เป๊ป เปิดศึกก่อนดวลหงส์โจมตีมาเน่ทำทุกอย่างเพื่อชนะแม้พุ่งล้ม

เป๊ป

หลังจากที่แมนซิตี้ทำท่าว่าจะลดช่องว่างคะแนนจากการไล่ตามลิเวอร์ลงมาได้สำเร็จอยู่ ทว่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บซาดิโอ มาเน่ก็ยังแผลงฤทธิ์สะกิดประตูชัยให้กับทีมหงส์แดงได้ซะอีก เป็นอันทำให้ระยะห่างของแมนซิตี้ยังคงเท่าเดิมที่6คะแนน จนเป็นสิ่งที่สร้างความท้อแท้ใจให้กับเป๊ป กวาร์ดิโอล่าเป็นอย่างมาก ซ้ำยังทำให้กุนซือชาวสเปนต้องประเดิมสงครามประสาทใส่ดาวยิงจอมแสบอย่างซาดิโอ มาเน่ว่าเป็นผู้เล่นที่ทุ่มเทเพื่อลิเวอร์พูลอย่างแท้จริงแม้ว่าจะต้องแลกด้วยการเล่นละครตบตาผู้ตัดสินบ้างก็ตาม

แม้ว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะพาแมนซิตี้เก็บชัยชนะมาแล้วถึง3เกมติดต่อกันทว่าพวกเค้าก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะไล่ตามลิเวอร์พูลได้ทัน “ การได้เห็นพวกเค้า(ลิเวอร์พูล)ได้ประตูในช่วงท้ายเกมอีกครั้งในสัปดาห์นี้มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนดูหนังฉายซ้ำ เพราะคนทำให้ลิเวอร์พูลคว้าสามแต้มก็เป็นคนเดิมอย่างซาดิโอ มาเน่ เค้าเป็นนักเตะที่มีความเฉียบคมและพร้อมแลกทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ บางทีเค้าก็ใช้สัญชาตญาณอันยอดเยี่ยม หรือบางครั้งเค้าก็พุ่งล้มเอาจุดโทษ แต่ที่ผมต้องยอมรับจากใจจริงคือเค้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำประตูช่วงนาทีสุดท้าย ” อดีตเทรนเนอร์บาซ่ายอมซูฮก

ลิเวอร์พูลยิงโกงตายท้ายเป็นเรื่องจิตใจไม่ใช่ฟลุ๊ค เป๊ป ยอมรับจากใจ

ถึงแม้จะสถานะเป็นคู่แข่งกันในแง่ของเกมการแข่งขันทว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ยอมรับอย่างจริงใจว่าทีมคู่ปรับอย่างลิเวอร์พูลนั้นมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง “ มันมีเส้นบางๆระหว่างคำว่าโชคดีจังที่ได้สามแต้ม กับคู่ควรแล้วที่ได้สามแต้ม แต่พวกเค้าทำประตูสำคัญๆในช่วงท้ายเกมได้อย่างต่อเนื่องในช่วงสองปีมานี้ ถ้าพูดตรงๆผมว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องโชคดี และนักเตะของพวกเค้าทุกคนมุ่งมั่นและไม่เคยยอมแพ้ มันพิสูจน์แล้วว่าพวกเค้าเป็นคู่ต่อสู้ที่ประมาทไม่ได้ ”

“ เมื่อคุณมีความตั้งใจแล้วคุณทำมันได้ซ้ำๆมันจะกลายเป็นความมั่นใจ ลิเวอร์พูลในเวลานี้เป็นทีมที่มีความมั่นใจสูงมาก เราต้องมีสมาธิและประเมินพวกเค้าให้ชัดเจนว่าเค้าเป็นทีมระดับไหน หลังจากผ่านไป11นัดพวกเค้ายังไม่แพ้ใครเลย ลิเวอร์พูลจะเป็นคู่ต่อกรที่เราต้องทุ่มเทเกินร้อยหากอยากชิงความได้เปรียบจากพวกเค้า และเราจะได้รู้กันในสัปดาห์หน้า ” เป๊ปส่งสาส์นท้ารบให้ลิเวอร์พูลก่อนที่จะมีคิวบุกไปเยือนแอนด์ฟิลในสัปดาห์หน้า

ลิเวอร์พูล ยันไม่ช็อปเพิ่มไม่ได้แปลว่าทำผมงานดีกว่าเดิมไม่ได้

ลิเวอร์พูล

แม้จะมีผลประกอบการที่ดีชนิดผิดหูผิดตาจนทำให้ ลิเวอร์พูล จัดว่าเป็นทีมที่กำไรสูงสุดสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก ทว่าในแง่ของการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาช่วยทีม ปรากฏว่าหงส์แดงไม่ค่อยมีข่าวอัพเดตมากนัก จนทำให้โดนแฟนบอลทีมคู่แข่งปรามาศว่า เจอร์เกน คล็อปป์ คงไม่อาจทำผลงานได้แจ่มแจ๋วเหมือนซีซั่นที่ผ่านมา(ได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีก และได้แชมป์UCL)อีกแน่ หากยังเมินเฉยที่จะเสริมทัพในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล แต่กุนซือคนเก่งอย่าง คล็อปป์ กลับแย้งว่ากุญแจการขับเคลื่อนทีมให้บรรลุเป้าหมายนั้นไม่ใช่สักแต่ว่าทุ่มซื้อก็จะสมหวังได้ ทว่ายังมีปัจจัยอื่นๆอีกมาก และตนกับลูกทีมก็กำลังทำสิ่งเหล่านั้นกันอยู่

คล็อปป์นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ไม่สนทุ่มซื้อแต่หันไปเติมแท็กติกใหม่ๆให้กับลูกทีมแทน

   เรียกได้ว่าผลงานของ ลิเวอร์พูล กำลังไปได้สวย จนแฟนบอลหงส์แดงต่างเชียร์ให้ เจอร์เกน คล็อปป์ ทุ่มเสริมทัพในซีซั่นนี้เพื่อเป้าหมายในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว กระนั้นกุนซือชาวเยอรมันกลับมีความเห็นที่ต่างออกไป “ มันยากเสมอที่เราจะใช้เงินให้น้อยแต่ได้ผลลัพธ์ในสนามที่เราต้องการ แต่นั่นละมันคือความท้าทายในสายตาผม แน่นอนว่ามันมีโอกาสที่ดีกว่าแน่ถ้าคุณมีเงินให้ใช้แบบไม่หยุดสิ้น แต่ ลิเวอร์พูล เรามีแนวทางที่เจ๋งกว่านั้น ”

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของซีซั่นก่อน ลิเวอร์พูล ใช้เงินเสริมทัพถึง 170 ล้านปอนด์ ซึ่งส่วนทางกับซีซั่นนี้ที่ คล็อปป์ เพิ่งใช้เงินไปเพียง 1.3 ล้านปอนด์(ซื้อ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก )เท่านั้น “ การดึงผู้เล่นดีเข้ามาในทีมย่อมเป็นเรื่องดี แต่เราจะไม่มองข้ามเรื่องทีมสปริริตและการทำงานร่วมกันระหว่างโค้ชกับผู้เล่น ลิเวอร์พูล เองไม่เคยมองข้ามปัจจัยเหล่านี้ นั่นทำให้ปรีซีซั่นนี้เราต้องทำงานกันให้หนักขึ้น  เราไม่ใช่ทีมที่หลงระเริงแล้วคิดว่าชัยชนะเป็นเรื่องง่ายๆ ฉะนั้นผมบอกได้เลยว่าเราใช้เงินซื้อน้อยแต่ประสิทธิภาพของ ลิเวอร์พูล จะไม่ลดลงอย่างแน่นอน ”

อย่างไรก็ดี คล็อปป์ ก็ไม่ได้จะปิดประตูเรื่องการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่ซะทีเดียว “ หลายๆทีมมองการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เพื่อยกระดับการเล่นของทีมให้เอื้อต่อการประสบความสำเร็จ แต่สำหรับผม ลิเวอร์พูล อยู่ในระดับนั้นอยู่ แล้วมีแต้มตามหลังแชมป์(พรีเมียร์ลีก)แค่แต้มเดียว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ซื้อใครแล้ว เพียงแต่เราจะพิจารณาเรื่องการเสริมทัพอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสมเหตุสมผล ” ส่วนหนึ่งที่กุนซือชาวเยอรมันไม่เห็นด้วยกับซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาอย่างเดียว เพราะต้องการดันเด็กชุดเยาวชนให้ขึ้นมาทรอดแทรกทีมชุดใหญ่นั่นเอง