอนเต้สวนร้อนแล้วยังไงในเมื่อ ม้าลาย มีแข้งสตาร์ให้เลือกเพียบ

ด้านกุนซืออินเตอร์อย่างอันโตนิโอ คอนเต้เมื่อได้ทราบเรื่องก็ได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอากาศร้อนเช่นกัน “ บางทีผมก็สงสัยว่าถ้าผู้เล่นยูเว่รู้สึกร้อนเนี่ย แล้วผู้เล่นวีโอล่า(ฟิออเรติน่า)เค้าทาซันบล็อค(ครีมกันแดด)ลงสนามหรือเปล่า? มันตลกดีนะว่าไหม ทีมที่ครบเครื่องทั้งงบประมาณ,แฟนบอล และขุมกำลังนักเตะยังออกมาเรียกหาฟ้าฝนให้เป็นใจต่อทีมตัวเองอีก เค้ากำลังทำงานกลุ่มนักเตะที่แข็งแกร่งอย่างมากเพียงเท่านี้ผมว่าเค้าก็ได้เปรียบทีมอื่นๆไปหลายช่วงตัวแล้วนะ ” คอนเต้ที่เป็นไม่เบื่อไม่เมากับซารี่มาโดยตลอดแซะเพื่อนร่วมอาชีพอย่างไม่ไว้หน้า

โดยนอกจากผลงานในทีมจะเริ่มสะดุดแล้ว ในแง่ของนักเตะในทีมก็มีหลายคนที่เริ่มไม่ปลื้มเมาริซิโอ ซารี่จนออกมาตำหนิเจ้านายผ่านสื่อกันอย่างโจ่มครึ่ม อาทิ มาริโอ มานซูกิส และเอ็มเร่ ชาน

หงส์เเดง โนแคร์ดราม่าแย่งกันยิงฟาวเลอร์ยันเรื่องขี้ปะติ๋ว

หงส์เเดง

ประเด็นอาการหัวร้อนของซาดิโอ มาเน่ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่องถึงความไม่พออกพอใจที่มาเน่อยู่ในตำแหน่งที่เอื้อต่อการได้ประตูมากกว่าทว่า(โมฮัมเหม็ด)ซาล่ากลับไม่ยอมจ่ายบอลให้ ซึ่งยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ร้อนถึงดาวยิงรุ่นพี่อย่างร็อบบี้ ฟาวเลอร์ต้องออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยอดีตกองหน้าเมืองทองยูไนเต็ดมองว่าเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำที่ซาล่ากระหายที่จะมีชื่อบนสกอร์บอร์ดอยู่เสมอ และเป็นเรื่องปกติของเกมฟุตบอลที่ไม่น่าจะต้องมาเสียเวลาหาบทสรุปกันแต่อย่างใด

“ ผมเห็นด้วยกับเจอร์เกน คล็อปป์นะตอนที่อาเดรียนเล่นพลาดแล้วเค้าบอกว่า ผมไม่แคร์หรอกตราบเท่าที่ทีมเราชนะ ฉะนั้นในเมื่อทีมยังชนะต่อเนื่องและนำเป็นจ่าฝูง ผมก็ไม่เห็นสาระที่เราจะมานั่งถามกันว่าทำไมคนนี้ไม่มีชื่อทำประตูละ ผมไม่ได้เข้าข้างใครนะ ผมให้เกียรติทั้งซาล่า และมาเน่ พวกเค้าคือนักเตะประเภทกระหายชัยชนะทั้งคู่ มันไปแปลกเลยที่เค้าจะหงุดหงิดเมื่อบอลมันไม่เป็นใจ ” อดีตกองหน้าหงส์แดงยุค90กล่าวเสริม

ฟาวเลอร์อดีตนักเตะ หงส์เเดง รับยอดดาวยิงหมกหมุ่นที่จะยิงด้วยตัวเองกันทั้งนั้น

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ผู้ที่เคยยิงให้หงส์เเดงไปถึง171ประตูยังได้ยืนยันว่าสัญชาตญาณที่แสดงออกมาของซาล่าไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด “ สิ่งที่กองหน้าที่ดีต้องสำนึกไว้ตลอดคือการทำประตู ซึ่งในแต่ละเกมบางทีโอกาสมันมีแค่ครั้งเดียว ฉะนั้นคุณต้องใส่ความมั่นใจลงไปอย่างเต็มที่ มันจึงทำให้กองหน้าที่ดีก็มักจะเลือกที่จะจบสกอร์ด้วยตัวเองอยู่เสมอ พวกเค้าไม่มีเวลามาพะวงกับเรื่องอื่นๆหรอก ”

“ ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องของการเห็นแก่ตัวนะ มันคือความมั่นใจในตัวเองต่างหาก และมันออกจะดีเสียด้วยซ้ำที่นักเตะมีทัศนคติแบบนี้ ต่อให้ซาเน่ไปอยู่ในตำแหน่งเดียวกับซาล่าก็ไม่มีอะไรการันตีนะว่าเค้าจะส่งบอลให้เพื่อน ของแบบนี้มันเล่นกันไปตามสัญชาตญาณ และทั้งคู่ต่างเป็นเพชรฆาตด้วยกันทั้งคู่  ”

“ ซาล่า และมาเน่ต่างเป็นผู้เล่นคนสำคัญ พวกเค้าเข้าขากันเป็นอย่างดี และการเล่นแบบคิดจะเล่นเอง ยิงเองมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะบอกได้ว่าคนไหนผิดคนไหนถูก มันเป็นส่วนหนึ่งของเกมฟุตบอล ในเวลาเดียวกันมันก็ทำให้เค้าทั้งคู่ต่างมีชื่อเป็นคนทำประตูกันอยู่บ่อยๆเช่นเดียวกัน ” ฟาวเลอร์ทิ้งท้าย

 

ยูเวนตุส เล็งเป้าเซ็นฟรีเพิ่มโดยเล็งไปที่สตาร์ดังพรีเมียร์ลีก

ยูเวนตุส

เรียกได้ว่าได้นักเตะฝีเท้าดีแบบฟรีไม่เคยขาดสำหรับไอ้ม้าลาย ยูเวนตุส ยอดทีมจากอิตาลี่ ซึ่งพวกเค้ามักอาศัยช่องว่างของนักเตะที่ใกล้หมดสัญญากับต้นสังกัดแล้วเลือกเสนอค่าเหนื่อยก้อนโตให้พิจารณาได้แบบสบายๆเนื่องจากเบียงโคเนรี่จะไม่ต้องเสียค่าตัวให้นักเตะนั้นเอง โดยก่อนหน้านี้พวกเค้าได้ทั้ง เอมเร่ ชาน,อารอน แรมซี่ย์ และอาเดรียน ราบิโอล มาร่วมทีมในรูปลักษณ์ของการเซ็นฟรีทั้งหมด นั่นทำให้แชมป์กัลโช่ชักติดใจและเล็งเป้าที่จะดำเกมในลักษณะนี้อีกครั้งในช่วงเปิดตลาดซื้อขายรอบครั้งต่อไป(ปีใหม่2020)

เอริคเซ่นเป้าหมายหลักของ ยูเวนตุส จากนั้นเล็งแข้งเชลซีและแมนยูเพิ่ม

1.คริสเตียน เอริคเซ่น(27ปี) โครตบอลของสเปนยกระดับฝีเท้าขึ้นมาเป็นเพลเมกเกอร์เบอต้นๆของวงการลูกหนังยุคปัจจุบัน ด้วยผลงานการสเปอร์สจบท็อปโฟว์มาตลอดในช่วงหลัง แถมยังเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึกUCLเมื่อซีซั่นที่แล้ว แต่ที่สำคัญคือนักเตะแสดงทีท่าชัดเจนว่าจะไม่ขยายสัญญากับต้นสังกัดย่างแน่นอน โดยมีทั้งบาเซโลน่า และแมนยูที่พร้อมจะแย่งตัวเอริคเซ่นเช่นกัน ทว่ายูเวนตุสก็ยังถือดีว่าจะสามารถหว่านล้อมให้จอมทัพชาวเดนมาร์กให้ยอมมาฝากอนาคตไว้ที่ตูรินได้

2.เนมานย่า มาติช(31ปี) กองกลางตัวรับที่ดูจะเป็นส่วนเกินกับแมนยูที่อาจจะดูเชื่องช้าลงไปบ้างสำหรับเกมฟุตบอลที่รวดเร็วอย่างพรีเมียร์ลีก สัญญาของนักเตะรายนี้จะหมดลงในซัมเมอร์หน้า แม้จะมีออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มได้แต่เชื่อว่าโซลชา(กุนซือแมนยู)น่าจะปล่อยตัวฟรีเสียมากกว่า และยูเวนตุสก็เชื่อว่ามาติชจะยังคงรับมือกับลีกอิตาลี่ได้สบายๆ ทำให้ยูเวนตุสหวังจะใช้ประสบการณ์ของมิดฟิลด์ชาวเซอร์เบียมาช่วยประคับประคองทีมในฐานะแข้งอะไหล่

3.วิลเลี่ยน(31ปี) ปีกชาวบราซิลเลี่ยนจำต้องทนอยู่กับเชลซีเนื่องจากทีมดังแห่งลอนดอนไม่สามารถซื้อผู้เล่นใหม่ได้เนื่องจากติดโทษแบน และวิลเลี่ยนก็ดึงเชงเรื่องสัญญาใหม่กับเชลซีมาโดยตลอด รวมไปถึงสถานะปัจจุบันที่เป็นเพียงตัวสำรองในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ก็ทำให้ทัพม้าลายเชื่อว่านักเตะดีกรีทีมชาติบราซิลน่าจะสนใจย้ายไปค้าแข้งในกัลโช่ เซเรียอาอย่างแน่นอน

4.เอริค ไบญี่(25ปี) กองหลังชาวไอวอรี่โครสต์เจ็บออดๆแอดๆจนไม่เคยได้ลงสนามกับแมนยูอย่างจริงจัง จนเชื่อว่าปีศาจแดงน่าจะปล่อยตัวนักเตะให้เป็นอิสระหลังหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์หน้า และม้าลายก็อยากลองวัดใจกับไบญี่ซักตั้ง เนื่องจากไบญี่อายุยังน้อยและอาจฝากผีฝากไข้ได้ในระยะยาว เนื่องจากกองหลังตัวหลักทั้งจอร์โจ้ เคียรินี่ และเลโอนาโด้ โบนุชชี่ต่างโรยรากันหมดแล้ว

 

 

หลุยส์เอ็นริเก้ เสียลูกที่ป่วยเป็นมะเร็งกระดูกด้วยวัยเพียง9ปี

หลุยส์เอ็นริเก้

หลุยส์ เอ็นริเก้อดีตผู้เล่นบาเซโลน่าต้องพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อชาน่าธิดาคนเล็กของตระกูลเอ็นริเก้ได้จากไปอย่างสงบหลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งกระดูกออสทีโอซาร์โคมาด้วยอายุเพียง9ขวบเท่านั้น “ ลูกสาวของเราต่อสู้อย่างเต็มที่แล้วตลอด5เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้ชาน่าจากไปอย่างสงบ เราต้องขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นคุณหมอ,พยาบาลและเจ้าหน้าที่อาสาทุกท่าน เราทุกคนจะจดจำรอยยิ้มของหนูตลอดไป ขอพระเจ้าทรงนำทาง ” เทรนเนอร์วัย49ปีกล่าวในวาระสุดท้ายของลูกสาว

โดยก่อนหน้านี้หลุยส์ เอ็นริเก้ยังคงมีตำแหน่งเป็นเทรนเนอร์ทีมชาติสเปน ทว่าทันทีที่ได้รับข่าวว่าลูกสาวของเค้าต้องประสบกับโรคร้าย เจ้าตัวก็ประกาศลาออกทันทีเพื่อหวังว่าจะทุ่มเทดูแลลูกสาวคนโปรด แต่ทว่าภายหลังจากทำการรักษาอย่างเต็มที่พวกเค้าก็ไม่อาจรักษาชีวิตของชาน่าไว้ได้ และปล่อยให้เธอจากไปอย่างสงบเมื่อช่วงบ่ายของวันที่29ส.ค.ที่ผ่านมา โดยทันทีที่ข่าวอันโศรกเศร้านี้ได้รับการเผยแพร่ออกไปกำลังใจในวงการลูกหนังก็ทะยอยส่งกลับมาให้หลุยส์ เอ็นริเก้และครอบครัวอย่างไม่ขาดสาย

รีลมาดริดมีสปริริตนำขบวนนักกีฬาส่งกำลังให้ หลุยส์เอ็นริเก้

แม้หลุยส์ เอ็นริเก้จะเคยสลัดสีเสื้อชุดขาวแล้วหันมารับใช้บาเซโลน่าจนกลายเป็นความบาดหมางระหว่างทั้งสองสโมสรมาช้านาน แต่ทว่ารีลมาดริดก็ยังส่งกำลังใจให้กับเอ็นริเก้อย่างเต็มใจ “ สโมสรรีลมาดริดขอส่งแรงใจไปยังครอบครัวเอ็นริเก้ให้ก้าวผ่านช่วงเวลาอันโหดร้ายนี้ไปให้ได้ ”ราชันย์ชุดชาวได้ทวิตต์ผ่านโลกออนไลน์จนทำให้ภายหลังนักเตะของรีลมาดริดอีกหลายรายก็ได้ส่งทวิตต์ส่งความปรารถนาดีให้เอ็นริเก้ตามมา

“ พี่ชายเข้มแข็งไว้นะ มันเป็นเรื่องเศร้าของพวกเราทุกคนและผมขอส่งกำลังใจให้คุณและครอบครัวครับ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ” เซคิโอ รามอสกองหลังกัปตันทีมรีลมาดริดทวิตต์

“ ในฐานะคนเป็นพ่อแล้วมันคงเจ็บปวดมากเลย ผมไม่รู้เหมือนกันจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร แต่ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ ” อิสโก้ทวิตต์

ดาวยิงบาซ่าอย่างหลุยส์ ซัวเรสก็ได้แสดงความเสียใจกับเรื่องนี้เช่นกัน “ มันเป็นช่วงเวลาที่แสนปวดร้าวของครอบครัวเอ็นริเก้ ผมขอให้ชานิต้าไปสู่สุคติ และขอส่งเติมพลังและความเข้มแข็งให้หลุย เอ็นริเก้สำหรับช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ ”

นักเทนนิสอย่างราฟาเอล นาดาลก็ยังได้ร่วมไว้อาลัยกับเค้าด้วยเช่นกัน “ ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเกิดกับครอบครัวผมเองผมจะผ่านมันไปได้อย่างไร เข้มแข็งไว้นะครับ ”

 

ปีศาจแดง หาที่ลงหลังพ่ายพาเลซ1-2โดยพุ่งเป้าไปที่เจสซี่ลินการ์ด

 

ปีศาจแดง

ก่อนหน้านี้โลเมรู ลูกากูอดีตแข้งผีแดงได้เคยออกมาตำหนิแฟนบอลปีศาจแดงว่าชอบหาแพะในการระบายอารมณ์หากทีมทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจ โดยเจ้าตัว(ลูกากู),อเล็กซิส ซานเชส และปอล ป็อกบา กระทั่งผลการแข่งขันเมื่อสุดสัปดาห์ที่แมนยูพ่ายคริสตัลพาเลซคาบ้านไป1-2 คำบอกเล่าของกองหน้าชาวเบลเยี่ยมก็เห็นผลทันที เนื่องจากหลังจบเกมกระแสการตำหนิเจสซี่ ลินการ์ดก็ครุกรุ่นขึ้นมาทันที

เจสซี่ ลินการ์ดยังคงได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกับแมนยูต่อไป แม้สถิติก่อนหน้าจะย่ำแย่เพราะไม่มีทั้งการทำประตู,ไม่มีการทำทางมาเลยนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปี2019 และผลงานในนัดล่าสุดก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเมื่อมิดฟิลด์เลือดผู้ดีไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับทีมได้เลยและถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่56เพื่อให้เมสัน กรีนวู๊ดแข้งรุ่นน้องลงมาเปลี่ยนเกมแทน ซึ่งสร้างความโกรธเคืองไปยังหมู่แฟนบอลปีศาจแดงเป็นอย่างมาก โดยพวกเค้ามองว่าการส่งลินการ์ดลงสนามนั้นเป็นการเสียเวลาเปล่า ทั้งยังตำหนิโอเล่ กุนน่า โซลชาว่าเอาแต่โอ๋ลินการ์ดจนทีมต้องขายหน้าคาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ลินการ์ดไร้ตัวตันไม่ต่างกับอเล็กซิสแต่โซลชานายใหญ่ ปีศาจแดง กลับเข็นลงสนาม

   ครั้งสุดท้ายที่เจสซี่ ลินการ์ดมีทำผลงานได้เป็นชิ้นเป็นอันก็ต้องย้อนไปถึงเดือนธันวาคม2018ที่เค้าทำทางให้เพื่อนได้2แอตซิสต์กับยิง4ประตู ทว่านับจากนั้นลินการ์ดก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลงานในเกมรุกของทีมอีกเลย ซึ่งถือว่าจืดสนิทสำหรับผู้เล่นที่โอเล่ กุนน่า โซลชาไว้ใจให้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือหากเทียบแล้วอเล็กซิส ซานเชสที่ได้รับโอกาสเพียงน้อยนิดแต่ก็ทำผลงานได้ถึงหนึ่งประตูกับอีกสองแอตซิสต์นับแต่ตั้งต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งยังถือว่าสร้างผลงานได้เป็นชิ้นเป็นอันกว่าลินการ์ดเสียอีก

ในเวลานี้มีแฟนบอลปีศาจแดงจำนวนไม่น้อยที่ออกมาทวิตต์ขับไล่ลินการ์ดให้พ้นทีมหลังแม็ตซ์อัปยศครั้งล่าสุด โดยพวกเค้าต่างเห็นตรงกันว่าเจสซี่ ลินการ์ดไม่ดีพอที่จะรับบทเป็นตัวสร้างสรรค์เกมรุก และควรดร็อปออกจากทีมได้แล้ว ทว่าในส่วนของกุนซือปีศาจแดงอย่างโซลชากลับเห็นต่าง “ ถ้ายึดติดกับผลงานรูปธรรมใช่เค้าไม่ยิงและไม่มีแอตซิสต์ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าลินการ์ดไม่มีประโยชน์กับเกมของแมนยู คุณต้องไปยังภาพรวมแล้วคุณจะเห็นว่าเค้าทำผลงานไม่ได้แย่ และหากเค้ากลับมายิงประตูได้อีกครั้งความมั่นใจเค้าจะกลับมา และเราจะสนับสนุนลินการ์ดต่อไป ”

เอาก์สบวร์ก อ้าแขนรับแบ็คเก๋าลิชสไตเนอร์ร่วมก๊วนหนึ่งปีเต็ม

เอาก์สบวร์ก

 

สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์แบ็คขวาวัยดึก ได้ตอบรับโอกาสร่วมทีมเอาก์สบวร์กเป็นเวลา12เดือนเต็ม โดยฟูลแบ็คดีกรีรองแชมป์ยูโรป้าลีก(กับอาร์เซนอล)ซีซั่นที่ผ่านมา ยังคงไม่ยอมแขวนสตั๊ดแม้อายุจะย่างเข้า35กะรัตแล้วก็ตาม โดยลิชท์สไตเนอร์ต้องการที่จะสัมผัสบรรยากาศในลีกเยอรมันดูบ้าง หลังจากเค้าเคยค้าแข้งมาแล้วทั้งในศึกกัลโช่เซเรียอา,พรีเมียร์ลีก,ลีกเอิง และลีกสวิตเซอร์แลนด์ โดยอดีตแบ๊คขวาของอาร์เซนอลหวังว่าจะช่วยให้เอาก์สบวร์กอยู่รอดในศึกบุนเดสลีก้าได้สำเร็จอีกครั้ง

ลิชสไตน์เนอร์ขนประสบการณ์เต็มขั้นช่วยพา เอาก์สบวร์ก หนีตาย

เอาก์สบวร์กรอดพ้นการตกชั้นในศึกบุนเดสลีก้าซีซั่น2018/19อย่างหวุดหวิดด้วยการจบอันดับที่15ในตาราง โดยมีแต้มเหนือสตุทการ์ต(อันดับ16)เพียง4คะแนน และมาร์ติน ชมิดต์เทรนเนอร์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ก็หวังว่าคนบ้านเดียวกันอย่างลิชท์สไตเนอร์น่าจะช่วยให้ภารกิจต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในลีกเมืองเบียร์ลุ่ล่วงไปได้ด้วยดี เนื่องจากแบ็คขวารายนี้มีส่วนร่วมสำคัญที่นำพาอาร์เซนอลทะลุเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศในรายการยูโรป้าลีกส์ แต่น่าเสียดายที่ลิชท์สไตเนอร์ไม่ได้มีส่วนร่วมในนัดชิง อีกทั้งปืนใหญ่ก็พ่ายแพ้ต่อเชลซีไปอย่างหมดรูป1-4 ได้เพียงรองแชมป์เท่านั้น

ทว่าด้วยโอกาสลงเล่นกับทีมปืนโตแห่งลอนดอนที่ไม่มากนัก จะสะสมโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้เพียง10นัด ก็ทำให้สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ประกาศแยกทางกับอาร์เซนอล และกลายเป็นนักเตะอิสระตั้งแต่นั้นมา จนมาร์ติน ชมิดต์โค้ชชาติเดียวกันกับลิชท์สไตเนอร์ตัดสินใจดึงตัวมาช่วยงาน โดยกุนซือวัย52ปีหวังจะพึ่งพาความเก๋าและประสบการณ์ของฟูลแบ็คจอมเก๋ารายนี้เพื่อประคองทีมเอาก์สบวร์กให้อยู่รอดไปอีกซีซั่น เนื่องจากพวกเค้าประเดิมนัดแรกในศึกบุนเดสลีก้าด้วยการพ่ายแพ้ต่อโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ไป1-5 และรั้งอับดับรองบ๊วยอยู่ในขณะนี้

ครั้งหนึ่งสเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์เคยถูกจับตามองว่าเป็นฟูลแบ็คที่มีฝีเท้าฉกาจเบอร์ต้นๆของยุโรป ด้วยลีลาการเติมเกมรุกที่ดุดัน และความเหนียวแน่นในเกมรับที่ไม่น้อยหน้า จนแม้กระทั้งยูเวนตุสยังต้องคว้าตัวมาร่วมทัพ โดยภายหลังจากลงเล่นให้เบียงโคเนรี่ไป257เกม ลิชท์สไตเนอร์ก็ประสบความสำเร็จในการคว้ามแชมป์กับไอ้ม้าลายอย่างมากมาย ไล่ตั้งแต่แชมป์กัลโช่เซเรียอา7สมัย,แชมป์โคปาอิตาเลีย5สมัย(ได้กับลาซิโอ1สมัย)และซุปเปอร์โคปาอิตาเลียอีก3สมัย

ลิเวอร์พูล ยันไม่ช็อปเพิ่มไม่ได้แปลว่าทำผมงานดีกว่าเดิมไม่ได้

ลิเวอร์พูล

แม้จะมีผลประกอบการที่ดีชนิดผิดหูผิดตาจนทำให้ ลิเวอร์พูล จัดว่าเป็นทีมที่กำไรสูงสุดสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก ทว่าในแง่ของการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาช่วยทีม ปรากฏว่าหงส์แดงไม่ค่อยมีข่าวอัพเดตมากนัก จนทำให้โดนแฟนบอลทีมคู่แข่งปรามาศว่า เจอร์เกน คล็อปป์ คงไม่อาจทำผลงานได้แจ่มแจ๋วเหมือนซีซั่นที่ผ่านมา(ได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีก และได้แชมป์UCL)อีกแน่ หากยังเมินเฉยที่จะเสริมทัพในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล แต่กุนซือคนเก่งอย่าง คล็อปป์ กลับแย้งว่ากุญแจการขับเคลื่อนทีมให้บรรลุเป้าหมายนั้นไม่ใช่สักแต่ว่าทุ่มซื้อก็จะสมหวังได้ ทว่ายังมีปัจจัยอื่นๆอีกมาก และตนกับลูกทีมก็กำลังทำสิ่งเหล่านั้นกันอยู่

คล็อปป์นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ไม่สนทุ่มซื้อแต่หันไปเติมแท็กติกใหม่ๆให้กับลูกทีมแทน

   เรียกได้ว่าผลงานของ ลิเวอร์พูล กำลังไปได้สวย จนแฟนบอลหงส์แดงต่างเชียร์ให้ เจอร์เกน คล็อปป์ ทุ่มเสริมทัพในซีซั่นนี้เพื่อเป้าหมายในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว กระนั้นกุนซือชาวเยอรมันกลับมีความเห็นที่ต่างออกไป “ มันยากเสมอที่เราจะใช้เงินให้น้อยแต่ได้ผลลัพธ์ในสนามที่เราต้องการ แต่นั่นละมันคือความท้าทายในสายตาผม แน่นอนว่ามันมีโอกาสที่ดีกว่าแน่ถ้าคุณมีเงินให้ใช้แบบไม่หยุดสิ้น แต่ ลิเวอร์พูล เรามีแนวทางที่เจ๋งกว่านั้น ”

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของซีซั่นก่อน ลิเวอร์พูล ใช้เงินเสริมทัพถึง 170 ล้านปอนด์ ซึ่งส่วนทางกับซีซั่นนี้ที่ คล็อปป์ เพิ่งใช้เงินไปเพียง 1.3 ล้านปอนด์(ซื้อ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก )เท่านั้น “ การดึงผู้เล่นดีเข้ามาในทีมย่อมเป็นเรื่องดี แต่เราจะไม่มองข้ามเรื่องทีมสปริริตและการทำงานร่วมกันระหว่างโค้ชกับผู้เล่น ลิเวอร์พูล เองไม่เคยมองข้ามปัจจัยเหล่านี้ นั่นทำให้ปรีซีซั่นนี้เราต้องทำงานกันให้หนักขึ้น  เราไม่ใช่ทีมที่หลงระเริงแล้วคิดว่าชัยชนะเป็นเรื่องง่ายๆ ฉะนั้นผมบอกได้เลยว่าเราใช้เงินซื้อน้อยแต่ประสิทธิภาพของ ลิเวอร์พูล จะไม่ลดลงอย่างแน่นอน ”

อย่างไรก็ดี คล็อปป์ ก็ไม่ได้จะปิดประตูเรื่องการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่ซะทีเดียว “ หลายๆทีมมองการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เพื่อยกระดับการเล่นของทีมให้เอื้อต่อการประสบความสำเร็จ แต่สำหรับผม ลิเวอร์พูล อยู่ในระดับนั้นอยู่ แล้วมีแต้มตามหลังแชมป์(พรีเมียร์ลีก)แค่แต้มเดียว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ซื้อใครแล้ว เพียงแต่เราจะพิจารณาเรื่องการเสริมทัพอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสมเหตุสมผล ” ส่วนหนึ่งที่กุนซือชาวเยอรมันไม่เห็นด้วยกับซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาอย่างเดียว เพราะต้องการดันเด็กชุดเยาวชนให้ขึ้นมาทรอดแทรกทีมชุดใหญ่นั่นเอง

แมนยู ถีบส่ง!พร้อมเลหลังดาเมียนในราคาลดสะบั้นหั่นแหลก

แมนยู

ฟูลแบ็คจอมดวงตกของ แมนยู น่าจะได้เก็บข้าวของออกจากเกาะอังกฤษในไม่ช้า เมื่อรายงานจากอังกฤษยืนยันแล้วว่าเจ้าตัวไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โอเล่ กุนน่า โซลชา อีกต่อไป และปีศาจแดงมีความตั้งใจจะขายดาวเตะวัย 29 ปีออกไปจากทีมให้เร็วที่สุด เนื่องจากตัวนักเตะเองก็เหลือสัญญากับสโมสรอีกไม่ถึง 12 เดือนเต็ม ซึ่งแน่นอนว่าสโมสรใหม่ของ ดาเมียน ก็น่าจะเป็นทีมใดซักทีมในอีตาลี่ ลีกบ้านเกิดของเค้านั่นเอง

ดาเมี่ยนโพล่งก็ไม่ได้ลงเล่นให้ แมนยู เลยจะไปขุดฟอร์มเทพจากไหนมาโขว์

ทั้งๆที่ มัตเตโอ ดาเมียน ถูกตั้งความหวังว่าจะมาเติมเต็มเกมในฝั่งฟูลแบ็คให้กับทีมตั้งแต่สมัยของกุนซือ หลุยส์ ฟาลกัล ทว่ากาลเวลาเปลี่ยนผลัดผู้จัดการทีมไปอีกหลายคน(โชเซ่ มูริณโญ่ และโอเล่ กุนน่า โซลชา)แต่ชะตากรรมของเจ้าตัวก็ยังคงเดิมนั่นก็คือนั่งเฝ้าที่มัตเตโอ ดาเมียน ม้านั่งสำรองซะส่วนใหญ่ กระทั่งตอนนี้ ดาเมียน อยู่กับ แมนยู มาแล้วทั้งสิ้นสามซีซั่นแต่ได้รับโอกาสลงสนามเพียง 92 นัดเท่านั้นและยิงได้แค่ประตูเดียว สรุปภาพรวมได้ว่าดับสนิทไม่มีสิทธิ์ลืมตาอ้าปากได้เลย อันนำไปสู่แผนการในการจะปล่อยตัวอดีตผู้เล่นกระทิงหินให้พ้นทีมก่อนนักเตะจะหมดสัญญา(เท่ากับเสียฟรี แมนยู จะไม่ได้อะไรเลย)

ดาเมี่ยน เองก็มักจะบอกเสมอว่าเค้าต้องการเพียงแค่ได้ลงสนามเท่านั้น และไม่แคร์ว่าจะเป็นทีมไหน “ เมื่อคืนไม่ได้ลงเล่นนานๆ มันยากมากที่คุณจะได้โอกาสเพียง10-20นาทีก่อนหมดเวลา แล้วเวลาแค่นั้นจะทำให้คุณสร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันได้ ผมก็ทราบดีว่าผมยังไม่อยู่ในฟอร์มที่ดี แต่ตราบเท่าที่ยังไม่ได้ลงเล่นสม่ำเสมอมันก็ไม่มีทางจะดีไปกว่านี้ได้ ผมต้องการแค่นั้นละ แค่ได้ลงเล่นฟุตบอล ได้สนุกกับมันอีกครั้ง ” เรียกได้ว่าน่าเห็นใจเหมือนกันสำหรับแข้งเลี่ยนรายนี้ ที่มองดีๆก็เหมือนเค้าจะถูก แมนยู ดองจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว กระนั้นเองสื่อในแดนผู้ดีก็ยังเผยว่า ดาเมียน ได้รับความสนใจจากทั้งยูเวนตุสและอินเตอร์

แม้ว่า แมนยู จะจ่ายค่าตัวไปกับ มัตเตโอ ดาเมียน ถึง 12.7 ล้านปอนด์ก็ตาม ทว่าปัจจุบันเจ้าตัวไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่เข้าตาใดๆ จนเป็นที่คาดการว่า แมนยู อาจตัดใจพิจารณาที่จะปล่อยยืมตัวแข้งรายนี้ออกไปเป็นเวลาหนึ่งซีซั่นเพื่อเป็นการแบ่งเบาค่าเหนื่อยราว 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งไอเดียนี้อาจทำให้อะไรๆลงเอยได้ง่ายขึ้น เพราะค่าเหนื่อนจำนวนดังกล่าวไม่น่าเกินกำลังของทั้งทีมม้าลายและงูใหญ่

เชลซี โดนโห่ยับหลังประกาศมอบหมายเลข10ให้วิลเลี่ยนไปครอบครอง

เชลซี

บรรยากาศในทีม เชลซี ช่วงปรีซีซั่นนี้แลดูไม่ค่อยพิศมัยซักเท่าไหร่นัก เมื่อทีมเพิ่งจะเสียนักเตะที่เป็นทุกอย่างของทีมอย่าง  เอแด็นอาซาร์ออกไป,ถูกแบนห้ามซื้อขายผู้เล่น แถมฟอร์มอุ่นเครื่องปรีซีซั่นก็ไม่ได้เรื่องอีกต่างหาก ความอัดอั้นตันใจนี้เองที่ทำให้แฟนบอลเริ่มไม่สบอารมณ์

และเมื่อล่าสุดทางสโมสรได้ประกาศมอบเสื้อหมายเลข 10 (เบอร์เดิมของ เอแด็น อาซาร์)ให้กับ วิลเลี่ยน สาวกเดอะบริดจ์จึงไม่ประทับใจและต่างไม่เชื่อน้ำยาว่าดาวเตะแซมบ้าจะสามารถทำผลงานทดแทนขวัญใจคนเดิม(อาซาร์)ของพวกเค้าได้

วิลเลี่ยนปีก เชลซี ยิ้มร่ายันมีประสบการณ์ดีๆกับเสื้อเบอร์10มาก่อนหน้าแล้ว

แม้ก่อนหน้านี้วิลเลี่ยนจะเคยตั้งคำถามถึงท่าทีของ เชลซี ว่าจะเอายังไงกันแน่หลังเค้าเหลือสัญญากับทีมอีกเพียงไม่ถึง 12 เดือน ทว่าภายหลังจากสิงห์บลูนอกจากจะมอบสัญญาฉบับใหม่ให้ตามต้องการยังได้ตัดสินใจมอบหมายเลข 10 ให้กับเค้าอีกต่างหาก ซึ่งก็ทำให้ปีกบราซิลเลี่ยนรู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย

เพราะเจ้าตัวได้ทวิตต์ถึงความตื้นตันใจที่จะได้รับสืบทอดหมายเลข 10 ในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ “ เสื้อหมายเลข 10 มันมีความหมายเสมอ และตอนนี้ผมกำลังจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 10 ลงเล่นให้เชลซี

แน่นอนว่ามันสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เชลซีมอบให้กับผม และผมมีประสบการณ์ที่ดีในหลายๆครั้งกับมัน ตอนเด็กๆผมก็เตะบอลกับเพื่อนด้วยเสื้อเบอร์ 10 รวมถึงสมัยอยู่กับโครินเธียนผมก็ใช้เบอร์ 10 มาแล้วเช่นกัน ” นักเตะวัย 30 กะรัตกล่าวอย่างดีใจ

แต่ดูเหมือนแฟนบอล เชลซี จะไม่เห็นดีเห็นงามกับการนี้หลังจากมีแฟนบอลจำนวนหนึ่งเค้าไปตอบในโลกโซเชียลอย่างแสบสัน ไม่ว่าจะเป็น การปรามาศว่าวิลเลี่ยนเล่นให้เชลซีมา 6 ซีซั่นและยิงได้เพียง 28 ประตู(สวนทางกับอาซาร์ยิงไป 110 ประตู จากการลงเล่น 7 ซีซั่น)ด้วยผลงานแค่นี้มันตลกสิ้นดีที่จะได้สวมเสื้อเบอร์ 10 ส่วนแฟนบอลอีกรายก็ประชดว่าการมอบเสื้อให้กับ วิลเลี่ยน ในครั้งนี้เป็นแผนการการเพิ่มมูลค่าให้นักเตะที่ เชลซี วางหมากเอาไว้ และน่าจะขายทิ้งในซีซั่นต่อไป

ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็ออกจะอคติกับวิลเลี่ยนเกินไปหน่อย เพราะปัจจุบันเจ้าตัวก็ได้รับโควต้าเสื้อเบอร์ 10 ในทีมชาติบราซิลชุดที่เพิ่งผงาดคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2019 ด้วยนั่นเอง อย่างไรก็ตามแฟนบอล เชลซี จำนวนไม่น้อยก็เข้าใจดีกับสถานกานี้เรื่องจากสโมสรเองก็ไม่มีทางเลือกมากนักเนื่องจากอยู่ในช่วงถูกลงโทษห้ามทำการซื้อขายผู้เล่นอยู่ในช่วงซีซั่นนี้

กอสเซียนี่ หมดใจป่วนแคมป์ปืนหลังปฏิเสธเดินทางร่วมทัวว์ปรีซีซั่น

กอสเซียนี่

ชักยังไงๆเสียแล้วสำหรับสปริริตในถิ่น เอมิเรตส์ สำหรับอาร์เซนอล เมื่อล่าสุดรายงานระบุว่า โลร็อง กอสเซียนี่ กัปตันจอมเก๋า ได้งัดข้อกับ อูไน เอเมรี่ ด้วยการไม่แยแสที่จะเดินทางไปร่วมทัวว์ปรีซีซั่นกับทีม โดยเชื่อว่าแนวรับเลือดน้ำหอมพยายามเล่นเกมเพื่อหวังให้ทีมปล่อยตัวเพื่อกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิด แม้ว่าจะยังเหลือสัญญากับทีมอีกราว 12 เดือนก็ตาม

แม้ครั้งหนึ่ง โลร็อง กอสเซียนี่ จะเคยเป็นกองหลังที่เนื้อหอมอันดับต้นๆของยุโรป ทว่าด้วยวัยที่มากขึ้นกรปรกับอาการบาดเจ็บที่รบกวนบ่อยครั้ง ทำให้ดาวเตะวัย 33 ปี แทบไม่มีส่วนร่วมกับทีมในระยะหลัง แถมเมื่อยามได้ลงเล่นก็มักจะทำผลงานได้อย่างไม่น่าประทับใจ จนกลายเป็นบ่อน้ำมันในเกมรับของทีมอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้โดน โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอสและชโคดาน มุสตาฟี่ แย่งตำแหน่งตัวจริงไปเป็นที่เรียบร้อย และเจ้าตัวก็แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ขยายสัญญากับทีมต่อไปอย่างแน่นอน หลังจากได้รับโอกาสลงเล่นในซีซั่นที่ผ่านมาเพียง 29 เกมจากทุกรายการ

โดยข่าววงในระบุว่า กอสเซียนี่ นั้นหัวเสียกับปัญหาอาการบาดเจ็บและสภาพร่างกายในระยะหลัง จนทำให้ถูกลดบทบาทจากแข้งหลักของทัพปืนใหญ่ มาเป็นเพียงแข้งอะไหล่ และนั่นทำให้เจ้าตัวรู้สึกอยากกลับไปใช้ชีวิตค้าแข้งในประเทศฝรั่งเศสให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยการแข็งข้อกับเจ้านายอย่าง อูไน เอเมรี่ เพื่อหวังผลที่จะให้สโมสรยอมยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดนั่นเอง (กอสเซียนี่มีสัญญากับอาร์เซนอลถึง มิ.ย. 2020) และหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้เจ้าตัวยุติผลงานการรับใช้ปืนใหญ่ไว้ที่ 9 ปี หลังจากลงเล่นให้ทีมไป 255 นัดและทำสกอร์ได้ 22 ประตู

อาร์เซนอล ยุคใหม่ของ อูไน เอเมรี่ กำลังมีปัญหาเกี่ยวทีมสปริริตเสียแล้วเมื่อดูเหมือนว่า อะไรๆก็ไม่เข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็น จอมทัพอย่าง เมซุต โอซิล ก็โดนจับดองเพื่อบีบให้ย้ายทีมออกไป,โอบาเมยอง ก็ลบรูปเกี่ยวกับสโมสรออกจากอินสตาแกรมส่วนตัว ล่าสุดนักเตะที่รับใช้ทีมมาอย่างยาวนานอย่าง โลร็อง กอสเซียนี่ ก็ยังเอากับเค้าด้วย ด้วยการไม่แยแสที่จะเดินทางไปทัวว์กับทีม ซึ่งแฟนบอลกันเนอร์ต่างวิตกเหลือเกินว่าผลงานในซีซั่นใหม่จะน่าประทับใจแค่ไหน หลังจากจบซีซั่น 2018 ด้วยการไม่ได้แชมป์รายการใดเลย แม้ว่าจะได้มีโอกาสเข้าชิงในถ้วยยูโรป้าลีกก็ตาม ทว่าก็พ่ายแพ้ให้กับคู่ปรับร่วมเมืองอย่างเชลซีอย่างหมดรูป 1-4

แลมพาร์ด ประเดิมบู่คุมสิงห์เจ๊าทีมสก็อต อาจผ่านมาแล้วผ่านไป?

แลมพาร์ด

ท่ามกลางคำเรียกร้องจากเหล่าแฟนบอล เชลซี ที่อยากเห็นอดีตขวัญใจอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการ จนหลายคนเชื่อว่าอดีตกองกลางคนเก่งรายนี้ละ ที่จะนำพาทีมกลับมาอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ทว่าผลงานกระประเดิมคุมทีมของเค้ากลับดูไม่สดใสเอาเสียแล้ว เมื่อทำได้แค่เสมอกับโบฮีเมี่ยนส์ ทีมระดับกลางๆของสกอตแลนด์ไปอย่างไม่น่าประทับใจ 1-1 เท่านั้น

แฟรงค์ แลมพาร์ด ก้าวเข้ามาแทนที่ของกุนซือ เมาริซิโอ ซาร์รี ที่เพิ่งแยกทางกับทีมไป(ทั้งที่ได้แชมป์ยูโรป้าเสียด้วย) โดยนักวิเคราะห์ในอังกฤษมองว่าสาเหตุที่ ซาร์รี่ ประสบคือ ผู้เล่นในทีมที่ไร้สปริริตและขาดความกระตือรือร้นเท่าที่ควร

ซึ่งเป็นปัญหาที่สิงห์บลูต้องเจอภายหลังจากที่ทีมขาดนักเตะซีเนียร์อย่าง จอนห์ เทอรี่ และแฟรงค์ แลมพาร์ด จนทำให้ในที่สุด เชลซี ก็หวังจะใช้เครดิตเมื่อครั้งยังเป็นผู้เล่นของ แลมพาร์ด เพื่อสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวให้กับทีมอีกครั้ง แม้เจ้าตัวจะเพิ่งมีประสบการณ์ในการคุมทีมในระดับแชมเปี้ยนชิพอย่าง ดาร์บี้ เคาร์ตี้ เท่านั้น

และดูเหมือนว่าเครื่องหมายคำถามจากหมู่นักวิจารณ์ก็ทำท่าจะเข้าเค้าเสียด้วย เมื่อ เชลซี ในยุคของ แลมพาร์ด เปิดตัวกันด้วยการต่อบอลที่ยังไม่ไหลลื่น เกมรุกที่ไม่เฉียบขาด และเกมรับที่ขาดการสื่อสารกัน จนถูก โบฮีเมี่ยนส์ ไล่ตีเสมอได้ในเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุดที่ผ่านมา จนแฟนบอลเชลซีเองก็เริ่มหวั่นใจถึงโอกาสที่จะต่อสู่กับทีมอื่นๆในหัวตารางของพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ โดยอีกเหตุผลสำคัญที่ เชลซี ยังรู้สึกไม่มั่นใจมีผลมาจากการเสียจอมทัพอย่าง แอร์แดน อาซาร์ ไปให้กับ รีล มาดริด และยังไม่มีการเซ็นสัญญาแข้งดังเข้ามาแทนที่แต่อย่างใด

ทั้งนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด เองนอกจากจะต้องเร่งหาตำแหน่ง 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุดให้เจอก่อนเปิดฤดูกาลแล้ว ในเวลาเดียวกันเจ้าตัวยังต้องออกแรงในตลาดซื้อขายผู้เล่นอีกด้วย ซึ่งก็ไม่มีอะไรการันตีว่าจะได้แข้งสตาร์มาร่วมทัพ เนื่องจากเวลานี้

เชลซี แทบจะใช้บุคลากรสายเลือดใหม่ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ประธานเทคนิคอย่าง ปีเตอร์ เช็ก ที่เพิ่งแขวนถุงมือเมื่อซีซั่นก่อน ซึ่งแน่นอนว่า เช็ก เองก็ยังไม่น่าจะมีเครดิตหรือเครือข่ายที่จะเข้าถึงผู้เล่นซุปเปอร์สตาร์มากนัก แต่เป็นการอวยตำแหน่งผ่านสายสัมพันธ์สโมสรเสียมากกว่า(เช็กคือผู้รักษาประตูขวัญใจของเชลซี) และนี้เองที่ทำให้บ่อนพนันแดนผู้ดีต่างพร้อมใจกันยกให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ขึ้นแท่นกุนซือที่จะโดนปลดรายแรกของซีซั่น 2019/20