อาร์เตต้า พาดพิงยินดีอุ้มมิคกี้ไว้ช่วยงานปืนหากดีลโรม่าล่ม

อาร์เตต้า

หลังจากโรม่าดึงเช็งเรื่องการซื้อขาดเฮนริค มคิตาร์ยานมาพักใหญ่ จนทำให้มีนักข่าวไปจุดประเด็นเรื่องการดึงตัวจอมทัพชาวอัลแบเนียกลับมารับใช้อาร์เซนอลในฤดูกาลหน้า แล้วกุนซือคนเก่งอย่างมิเกล อาร์เตต้าก็ดูเหมือนจะรับลูกเสียด้วย

เฮนริค มคิตาร์ยานถูกอูไน เอเมรี่กุนซือคนก่อนถีบหัวส่งจากถิ่นเอมิเรตส์ให้ทีมหมาป่าแห่งอิตาลี่ยืมตัวไปใช้งานเป็นเวลาหนึ่งฤดูกาล แล้วโรม่าเองก็มีท่าที่ว่าจะติดใจในฝีเท้าของมคิตาร์ยานเสียด้วยจนมีข่าวว่าพร้อมตกลงซื้อขาดกับทางปืนใหญ่  แต่ก็กินเวลามาแล้วดีลที่ว่าก็ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะประสบความสำเร็จแม้แต่น้อย กระทั่งกุนซืออาร์เตต้าเองเริ่มออกปากแล้วว่าพร้อมจะร่วมงานกับนักเตะรายนี้อีกครั้ง หากเดินทางกลับมาจากการยืมตัวที่โรม่า “ แน่นอนถ้าเฮนริคกลับมาเค้าจะเป็นตัวเลือกของเราเหมือนนักเตะคนอื่นๆ เค้าเป็นนักเตะที่ดีมีแนวโน้มว่าจะเข้ากับแท็กติกเราได้ แต่เราต้องประเมินเรื่องนี้อีกครั้งเมื่อกลับมาซ้อมที่นี่ หากเค้าทำได้ดีมีความสม่ำเสมอก็จะเป็นผลดีต่อทีมเราเป็นอย่างมาก ” อาร์เตต้ากล่าวถึงมคิตาร์ยาน

อย่างไรก็ดีผลงาน6เกมหลังสุดมคิตาร์ยานยิงได้2ประตูกับอีก3แอสซิสต์ทำให้ด้านโรม่าเองก็ยังไม่คิดถอดใจเรื่องการดึงตัวปีกวัย31กะรัตไปร่วมทีมอย่างแน่นอน แม้ว่าจะบ่ายเบี่ยงค่าตัวซื้อขาดที่จำนวน20ล้านปอนด์ก็ตาม

มคิตาร์ยานรับพร้อมร่วมงาน อาร์เตต้า กับกุนซือทุกคนยกเว้นมูรินโญ่คนเดียว

ด้านมคิตาร์ยานเองก็เปิดใจว่าหากต้องกลับไปยังต้นสังกัดอย่างอาร์เซนอลจริง เจ้าตัวก็พร้อมทำงานกับอาร์เตต้าเช่นเดียวกัน “ ผมยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น แม้มันมีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกัน แต่อาร์เตต้าเองทำให้บรรยากาศในทีมดูดีขึ้นมาก เค้าดูเป็นคนผ่อนคลายและพร้อมหนุนหลังนักเตะทุกคน ไม่มีเหตุผลใดๆที่จะปฏิเสธการร่วมงานกับผู้จัดการทีมแบบเค้า ”

“ ผมเคยทำงานกับผู้จัดการทีมเก่งๆหลายคน แต่หลังจากผ่านประสบการณ์กับโชเซ่ ผมไม่คิดว่าจะมีอะไรหนักหนากว่านั้นอีกแล้ว ” อดีตแข้งแมนยูฯกล่าวพาดพิง

เมื่อนักข่าวถามจี้เรื่องความอึดอัดสมัยเป็นลูกทีมของมูรินโญ่ เจ้าของเสื้อหมาย77ของโรม่าก็ระบายความอัดอั้นทันที “ มันเป็นช่วงที่หนักหนามาก เราไม่มีอิสระในการเล่นฟุตบอลเลย หากคุณอยากได้ลงเล่นคุณก็ต้องทำตามที่เค้าสั่งในทุกเรื่อง แม้ผมจะได้แชมป์ที่นั่น แต่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีของผมเลย เรามีความเห็นกับเรื่องฟุตบอลที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมภาวนาของอย่าให้ต้องร่วมงานกับโชเซ่อีกน่าจะดีที่สุด ”

มาติเนลลี่ ยันไม่เคยได้สัญญากับผีแม้ชวนทดสอบฝีเท้าถึง4รอบ

 

มาติเนลลี่

ในอดีตแมนยูฯขึ้นชื่อเรื่องการมีอะคาเดมี่ที่แข็งแกร่งจนเรียกได้ว่าแข้งเยาวชนไม่ว่าจะชนชาติไหนหากว่าเจ๋งจริงก็มีสิทธิถูกดูดเข้ามาอยู่กับพวกเค้าแทบทั้งสิ้น ทว่านับตั้งแต่เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันได้อำลาทีมไปชื่อเสียงของทีมเยาวชนของพวกเค้าก็หดหายตามไปด้วย แล้วข่าวนี้ก็ถือเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าทีมงานในอะคาเดมี่ของปีศาจแดงนั้นดูมีตาแต่ไว้แวว เมื่อกาเบียล มาติเนลลี่ดาวยิงไวละอ่อนของอาร์เซนอลได้ออกมาเปิดเผยว่าสมัยยังค้าแข้งในบ้านเกิดเจ้าตัวถูกส่งมาทดสอบฝีเท้ากับปีศาจแดงอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่เคยได้รับการพิจารณาเซ็นสัญญาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“ อิตัวโน่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับยูไนเต็ด ทำให้ผมถูกส่งมาเก็บตัวกับพวกเค้าแบบต่อเนื่องถึง4ปีติดต่อกัน ผมยังได้เจอกับเอวร่า,เฟลไลนี่ และป็อกบาด้วย ในเวลานั้นมันเป็นภาพที่เหลือเชื่อสำหรับพวกเรา ที่ได้เจอนักเตะระดับโลกแบบตัวเป็นๆ แต่ส่วนใหญ่เรามักจะได้ซ้อมกับทีมเยาวชนอายุไล่เลี่ยกัน หรือไม่ก็แก่กว่าเราซัก2-3ปีมากกว่า  ”

“ ที่ผมรู้สึกปรับตัวกับอาร์เซนอลได้ดีขึ้นเรื่อยๆ อาจมีผลจากประสบการณ์ในตอนนั้นด้วย เราเป็นเพียงนักเตะเยาวชนจากบราซิล ที่ได้เปิดหูเปิดตากับฟุตบอลระดับอาชีพของอังกฤษ ได้ชมเกมฟุตบอลที่แตกต่างออกไป ”

อย่างไรก็ตามกองหน้าวัย18ปีก็ยืนยันว่าแมนยูฯไม่ได้แสดงความสนใจในตัวเค้าเลยแม้แต่น้อย “ ผมไม่มั่นใจว่ามันเรียกว่าการมาทดสอบฝีเท้าได้ไหม แต่ผมถูกอิตัวโน่ส่งตัวไปที่นั่นถึง4ครั้ง แล้วก็ไม่มีสัญญาณใดๆจากพวกเค้า(แมนยูฯ)เลย ”

มาติเนลลี่ แรงจริงสื่อเผยใครอยากได้ต้องจ่ายปืนกว่า70ล้านปอนด์

ยิ่งไปกว่านั้นมาติเนลลี่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับอาร์เซนอลได้ยังไม่ถึงปีแต่ดาวรุ่งรายนี้ก็มีมูลค่าทวีคูณมากกว่าตอนเซ็นสัญญาไปแล้วถึงสิบเท่า

สื่อเมืองผู้ดีคาดการณ์ล่วงหน้าว่าการย้ายทีมครั้งต่อไปของมาติเนลลี่น่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า69.8ล้านปอนด์ ทั้งที่ทีมปืนใหญ่จ่ายเงินซื้อตัวนักเตะรายนี้เพียง5.6ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งแปลว่าผลงาน10ประตูกับ4แอสซิสต์ของดาวยิงแซมบ้าได้ช่วยอัพค่าตัวของมาติเนลลี่ให้มากกว่าเดิมถึงสิบเท่า โดยมีข่าวว่าทั้งบาเซโลน่า และรีล มาดริดที่ต่างจ้องรอเซ็งดาวรุ่งรายนี้ไปใช้งานต่อ

ปืนโต เซ็นหลังใหม่ปาโบล มารีจากฟลาเมงโก้ยืมตัว4ล้านปอนด์

ปืนโต

ในที่สุดมิเกล อาร์เตต้าก็ได้ประเดิมเสริมทัพเป็นรายแรกหลังจากเข้ามารับหน้าที่กุนซืออาร์เซนอล เมื่อพวกเค้าได้บรรลุข้อตกลงคว้าตัวปาโบล มารีปราการหลังชาวสเปนมาจากทีมฟลาเมงโก้ได้สำเร็จ ผ่านการยืมตัวไปจนจบฤดูกาลด้วยสัญญามูลค่า4ล้านปอนด์

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่าดีลการเจรจาล่มไปแล้ว หลังจากมีภาพว่ามารีเดินทางมาตรวจร่างกายกับอาร์เซนอลแล้วแต่จู่ๆเจ้าตัวก็เดินทางกลับไปเก็บตัวกับฟลาเมงโก้อย่างหน้าตาเฉย กระทั่งเอดูผู้อำนวยการกีฬาของไอ้ปืนใหญ่ต้องเรียกอันเดร คิวรี่เอเยนต์ขาใหญ่ในวงการวงการฟุตบอลบราซิลเข้ามาช่วยเป็นตัวกลางการเจรจา จนกระทั่งสามารถปิดดีลได้สำเร็จโดยฟลาเมงโก้จะได้รับเงินทันที4ล้านปอนด์เพื่อแลกกับการปล่อยตัวมารีมาเล่นให้อาร์เซนอลเป็นเวลา6เดือน แล้วหากทีมดังแห่งลอนดอนติดใจในฝีเท้าก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก8ล้านปอนด์เพื่อเป็นการซื้อขาดปาโบล มารีมาครอบครองแบบถาวร

โดยเหตุผลจำเป็นที่อาร์เซนอลต้องเติมแนวรับเพิ่มก็เป็นผลมาจาก รายชื่อกองหลังที่บาดเจ็บของพวกเค้ามากมายเหลือเกิน ไล่เรียงตั้งแต่ คาลั่ม แชมเบอร์,โซคราตีส ปาปาตัสโตปูลอส และสโคดาน มุสตาฟี่

มารีเเข็งป้ายเเดง ปืนโต เปิดใจใฝ่ฝันที่จะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมานานแล้ว

ในโอกาสเปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ของอาร์เซนอล ปาโบล มารีก็ได้เผยถึงความดีใจที่จะได้กลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง “ มันยอดเยี่ยมมากที่ผมได้ย้ายมาเล่นให้อาร์เซนอล นี่คือสโมสรชั้นนำของอังกฤษ ผมอยากช่วยทีมให้กลับมาแข็งแกร่ง โดยเป้าหมายสำคัญคือการกลับไปเล่นในถ้วยยุโรปอีกครั้ง ”

“ การได้รับโอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งเป็นสิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้น ก่อนหน้านี้ผมอยู่กับแมนซิตี้ก็จริงแต่ผมไม่เคยได้ลงสัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกเลย ผมจึงตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้ลงเล่นในสีเสื้อของอาร์เซนอล ”

“ อาร์เตต้าเชื่อมั่นในตัวผม แล้วผมก็ต้องการตอบแทนสิ่งดีให้กับทีมให้มากที่สุด เบื้องต้นผมต้องการซ้อมกับทีมก่อนเป็นอันดับแรก เพราะผมเชื่อในการทำงานหนัก และมุ่งมั่นแบบวันต่อวัน อาร์เซนอลยังเหลือโปรแกรมลงเล่นในอีกหลายรายการ ผมเชื่อมั่นว่าอาร์เซนอลจะทำงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทีมเราเต็มไปด้วยนักเตะชั้นยอด เราทุกคนจะสู้กันจนถึงที่สุด แน่นอนว่ามันอาจต้องทุ่มเทกันแบบเกินร้อย แล้วผมก็ต้องการเช่นนั้น ” ปราการหลังวัย26ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น

อาร์เซนอล อาจไม่สามารถกลับไปสู่ความยิงใหญ่ได้อีกแล้วก็เป็นได้

อาร์เซนอล

หลังจากได้เห็นผลงานของอาร์เซนอลในช่วงสองปีหลังมาตลอดก็ค่อนข้างชัดเจนว่าพวกเค้าถดถอยลงไปกว่าในยุคของเวนเกอร์อยู่หลายช่วงตัว นั่นเพราะอูไน เอเมรี่ไม่เก๋าพอที่จะแบกข้อจำกัดต่างๆเหมือนที่เวนเกอร์เคยทำได้ มีอย่างที่ไหนตัวดีๆขายเอาเงิน แล้วก็ซื้อนักเตะเกรดรองๆมาปั้นใหม่ นี่คือสิ่งที่เวนเกอร์ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับทีมมาตลอดหลายสิบปี

วังวงดังกล่าวไม่ได้เพิ่มแค่ความยากในการบริหารจัดการทีมเท่านั้น แต่ในแง่ของนักเตะมันทำให้สโมสรไม่สามารถเหนี่ยวรั้งนักเตะให้รอประสบความสำเร็จไปพร้อมกับสโมสรได้เลยเลยนับตั้งแต่หมดยุคไร้พ่าย โรบิน ฟาน เพอร์ซี่,เอ็มมานูเอล อเดบายอร์,ซามี่ นาสรี่,เชส ฟาเบรกาส,อเล็กซิส ซานเชส หรือแม้แต่ปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองก็กำลังมีข่าวว่าไม่ยอมต่อสัญญาฉบับใหม่ เพราะนักเตะเหล่านี้ทราบดีว่าอาร์เซนอลห่วงแค่เรื่องเงินทองเท่านั้น พวกเค้าไม่สนใจว่าจะปล่อยนักเตะดีให้กับคู่แข่งลุ้นแชมป์โดยตรง หรือทีมไหนๆ นั่นทำให้นักเตะที่มีเก่งพอก็มักจะแวะมาค้าแข้งให้มีชื่อแล้วก็ย้ายไปประสบความสำเร็จกับทีมอื่นๆ

แต่ ณ เวลานี้อาร์เซนอลกำลังพบวิกฤตการณ์ครั้งใหม่เมื่อพวกเค้าไม่เหลือนักเตะที่จะแบกทีมได้อีกต่อไปแล้ว ในขณะที่กุนซือที่จะปั้นนักเตะให้เปล่งรัศมีกว่าเดิมก็ไม่มีในมือ ทำให้มีโอกาสสูงเหลือเกินที่จะไม่ได้ตั๋วไปเตะถ้วยยุโรปเมื่อทั้งแมนยูฯ และสเปอร์สที่ฟอร์มแย่มาพร้อมๆกันในช่วงต้นฤดูกาลต่างกลับไปเกาะกลุ่มท็อปซิกซ์กันได้หมดแล้ว

อาร์เซนอล ไม่กระตือลือล้นเรื่องผู้จัดการทีมคนใหม่แม้ผลงานสุดห่วย

ที่เลวร้ายกว่าคือบอร์ดบริหารของอาร์เซนอลดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจกับความตกต่ำของผลงาน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้อูไน เอเมรี่ปู้ยี่ปู้ยำทีมจนหมดสภาพ ชนิดที่กว่าจะแยกทางกันไปนักเตะก็แทบไม่เหลือความมั่นใจอีกแล้ว แต่ซ้ำร้ายคือเมื่อไล่ผู้จัดการทีมจอมหายนะออกไปแทนที่จะหาผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามาโดยเร็ว ก็กลับกลายเป็นการทิ้งระเบิดไว้ให้กับกุนซือชั่วคราวอย่างเฟรดริก ลุงเบิร์กอีกต่างหาก เมื่อสโมสรยังคงใจเย็นเหมือนกันหยั่งเชิงว่าถ้าลุงเบิร์กทำงานได้ดีก็จะให้โอกาสทำงานต่อไป ซึ่งก็เข้าเหลี่ยมเดิมคือผลงานไม่ว่าแต่ไม่อยากเสียเงินจ้างผู้จัดการทีมคนใหม่ จนลืมมองไปว่าเวลานี้ทีมปืนใหญ่เพิ่งจะมีคะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่7คะแนน

เอาก์สบวร์ก อ้าแขนรับแบ็คเก๋าลิชสไตเนอร์ร่วมก๊วนหนึ่งปีเต็ม

เอาก์สบวร์ก

 

สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์แบ็คขวาวัยดึก ได้ตอบรับโอกาสร่วมทีมเอาก์สบวร์กเป็นเวลา12เดือนเต็ม โดยฟูลแบ็คดีกรีรองแชมป์ยูโรป้าลีก(กับอาร์เซนอล)ซีซั่นที่ผ่านมา ยังคงไม่ยอมแขวนสตั๊ดแม้อายุจะย่างเข้า35กะรัตแล้วก็ตาม โดยลิชท์สไตเนอร์ต้องการที่จะสัมผัสบรรยากาศในลีกเยอรมันดูบ้าง หลังจากเค้าเคยค้าแข้งมาแล้วทั้งในศึกกัลโช่เซเรียอา,พรีเมียร์ลีก,ลีกเอิง และลีกสวิตเซอร์แลนด์ โดยอดีตแบ๊คขวาของอาร์เซนอลหวังว่าจะช่วยให้เอาก์สบวร์กอยู่รอดในศึกบุนเดสลีก้าได้สำเร็จอีกครั้ง

ลิชสไตน์เนอร์ขนประสบการณ์เต็มขั้นช่วยพา เอาก์สบวร์ก หนีตาย

เอาก์สบวร์กรอดพ้นการตกชั้นในศึกบุนเดสลีก้าซีซั่น2018/19อย่างหวุดหวิดด้วยการจบอันดับที่15ในตาราง โดยมีแต้มเหนือสตุทการ์ต(อันดับ16)เพียง4คะแนน และมาร์ติน ชมิดต์เทรนเนอร์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ก็หวังว่าคนบ้านเดียวกันอย่างลิชท์สไตเนอร์น่าจะช่วยให้ภารกิจต่อสู้เพื่อความอยู่รอดในลีกเมืองเบียร์ลุ่ล่วงไปได้ด้วยดี เนื่องจากแบ็คขวารายนี้มีส่วนร่วมสำคัญที่นำพาอาร์เซนอลทะลุเข้าถึงนัดชิงชนะเลิศในรายการยูโรป้าลีกส์ แต่น่าเสียดายที่ลิชท์สไตเนอร์ไม่ได้มีส่วนร่วมในนัดชิง อีกทั้งปืนใหญ่ก็พ่ายแพ้ต่อเชลซีไปอย่างหมดรูป1-4 ได้เพียงรองแชมป์เท่านั้น

ทว่าด้วยโอกาสลงเล่นกับทีมปืนโตแห่งลอนดอนที่ไม่มากนัก จะสะสมโอกาสออกสตาร์ทเป็นตัวจริงได้เพียง10นัด ก็ทำให้สเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์ประกาศแยกทางกับอาร์เซนอล และกลายเป็นนักเตะอิสระตั้งแต่นั้นมา จนมาร์ติน ชมิดต์โค้ชชาติเดียวกันกับลิชท์สไตเนอร์ตัดสินใจดึงตัวมาช่วยงาน โดยกุนซือวัย52ปีหวังจะพึ่งพาความเก๋าและประสบการณ์ของฟูลแบ็คจอมเก๋ารายนี้เพื่อประคองทีมเอาก์สบวร์กให้อยู่รอดไปอีกซีซั่น เนื่องจากพวกเค้าประเดิมนัดแรกในศึกบุนเดสลีก้าด้วยการพ่ายแพ้ต่อโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ไป1-5 และรั้งอับดับรองบ๊วยอยู่ในขณะนี้

ครั้งหนึ่งสเตฟาน ลิชท์สไตเนอร์เคยถูกจับตามองว่าเป็นฟูลแบ็คที่มีฝีเท้าฉกาจเบอร์ต้นๆของยุโรป ด้วยลีลาการเติมเกมรุกที่ดุดัน และความเหนียวแน่นในเกมรับที่ไม่น้อยหน้า จนแม้กระทั้งยูเวนตุสยังต้องคว้าตัวมาร่วมทัพ โดยภายหลังจากลงเล่นให้เบียงโคเนรี่ไป257เกม ลิชท์สไตเนอร์ก็ประสบความสำเร็จในการคว้ามแชมป์กับไอ้ม้าลายอย่างมากมาย ไล่ตั้งแต่แชมป์กัลโช่เซเรียอา7สมัย,แชมป์โคปาอิตาเลีย5สมัย(ได้กับลาซิโอ1สมัย)และซุปเปอร์โคปาอิตาเลียอีก3สมัย

กอสเซียนี่ หมดใจป่วนแคมป์ปืนหลังปฏิเสธเดินทางร่วมทัวว์ปรีซีซั่น

กอสเซียนี่

ชักยังไงๆเสียแล้วสำหรับสปริริตในถิ่น เอมิเรตส์ สำหรับอาร์เซนอล เมื่อล่าสุดรายงานระบุว่า โลร็อง กอสเซียนี่ กัปตันจอมเก๋า ได้งัดข้อกับ อูไน เอเมรี่ ด้วยการไม่แยแสที่จะเดินทางไปร่วมทัวว์ปรีซีซั่นกับทีม โดยเชื่อว่าแนวรับเลือดน้ำหอมพยายามเล่นเกมเพื่อหวังให้ทีมปล่อยตัวเพื่อกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิด แม้ว่าจะยังเหลือสัญญากับทีมอีกราว 12 เดือนก็ตาม

แม้ครั้งหนึ่ง โลร็อง กอสเซียนี่ จะเคยเป็นกองหลังที่เนื้อหอมอันดับต้นๆของยุโรป ทว่าด้วยวัยที่มากขึ้นกรปรกับอาการบาดเจ็บที่รบกวนบ่อยครั้ง ทำให้ดาวเตะวัย 33 ปี แทบไม่มีส่วนร่วมกับทีมในระยะหลัง แถมเมื่อยามได้ลงเล่นก็มักจะทำผลงานได้อย่างไม่น่าประทับใจ จนกลายเป็นบ่อน้ำมันในเกมรับของทีมอยู่บ่อยครั้ง จนทำให้โดน โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอสและชโคดาน มุสตาฟี่ แย่งตำแหน่งตัวจริงไปเป็นที่เรียบร้อย และเจ้าตัวก็แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ขยายสัญญากับทีมต่อไปอย่างแน่นอน หลังจากได้รับโอกาสลงเล่นในซีซั่นที่ผ่านมาเพียง 29 เกมจากทุกรายการ

โดยข่าววงในระบุว่า กอสเซียนี่ นั้นหัวเสียกับปัญหาอาการบาดเจ็บและสภาพร่างกายในระยะหลัง จนทำให้ถูกลดบทบาทจากแข้งหลักของทัพปืนใหญ่ มาเป็นเพียงแข้งอะไหล่ และนั่นทำให้เจ้าตัวรู้สึกอยากกลับไปใช้ชีวิตค้าแข้งในประเทศฝรั่งเศสให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยการแข็งข้อกับเจ้านายอย่าง อูไน เอเมรี่ เพื่อหวังผลที่จะให้สโมสรยอมยกเลิกสัญญาก่อนกำหนดนั่นเอง (กอสเซียนี่มีสัญญากับอาร์เซนอลถึง มิ.ย. 2020) และหากเป็นเช่นนั้นจะทำให้เจ้าตัวยุติผลงานการรับใช้ปืนใหญ่ไว้ที่ 9 ปี หลังจากลงเล่นให้ทีมไป 255 นัดและทำสกอร์ได้ 22 ประตู

อาร์เซนอล ยุคใหม่ของ อูไน เอเมรี่ กำลังมีปัญหาเกี่ยวทีมสปริริตเสียแล้วเมื่อดูเหมือนว่า อะไรๆก็ไม่เข้าที่เข้าทาง ไม่ว่าจะเป็น จอมทัพอย่าง เมซุต โอซิล ก็โดนจับดองเพื่อบีบให้ย้ายทีมออกไป,โอบาเมยอง ก็ลบรูปเกี่ยวกับสโมสรออกจากอินสตาแกรมส่วนตัว ล่าสุดนักเตะที่รับใช้ทีมมาอย่างยาวนานอย่าง โลร็อง กอสเซียนี่ ก็ยังเอากับเค้าด้วย ด้วยการไม่แยแสที่จะเดินทางไปทัวว์กับทีม ซึ่งแฟนบอลกันเนอร์ต่างวิตกเหลือเกินว่าผลงานในซีซั่นใหม่จะน่าประทับใจแค่ไหน หลังจากจบซีซั่น 2018 ด้วยการไม่ได้แชมป์รายการใดเลย แม้ว่าจะได้มีโอกาสเข้าชิงในถ้วยยูโรป้าลีกก็ตาม ทว่าก็พ่ายแพ้ให้กับคู่ปรับร่วมเมืองอย่างเชลซีอย่างหมดรูป 1-4