อาซาร์ รับย้ายทีมเพราะไม่ปลื้มกับตารางฝึกซ้อมของเชลซี

อาซาร์

เชลซีที่ปัจจุบันรั้งอันดับ4ในตารางพรีเมียร์ลีกนั้นล้วนเต็มไปด้วยแข้งดาวรุ่งที่แฟรงค์ แลมพาดคอยผลักดัน ไม่ว่าจะเป็น เมสัน เม้าท์,โทนี่ อับบราฮัม หรือคัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย แม้จะมีนักเตะความหวังใหม่อยู่เต็มทีม แต่ก็มีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่ยังอาลัยอาวรณ์กับการจากไปของเอแด็น อาซาร์อยู่ดี อย่างไรก็ดีล่าสุดอดีตขวัญใจสิงห์บลูได้ออกมาเปิดเผยถึงความในใจที่ทำให้ตัดสินใจอำลาทีม ซึ่งเหตุผลที่เจ้าตัวอ้างนั้นสร้างความตกใจสาวกเดอะบลูส์เป็นอย่างมาก

“ ช่วง2-3ปีหลัง ตารางการซ้อมเชลซีทำให้ผมรู้สึกเบื่อเอามากๆ มันอาจจะเป็นสไตล์ของโค้ชอิตาเลี่ยน(ทั้งคอนเต้ และซารี่)เราถูกสั่งให้ใช้เวลาอยู่กับบอลเยอะมาก ซึ่งมันไม่สนุกเอาเสียเลย เราต้องทำอะไรเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา มันอาจฟังดูแย่หน่อยนะแต่มันทำให้ผมขี้เกียจซ้อมเอามากๆเลยละ ” อาซาร์เผยถึงความรู้สึกไม่ประทับใจกับตารางฝึกซ้อมอันหนักหน่วงของเชลซี ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ก่อนหน้าที่จอห์น โอบี มิเกลอดีตมิดฟิลด์ตัวรับของเชลซีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้าว่าอาซาร์มักไม่ค่อยเต็มร้อยในการซ้อมเท่าไรนัก

นอกจากนี้กองกลางชาวเบลเยี่ยมยังได้เผยว่าซีนาดีน ซีดานกุนซือรีล มาดริดได้ถูกทาบทามตนตั้งแต่ครั้งทำศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี2016ที่โปรตุเกสแล้ว “ ผมได้มีโอกาสพบกับซีดาน(บังเอิญ)ในชิงแชมป์ยูโร2016 เค้าบอกถึงความพิเศษของเบอร์นาบิวพร้อมทั้งยืนยันว่าหากผมได้ไปเล่นที่นั่นผมจะต้องประทับใจแน่ แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ วันนี้ผมได้เห็นกับตาตัวเองแล้วเบอร์นาบิวมีบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน ”

อาซาร์ รับซีดานเป็นมากกว่าเจ้านายสุดปลื้มที่ได้ร่วมงานด้วย

ปัจจุบันอาซาร์ย้ายมาสังกัดรีล มาดริดเป็นที่เรียบร้อยทั้งยังกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของซีนาดีน ซีดานอีกต่างหากโดยมีหลักฐานสำคัญคือการได้รับโอกาสลงสนามกับทีมราชันย์ชุดขาวไปแล้วกว่า984นาที(คิดเป็น13นัดจากทุกรายการ)

“ ซีดานเป็นฮีโร่ของผมตั้งแต่สมัยเด็ก เค้ามีความหมายต่อผมมาก ผมเป็นปลื้มมากที่ได้เล่นฟุตบอลภายใต้การทำทีมของซีดาน ”

“ ซีดานให้อิสระกับนักเตะอย่างมาก สมัยค้าแข้งเค้าเหมือนศิลปิน วันนี้ซีดานหันรับงานผู้จัดการทีมเค้าก็ยังคงเป็นเช่นนั้น ซีดานไม่ได้มุ่งเน้นรายละเอียดคู่แข่งแต่มักจะกระตุ้นทัศนคติและอารมณ์ร่วมให้กับพวกเรามากกว่า ซึ่งผมแฮปปี้กับมันนะ มันทำให้ผมใช้สัญชาตญาณในสนามมากขึ้น ” อาซาร์กล่าวถึงความประทับใจหลังจากที่ได้มาร่วมงานกับรีล มาดริด

แอชลี่ย์โคล กลับสแตนฟอร์ดบริดจ์ถิ่นเก่าเพื่อคุมทีมU15เชลซี

แอชลี่ย์โคล

หลังจากที่แฟรงค์ แลมพาดกลับมารับงานใหญ่กับเชลซี เจ้าตัวได้เคยเกริ่นไว้แล้วว่าอยากดึงตัวผู้เล่นเก่าๆในยุครุ่งเรื่องกลับมาทำร่วมงานกับสโมสรอีกครั้ง เริ่มตั้งแต่การแต่งตั้งปีเตอร์ เช็ก(ผู้รักษาประตู)รับงานด้านที่ปรึกษาฝ่ายเทคนิค และแม้ว่าการเชิญชวนดิริเยร์ ดร็อกบาเพื่อมารับบทสตาฟฟ์โค้ชจะไม่ลุล่วง(ดร็อกบาต้องการพัฒนาสมาคมฟุตบอลไอวอรี่โครสต์และลงสมัครตำแหน่งนากยสมาคมฟุตบอล)ทว่าล่าสุดสิงห์บลูก็ได้รับข่าวดีเมื่อ แอชลี่ย์ โคล อดีตแบ๊คซ้ายได้ตอบรับคำเชิญที่จะมาทำงานในทีมชุดเยาวชนให้กับเชลซีเป็นที่เรียบร้อย

รายงานระบุว่าเชลซีได้เชิญชวนแอชลี่ย์ โคลมาพักใหญ่แล้วทว่าเจ้าตัวยังอยู่ในช่วงของการอบรมเพื่อสอบใบประกาศงานโค้ชอยู่จึงยังไม่ได้มีการตกลังกันอย่างเป็นกิจลักษณะ ทว่าบัดนี้เจ้าตัวได้รับใบอนุญาตงานโค้ชขั้นต้นมาแล้ว(ยังอบรมเพื่อรับใบอนุญาตงานโค้ชในระดับที่สูงขึ้นต่อไป)อดีตแบ็คซ้ายทีมชาติอังฤษจึงได้ปลงใจที่จะทำงานกับทีมเยาวชนชุดอายุต่ำกว่า15ปีของเชลซี “ เป็นเกียรติอย่างมากที่เชลซีให้ผมได้รับบทบาทนี้ มันทำให้ผมตื่นเต้นที่ได้ทำงานกับเยาวชนของเชลซี ผมเริ่มเรียนรู้งานด้านโค้ชกับแฟรงค์ โอไบรอันเค้าคลุกคลีกับทีมเยาวชนมานาน มีเค้าคอยเป็นพี่เลี้ยงให้กับผมทำให้ทุกอย่างราบรื่น ผมหวังว่าจะได้พัฒนาเยาวชนเหล่านี้เพื่อขึ้นไปเป็นกำลังหลักในทีมชุดใหญ่ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ” โคลในวัย38กะรัตเอ่ยอย่างมุ่งมั่น

แอชลี่ย์โคล รับงานโค้ชลึกซึ่งกว่าสมัยค้าแข้งมากโขแต่ก็ยังสนุกกับมัน

แอชลี่ย์ โคลเป็นผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จกับเชลซีอย่างสูงเมื่อเค้าสามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้1สมัย,เอฟเอคัพ4สมัย,ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก1สมัย และยูฟ่ายูโรป้าลีกส์อีก1สมัยกระทั่งอำลาทีมไปในปี2014 “ ผมยินดีมากที่แอชลี่ย์กลับมาช่วยงาน ประสบการณ์ของเค้าจะเป็นประโยชน์ต่อนักเตะเยาวชนของเรา(เชลซี)อย่างแน่นอน นี่เป็นย่างก้าวสำคัญที่จะนำความสำเร็จมาสู่เชลซีในอนาคต ” แฟรงค์ แลมพาดแสดงความยินดีที่ได้เพื่อนรักกลับช่วยงาน

ในส่วนแอชลี่ย์ โคลเองก็บอกเช่นกันว่างานโค้ชนั่นยากกว่าที่คิดแต่เจ้าตัวกลับรู้สึกท้าทายและอยากทำงานนี้ให้ลุล่วง “ สมัยเป็นผู้เล่นมันใช้ตรรกะความคิดแบบหนึ่ง แต่เมื่อมาทำงานโค้ชมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง นักฟุตบอลอายุน้อยๆเค้าไม่ชอบการถูกปฏิบัติเหมือนกับเค้าเป็นเด็ก มันเป็นเรื่องท้าทายที่คุณจะต้องหาทางกระตุ้นพวกเค้าในช่วงเวลาที่เหมาะสม มันไม่ง่ายเลยแต่ผมกลับรู้สึกสนุกในทุกๆวัน การเฝ้าติดตามพัฒนาการของเด็กเหล่านี้มันช่างเป็นบทบาทที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ร่วม และผมชักติดใจมันซะแล้ว ”

ยูเวนตุส เล็งเป้าเซ็นฟรีเพิ่มโดยเล็งไปที่สตาร์ดังพรีเมียร์ลีก

ยูเวนตุส

เรียกได้ว่าได้นักเตะฝีเท้าดีแบบฟรีไม่เคยขาดสำหรับไอ้ม้าลาย ยูเวนตุส ยอดทีมจากอิตาลี่ ซึ่งพวกเค้ามักอาศัยช่องว่างของนักเตะที่ใกล้หมดสัญญากับต้นสังกัดแล้วเลือกเสนอค่าเหนื่อยก้อนโตให้พิจารณาได้แบบสบายๆเนื่องจากเบียงโคเนรี่จะไม่ต้องเสียค่าตัวให้นักเตะนั้นเอง โดยก่อนหน้านี้พวกเค้าได้ทั้ง เอมเร่ ชาน,อารอน แรมซี่ย์ และอาเดรียน ราบิโอล มาร่วมทีมในรูปลักษณ์ของการเซ็นฟรีทั้งหมด นั่นทำให้แชมป์กัลโช่ชักติดใจและเล็งเป้าที่จะดำเกมในลักษณะนี้อีกครั้งในช่วงเปิดตลาดซื้อขายรอบครั้งต่อไป(ปีใหม่2020)

เอริคเซ่นเป้าหมายหลักของ ยูเวนตุส จากนั้นเล็งแข้งเชลซีและแมนยูเพิ่ม

1.คริสเตียน เอริคเซ่น(27ปี) โครตบอลของสเปนยกระดับฝีเท้าขึ้นมาเป็นเพลเมกเกอร์เบอต้นๆของวงการลูกหนังยุคปัจจุบัน ด้วยผลงานการสเปอร์สจบท็อปโฟว์มาตลอดในช่วงหลัง แถมยังเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึกUCLเมื่อซีซั่นที่แล้ว แต่ที่สำคัญคือนักเตะแสดงทีท่าชัดเจนว่าจะไม่ขยายสัญญากับต้นสังกัดย่างแน่นอน โดยมีทั้งบาเซโลน่า และแมนยูที่พร้อมจะแย่งตัวเอริคเซ่นเช่นกัน ทว่ายูเวนตุสก็ยังถือดีว่าจะสามารถหว่านล้อมให้จอมทัพชาวเดนมาร์กให้ยอมมาฝากอนาคตไว้ที่ตูรินได้

2.เนมานย่า มาติช(31ปี) กองกลางตัวรับที่ดูจะเป็นส่วนเกินกับแมนยูที่อาจจะดูเชื่องช้าลงไปบ้างสำหรับเกมฟุตบอลที่รวดเร็วอย่างพรีเมียร์ลีก สัญญาของนักเตะรายนี้จะหมดลงในซัมเมอร์หน้า แม้จะมีออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มได้แต่เชื่อว่าโซลชา(กุนซือแมนยู)น่าจะปล่อยตัวฟรีเสียมากกว่า และยูเวนตุสก็เชื่อว่ามาติชจะยังคงรับมือกับลีกอิตาลี่ได้สบายๆ ทำให้ยูเวนตุสหวังจะใช้ประสบการณ์ของมิดฟิลด์ชาวเซอร์เบียมาช่วยประคับประคองทีมในฐานะแข้งอะไหล่

3.วิลเลี่ยน(31ปี) ปีกชาวบราซิลเลี่ยนจำต้องทนอยู่กับเชลซีเนื่องจากทีมดังแห่งลอนดอนไม่สามารถซื้อผู้เล่นใหม่ได้เนื่องจากติดโทษแบน และวิลเลี่ยนก็ดึงเชงเรื่องสัญญาใหม่กับเชลซีมาโดยตลอด รวมไปถึงสถานะปัจจุบันที่เป็นเพียงตัวสำรองในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ก็ทำให้ทัพม้าลายเชื่อว่านักเตะดีกรีทีมชาติบราซิลน่าจะสนใจย้ายไปค้าแข้งในกัลโช่ เซเรียอาอย่างแน่นอน

4.เอริค ไบญี่(25ปี) กองหลังชาวไอวอรี่โครสต์เจ็บออดๆแอดๆจนไม่เคยได้ลงสนามกับแมนยูอย่างจริงจัง จนเชื่อว่าปีศาจแดงน่าจะปล่อยตัวนักเตะให้เป็นอิสระหลังหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์หน้า และม้าลายก็อยากลองวัดใจกับไบญี่ซักตั้ง เนื่องจากไบญี่อายุยังน้อยและอาจฝากผีฝากไข้ได้ในระยะยาว เนื่องจากกองหลังตัวหลักทั้งจอร์โจ้ เคียรินี่ และเลโอนาโด้ โบนุชชี่ต่างโรยรากันหมดแล้ว

 

 

เชลซี โดนโห่ยับหลังประกาศมอบหมายเลข10ให้วิลเลี่ยนไปครอบครอง

เชลซี

บรรยากาศในทีม เชลซี ช่วงปรีซีซั่นนี้แลดูไม่ค่อยพิศมัยซักเท่าไหร่นัก เมื่อทีมเพิ่งจะเสียนักเตะที่เป็นทุกอย่างของทีมอย่าง  เอแด็นอาซาร์ออกไป,ถูกแบนห้ามซื้อขายผู้เล่น แถมฟอร์มอุ่นเครื่องปรีซีซั่นก็ไม่ได้เรื่องอีกต่างหาก ความอัดอั้นตันใจนี้เองที่ทำให้แฟนบอลเริ่มไม่สบอารมณ์

และเมื่อล่าสุดทางสโมสรได้ประกาศมอบเสื้อหมายเลข 10 (เบอร์เดิมของ เอแด็น อาซาร์)ให้กับ วิลเลี่ยน สาวกเดอะบริดจ์จึงไม่ประทับใจและต่างไม่เชื่อน้ำยาว่าดาวเตะแซมบ้าจะสามารถทำผลงานทดแทนขวัญใจคนเดิม(อาซาร์)ของพวกเค้าได้

วิลเลี่ยนปีก เชลซี ยิ้มร่ายันมีประสบการณ์ดีๆกับเสื้อเบอร์10มาก่อนหน้าแล้ว

แม้ก่อนหน้านี้วิลเลี่ยนจะเคยตั้งคำถามถึงท่าทีของ เชลซี ว่าจะเอายังไงกันแน่หลังเค้าเหลือสัญญากับทีมอีกเพียงไม่ถึง 12 เดือน ทว่าภายหลังจากสิงห์บลูนอกจากจะมอบสัญญาฉบับใหม่ให้ตามต้องการยังได้ตัดสินใจมอบหมายเลข 10 ให้กับเค้าอีกต่างหาก ซึ่งก็ทำให้ปีกบราซิลเลี่ยนรู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย

เพราะเจ้าตัวได้ทวิตต์ถึงความตื้นตันใจที่จะได้รับสืบทอดหมายเลข 10 ในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ “ เสื้อหมายเลข 10 มันมีความหมายเสมอ และตอนนี้ผมกำลังจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 10 ลงเล่นให้เชลซี

แน่นอนว่ามันสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เชลซีมอบให้กับผม และผมมีประสบการณ์ที่ดีในหลายๆครั้งกับมัน ตอนเด็กๆผมก็เตะบอลกับเพื่อนด้วยเสื้อเบอร์ 10 รวมถึงสมัยอยู่กับโครินเธียนผมก็ใช้เบอร์ 10 มาแล้วเช่นกัน ” นักเตะวัย 30 กะรัตกล่าวอย่างดีใจ

แต่ดูเหมือนแฟนบอล เชลซี จะไม่เห็นดีเห็นงามกับการนี้หลังจากมีแฟนบอลจำนวนหนึ่งเค้าไปตอบในโลกโซเชียลอย่างแสบสัน ไม่ว่าจะเป็น การปรามาศว่าวิลเลี่ยนเล่นให้เชลซีมา 6 ซีซั่นและยิงได้เพียง 28 ประตู(สวนทางกับอาซาร์ยิงไป 110 ประตู จากการลงเล่น 7 ซีซั่น)ด้วยผลงานแค่นี้มันตลกสิ้นดีที่จะได้สวมเสื้อเบอร์ 10 ส่วนแฟนบอลอีกรายก็ประชดว่าการมอบเสื้อให้กับ วิลเลี่ยน ในครั้งนี้เป็นแผนการการเพิ่มมูลค่าให้นักเตะที่ เชลซี วางหมากเอาไว้ และน่าจะขายทิ้งในซีซั่นต่อไป

ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็ออกจะอคติกับวิลเลี่ยนเกินไปหน่อย เพราะปัจจุบันเจ้าตัวก็ได้รับโควต้าเสื้อเบอร์ 10 ในทีมชาติบราซิลชุดที่เพิ่งผงาดคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2019 ด้วยนั่นเอง อย่างไรก็ตามแฟนบอล เชลซี จำนวนไม่น้อยก็เข้าใจดีกับสถานกานี้เรื่องจากสโมสรเองก็ไม่มีทางเลือกมากนักเนื่องจากอยู่ในช่วงถูกลงโทษห้ามทำการซื้อขายผู้เล่นอยู่ในช่วงซีซั่นนี้

แลมพาร์ด ประเดิมบู่คุมสิงห์เจ๊าทีมสก็อต อาจผ่านมาแล้วผ่านไป?

แลมพาร์ด

ท่ามกลางคำเรียกร้องจากเหล่าแฟนบอล เชลซี ที่อยากเห็นอดีตขวัญใจอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการ จนหลายคนเชื่อว่าอดีตกองกลางคนเก่งรายนี้ละ ที่จะนำพาทีมกลับมาอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ทว่าผลงานกระประเดิมคุมทีมของเค้ากลับดูไม่สดใสเอาเสียแล้ว เมื่อทำได้แค่เสมอกับโบฮีเมี่ยนส์ ทีมระดับกลางๆของสกอตแลนด์ไปอย่างไม่น่าประทับใจ 1-1 เท่านั้น

แฟรงค์ แลมพาร์ด ก้าวเข้ามาแทนที่ของกุนซือ เมาริซิโอ ซาร์รี ที่เพิ่งแยกทางกับทีมไป(ทั้งที่ได้แชมป์ยูโรป้าเสียด้วย) โดยนักวิเคราะห์ในอังกฤษมองว่าสาเหตุที่ ซาร์รี่ ประสบคือ ผู้เล่นในทีมที่ไร้สปริริตและขาดความกระตือรือร้นเท่าที่ควร

ซึ่งเป็นปัญหาที่สิงห์บลูต้องเจอภายหลังจากที่ทีมขาดนักเตะซีเนียร์อย่าง จอนห์ เทอรี่ และแฟรงค์ แลมพาร์ด จนทำให้ในที่สุด เชลซี ก็หวังจะใช้เครดิตเมื่อครั้งยังเป็นผู้เล่นของ แลมพาร์ด เพื่อสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวให้กับทีมอีกครั้ง แม้เจ้าตัวจะเพิ่งมีประสบการณ์ในการคุมทีมในระดับแชมเปี้ยนชิพอย่าง ดาร์บี้ เคาร์ตี้ เท่านั้น

และดูเหมือนว่าเครื่องหมายคำถามจากหมู่นักวิจารณ์ก็ทำท่าจะเข้าเค้าเสียด้วย เมื่อ เชลซี ในยุคของ แลมพาร์ด เปิดตัวกันด้วยการต่อบอลที่ยังไม่ไหลลื่น เกมรุกที่ไม่เฉียบขาด และเกมรับที่ขาดการสื่อสารกัน จนถูก โบฮีเมี่ยนส์ ไล่ตีเสมอได้ในเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุดที่ผ่านมา จนแฟนบอลเชลซีเองก็เริ่มหวั่นใจถึงโอกาสที่จะต่อสู่กับทีมอื่นๆในหัวตารางของพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ โดยอีกเหตุผลสำคัญที่ เชลซี ยังรู้สึกไม่มั่นใจมีผลมาจากการเสียจอมทัพอย่าง แอร์แดน อาซาร์ ไปให้กับ รีล มาดริด และยังไม่มีการเซ็นสัญญาแข้งดังเข้ามาแทนที่แต่อย่างใด

ทั้งนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด เองนอกจากจะต้องเร่งหาตำแหน่ง 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุดให้เจอก่อนเปิดฤดูกาลแล้ว ในเวลาเดียวกันเจ้าตัวยังต้องออกแรงในตลาดซื้อขายผู้เล่นอีกด้วย ซึ่งก็ไม่มีอะไรการันตีว่าจะได้แข้งสตาร์มาร่วมทัพ เนื่องจากเวลานี้

เชลซี แทบจะใช้บุคลากรสายเลือดใหม่ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ประธานเทคนิคอย่าง ปีเตอร์ เช็ก ที่เพิ่งแขวนถุงมือเมื่อซีซั่นก่อน ซึ่งแน่นอนว่า เช็ก เองก็ยังไม่น่าจะมีเครดิตหรือเครือข่ายที่จะเข้าถึงผู้เล่นซุปเปอร์สตาร์มากนัก แต่เป็นการอวยตำแหน่งผ่านสายสัมพันธ์สโมสรเสียมากกว่า(เช็กคือผู้รักษาประตูขวัญใจของเชลซี) และนี้เองที่ทำให้บ่อนพนันแดนผู้ดีต่างพร้อมใจกันยกให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ขึ้นแท่นกุนซือที่จะโดนปลดรายแรกของซีซั่น 2019/20