ไก่เดือยทอง ได้ตัวแทนเอริคเซ่นเซ็นเบิร์กไวจ์นสตาร์พีเอวี27ล้านปอนด์

ไก่เดือยทอง

หลังจากสาวกไก่ต้องทนเห็นภาพบาดตาที่คริสเตียน เอริคเซ่นย้ายซบอินเตอร์มิลานไปไม่นาน สเปอร์สก็ทำการคืนความสุขให้กับแฟนบอลแบบทันควันเมื่อพวกเค้าได้ปิดดีลคว้าตัวสตีเฟ่น เบิร์กไวจ์นดาวรุ่งตัวเก่งของพีเอสวีไอน์โฮเฟ่นมาเป็นตัวตายตัวแทนได้สำเร็จด้วยค่าตัวราว27ล้านปอนด์

สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์นได้ทั้งตัวริมเส้น และเพลเมกเกอร์ได้ถูกโชเซ่ มูรินโญ่มอบหมายให้เข้ามารับบทบาทตัวทำเกมแทนเอริคเซ่นที่จากไป แล้วดาวรุ่งวัย22กะรัตก็ได้ตกลงย้ายมาสวมเสื้อหมายเลข23ให้กับสเปอร์สเป็นที่เรียบร้อย ด้วยการเซ็นสัญญายาว5ปี โดยอันที่จริงนักเตะได้บรรลุข้อตกลงกับทีมดังแห่งลอนดอนพักใหญ่แล้ว แต่ทว่ายังต้องรอให้ดีลของเอริคเซ่นลุ่ล่วงไปเสียก่อน เนื่องจากลำพังเงินคงคลังที่มีนั้นไม่เพียงพอที่จะปิดดีล แต่พวกเค้าจำเป็นต้องใช้เงินจากการขายเอริคเซ่นสมทบเข้าไปด้วยนั่นเอง

ทั้งนี้สตีเฟ่น เบิร์กไวจ์ถูกจับตามองว่ากำลังก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้กับทีมชาติฮอลแลนด์ในอนาคต  เพราะนับตั้งแต่เจ้าตัวแจ้งเกิดจากทีมเยาวชนของพีเอสวีในปี2014 เบิร์กไวจ์นก็ติดธงกังหันในระดับเยาวชมาแล้วครบทุกรุ่น ทั้งยังมีชื่อติดทีมชาติชุดใหญ่ฮอลแลนด์ไปแล้วถึง9เกม นอกจากนี้เจ้าตัวยังสามารถนำพีเอสวีไอน์โฮเฟ่นคว้าแชมป์ลีกดัตซ์มาแล้วถึง3สมัยอีกต่างหาก

เบิกไวจ์รับไม่กล้าปฏิเสธโอกาสที่จะได้ร่วมงาน ไก่เดือยทอง กับมูรินโญ่

ทันทีที่เบิร์กไวจ์นเดินทางมาเปิดตัวที่ลอนดอน เจ้าตัวก็ได้เปิดเผยถึงความตื่นเต้นที่ได้ย้ายมาค้าแข้งต่างแดนเป็นครั้งแรก “ สเปอร์สเป็นสโมสรชั้นนำ พวกเค้ามีชื่อเข้าร่วมศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอย่างต่อเนื่อง มันสุดยอดมากๆที่ผมจะได้เล่นให้สโมสรแห่งนี้ ที่สำคัญกว่าคือพวกเค้ามีกุนซืออย่างมูรินโญ่ที่ข้างสนามอีกต่างหาก สมัยเด็กๆผมดูการถ่ายทอดสดฟุตบอล ภาพมูรินโญ่พาปอร์โต้,เชลซี และรีล มาดริดคว้าแชมป์ยังอยู่ในความทรงจำของผม แล้วต่อไปจากนี้ผมจะได้ร่วมงานกับเค้า มันเหลือเชื่อมากๆ นี่เป็นโอกาสที่ผมไม่สามารถปล่อยผ่านไปได้เลย ”

“ ผมประหม่านิดๆเพราะนี้คือการย้ายมาเล่นฟุตบอลที่ห่างจากบ้านมากๆ แต่ผมเป็นผู้ใหญ่แล้ว ผมจำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองว่าผมดีพอ สเปอร์สมีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ มันท้าทายผมอย่างมากแต่ผมก็มั่นใจว่าผมจะมอบสิ่งดีๆให้กับทีมได้ นี่คือการผจญภัยครั้งใหม่ของผม ” เบิร์กไวจ์นกล่าวอย่างเชื่อมั่น

แมนซิตี้ ระอุแฟนบอลเคืองเป๊ปที่ตำหนิไม่เข้าชมเกมเอฟเอคัพ

แมนซิตี้

ให้หลังชัยชนะเหนือฟูแล่ม4-0ในศึกเอฟเอคัพ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ได้เรียกร้องให้แฟนบอลแมนซิตี้เข้ามาเชียร์ในสนามให้มากกว่านี้ เนื่องจากในเกมดังกล่าวบนอัฒจันทร์นั้นบางตาลงไปมาก แต่โดยทันทีที่ข้อความนี้ไปถึงเหล่าสาวกเรือใบก็ทำให้เกิดความไม่พอใจเป็นอย่างมาก จนทำให้กลุ่มแฟนบอลทำการตอบกลับความเห็นของเป๊ปอย่างเจ็บแสบ

“ คุณต้องเข้าใจก่อนว่าแฟนบอลไม่ได้รับค่าเหนื่อยมหาศาลแบบพวกคุณ พวกเราหาเช้ากินค่ำ แล้วตั๋วในรายการฟุตบอลถ้วย(ทั้งคาราบาวคัพ,เอฟเอคัพ และยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก)มันก็ไม่ใช่ราคาถูกๆ เพราะมันไม่ใช่ตั๋วปี มันไม่ยุติธรรมที่แฟนบอลของเราจะโดนตีตราว่าไม่ให้การสนับสนุนสโมสรถ้าแค่พวกเค้าจ่ายค่าตั๋วในเกมเหล่านี้ไม่ไหว ” เควิน ปาคเกอร์ตัวแทนกลุ่มแฟนบอลเรือใบชี้แจง

“ พวกเรารักเป๊ป เค้านำสิ่งดีๆมาสู่สโมสร มีช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จมากมาย แต่เค้าต้องมีความเข้าใจในรากเหง้าของสโมสรให้มากกว่านี้ก่อนที่จะออกความเห็น แฟนบอลเหล่านี้ให้การสนับสนุนทีมมาตั้งแต่ทีมยังเล่นในระดับแชมเปี้ยนชิพด้วยซ้ำ แมนซิตี้ไม่ควรเรียกร้องอะไรโง่ๆแบบนี้ คำพูดนี้กำลังทำให้เกิดความแตกแยกในกลุ่มแฟนบอล ซึ่งมันไม่ควรเลยในสถานการณ์แบบนี้พวกเราควรร่วมแรงร่วมใจกันสนับสนุนทีมต่างหาก ”

เป๊ปแถลงขอโทษแฟน แมนซิตี้ ทันควันอ้างสื่อสารผิดความหมายไปเอง

ทันทีที่มีกระแสตีกลับ เป๊ป กวาริ์โอล่าก็ได้ออกมากล่าวขอโทษแฟนบอลอย่างรวดเร็ว “ ผมต้องกล่าวขอโทษไปยังข้อความที่ผมได้พูดไปหลังเกมเอฟเอคัพ ผมอาจะสื่อสารคลาดเคลื่อนไปเอง และขอยืนยันว่าผมไม่มีเจตนาจะดูถูกแฟนบอลของเรา ผมได้เห็นการสนับสนุนที่อบอุ่นมาตลอดนับตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ แล้วก็เชื่อมั่นเหลือเกินว่ามันจะเป็นเช่นนั้นต่อไป ”

“ ชีวิตผมมีแต่ฟุตบอลแล้วผมอาจมองข้ามเรื่องอื่นๆไป อาทิ เรื่องภาระค่าใช้จ่าย คุณพูดถูกทุกคนมีหน้าที่และภาระที่ต้องจัดการ เรามองตากันแล้วรับรู้ได้ว่าเราคือใคร ไม่ว่าเกมนี้เราจะได้เจอกันในสนามหรือไม่แต่เราเชื่อมั่นว่าคุณจะยังส่งกำลังใจมาให้เรา แล้วนั้นคือสายสัมพันธ์ที่งดงาม ”

นอกจากนี้เป๊ปยังเร้าอารมณ์แฟนบอลก่อนที่จะทำศึกคาราบาวคัพกับแมนยูฯอีกด้วย “ ยูไนเต็ดกำลังมาเยือนเราอีกครั้งในคาราบาวคัพ มันจะเป็นเกมที่เข้มข้นแน่นอน พวกเราต้องการแชมป์รายการนี้ ขอรับประกันกับแฟนบอลว่าเราจะได้ฉลองชัยด้วยกันอย่างแน่นอน ”

เอริคเซ่น ซบอินเตอร์มิลานสมใจด้วยค่าตัวสุดถูกเพียง20ล้านยูโร

เอริคเซ่น

หลังจากที่ปล่อยอนาคตให้เป็นเครื่องหมายคำถามอยู่พักใหญ่ ในที่สุดคริสเตียน เอริคเซ่นก็ได้ย้ายออกจากสเปอร์สสมใจเมื่อล่าสุดเจ้าตัวได้เปิดตัวในฐานะนักเตะใหม่ของอินเตอร์มิลานเป็นที่เรียบร้อยผ่านสัญญายาว4ปี พร้อมครอบครองเสื้อหมายลายน้ำเงินดำหมายเลข24

ไก่เดือยทองพยายามดึงเกมกับคริสเตียน เอริคเซ่นมาโดยตลอด แม้ว่าจะมีข้อเสนอก้อนโตเข้ามาให้พิจารณาในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วนั่นก็ยิ่งทำให้กองกลางชาวเดนมาร์กยิ่งแสดงท่าทีไม่ญาติดีกับต้นสังกัดอีกเลย นำพาให้สัญญาค้าแข้งล่วงเข้าสู่ช่วงระยะ6เดือนสุดท้าย และนั่นทำให้สเปอร์สจำใจต้องตอบรับข้อเสนอของทีมงูใหญ่ที่ราคา20ล้านยูโร(ทั้งที่ราคาประเมินน่าจะไม่ต่ำกว่า90ล้านยูโร) เพราะยิ่งปล่อยให้เวลาเนิ่นนานไปพวกเค้าก็ยิ่งเสี่ยงที่จะเสียนักเตะรายนี้ออกจากทีมไปโดยที่ไม่ได้ค่าตัวเลยแม้แต่เพนนีเดียว

โดยการได้ตัวเอริคเซ่นเข้ามาเสริมนี้น่าจะช่วยเพิ่มความคึกคักให้กับทัพเนรัสซูรี่เป็นอย่างมาก ทั้งยังน่าจะช่วยเพิ่มอรรถรสในการลุ้นแชมป์กัลโช่ เซเรียอาให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันอินเตอร์มิลานยังคงเบียดแย่งสคูเด็ตโต้(แชมป์ฟุตบอลลีกอีตาลี่)กับยูเวนตุสอย่างสูสี ด้วยแต้มที่เท่ากันกันแต่เป็นอินเตอร์ที่นำเป็นจ่าฝูงด้วยประตูได้เสียที่มากกว่า

เอริคเซ่น ดี๊ด๊าย้ายมาลุ้นแชมป์ลีกเลี่ยนรับกระสันอยากลงสนาม

ทันทีที่ได้เซ็นสัญญากับทีมงูใหญ่เอริคเซ่นก็เผยถึงความตื้นตันใจที่ได้ย้ายมาหาประสบการณ์ใหม่ในลีกที่ต่างจากเดิม “ ผมยืนยันมาตลอดว่าอยากหาความท้าทายใหม่ๆดูบ้าง แน่นอนมันไม่ง่ายเลยกับสถานการณ์ก่อนหน้า ผมเคารพสเปอร์สมาตลอด ผมมีประสบการณ์ที่ดีกับทีมมากมาย แต่มันถึงเวลาของผมแล้ว ต้องขอขอบคุณสเปอร์สที่ทำให้ดีลนี้ลงเอยด้วยดี ”

“ ผมรู้สึกแฮปปี้มากๆที่ได้ย้ายมาเล่นในจูเซปเป้ เมอัซซ่า เพราะอินเตอร์เป็นทีมใหญ่ในอิตาลี่ แถมปีนี้พวกเรายังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์อีกต่างหาก มันเป็นในช่วงเวลาอันสำคัญของทีม แล้วผมก็เชื่อว่าเรามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ เรามีโค้ชระดับท๊อปอย่างคอนเต้ และนักเตะสตาร์อีกมากมาย ผมเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าสามารถช่วยให้อินเตอร์บรรลุเป้าหมายได้ แต่ก่อนอื่นผมต้องแย่งตำแหน่งตัวจริงให้ได้เสียก่อน ผมเป็นคนถ่อมตัว ผมต้องการพิสูจน์ตัวให้โค้ชเห็นว่าผมมีประโยชน์ต่อทีม แล้วเราคงจะได้เห็นกันว่ามันจะเป็นอย่างไร ”

เอ็มปั๊ปเป้ โดนเพื่อนเก่าอย่างฟาบินโญ่อำว่าควรย้ายมาเป็นสมาชิกหงส์แดง

เอ็มปั๊ปเป้

ถึงแม้ว่าขุมกำลังเกมรุกของลิเวอร์พูลในยุคนี้จะสุดสะเด่าจนชาวบ้านชาวช่องต่างอิจฉากันจนตาแทบไหม้(ตาร้อน)กันแล้วก็ตาม แต่ทว่าฟาบินโญ่ก็ยังชื่นชอบในฝีเท้าของคิลียัน เอ็มปั๊ปเป้หัวหอกตัวจี๊ดของปารีส แซงต์ แชร์กแมงอยู่เสมอ กระทั่งอดใจไม่ได้ที่จะเล่าความรู้สึกที่อยากจะร่วมงานกับเพื่อนเก่าคนนี้อีกครั้งที่แอนด์ฟิล

ฟาบินโญ่ และเอ็มปปั๊ปเป้ต่างอยู่ในทีมโมนาโกชุดคว้าแชมป์ลีกเอิงในฤดูกาล2016/17 แม้ว่าจะต่างคนต่างไปแต่มิดฟิลด์แซมบ้าก็ยังคอยติดตามผลงานของดาวยิงรุ่นน้องอยู่เสมอ “ เอ็มปั๊ปเป้พัฒนาฝีเท้าไปไกลกว่าสมัยอยู่โมนาโก เค้าคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้ว ไม่ว่าสโมสรไหนๆต่างก็อยากได้ตัวเอ็มปั๊ปเป้ด้วยกันทั้งนั้น ถ้าเค้าลงเล่นให้ลิเวอร์พูลมันต้องเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆแน่ๆ เกมรุกของเราคงจะไร้เทียมทานเลยทีเดียว ”

อย่างไรก็ตามฟาบินโญ่ก็รู้ดีว่าเจอร์เกน คล็อปป์คงไม่ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงตัวเอ็มปั๊ปเป้อย่างแน่นอน “ มันก็เป็นความฝันของผมหละ ในความเป็นจริงค่าตัวของเค้ามันมหาศาล ผมคิดว่าคงมีไม่กี่ทีมหรอกที่จะจ่ายค่าตัวเอ็มปั๊ปเป้ได้ แล้วลิเวอร์พูลเองก็คงไม่อยากทำแบบนั้น ผมเสียใจที่ต้องพูดแบบนี้แต่ในความเป็นจริงเอ็มปั๊ปเป้ไม่ใกล้เคียงกับการย้ายมาเล่นให้ลิเวอร์พูลเลย ”

เอ็มปั๊ปเป้ ออกปากเองในหัวมีแต่เปเอสเชไม่คิดย้ายทีมแน่

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทั้งบาเซล่า,รีล มาดริด และลิเวอร์พูลต่างประสงค์ที่จะได้ตัวเอ็มปั๊ปเป้ไปใช้งานด้วยกันทั้งนั้น แต่ทว่าก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ซึ่งดาวยิงวัย21กะรัตก็ได้ยอมรับว่าเจ้าตัวไม่ได้มีความคาดหวังเรื่องการย้ายออกเลยแม้แต่น้อย “ ผมแฮปปี้กับการได้ลงสนาม และผลงานของทีมก็กำลังไปได้สวย เราต้องรักษาสมาธิกันไว้ให้ดี เปเอสเชมีเป้าหมายคือคว้าถ้วยรางวัลทุกรายการในหัวผมมีแต่เรื่องนี้เท่านั้น ส่วนเรื่องข่าวการย้ายทีมนั้นผมไม่เคยสนใจมันเลย ”

“ หน้าที่ผมยังคงดำเนินไปด้วยการซ้อมและลงเล่น เพราะผมยังคงเป็นนักเตะระดับอาชีพของปารีส แซงต์ แชร์กแมง ถ้ามันมีการพูดคุยเรื่องทำนองนั้น(การเจรจาจากทีมอื่น)พวกเค้าก็คงแจ้งเอเยนต์ผมมาแล้วละ แต่ในเมื่อมันไม่มีอะไร ฉะนั้นเราจำเป็นต้องนึกถึงมัน มันไม่จำเป็น และเสียเวลาเปล่า ” เอ็มปั๊ปเป้ปัดพูดถึงประเด็นย้ายทีมอย่างไม่มีเยื่อใย

เบ็คแฮม เดินหน้าล่าตัวเลวิสมอร์แกนปีกชาวสก็อตบู๊ลีกมะกัน

เบ็คแฮม

หลังจากเดวิด เบ็คแฮมได้ก่อร้างสร้างทีมอินเตอร์ไมอามี่สโมสรใหม่ในเมเจอร์ลีกของประเทศสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าสโมสรใหม่ป้ายแดงแบบนี้ก็จำเป็นที่จะต้องหานักเตะชั้นดีมาเสริม และพวกเค้าก็มีข่าวว่ากำลังให้ความสนใจในตัวเลวิส มอร์แกนปีกตัวเก่งของกลาสโกส์ เซลติก

เลวิส มอร์แกนไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับทีมม้าลายเขียขาวมากนัดในซีซั่นนี้ และได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงแค่เพียง3นัดเท่านั้น จึงทำให้เบ็คแฮมหมายใจจึงแข้งอะไหล่รายนี้ไปใช้งานแทน แล้วด้านเซลติกเองก็เปิดไฟเขียวให้เข้าเจรจาสัญญาส่วนตัวกับดาวเตะไปแล้วด้วย ซึ่งเชื่อว่ามอร์แกนน่าจะลงทะเบียนเป็นผู้เล่นให้อินเตอร์ ไมอามี่ได้ทันเปิดฤดูกาลของลีกสหรัฐฯ

เบ็คแฮม วางเป้าหมายดันทีมไมอามี่ให้เป็นยักษ์ใหญ่ของลีกมะกัน

ในเวลานี้ทีมอินเตอร์ ไมอามี่ได้แต่งตั้งดีเอโก้ อลอนโซ่เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม และกุนซือชาวอุรุกวัยก็ได้เล็งนักเตะใหม่เอาไว้หลายตัวด้วยกัน อาทิ ดาบิด ซิลวาแนวรุกจอมทักษะของแมนซิตี้ และหลุยส์ ซัวเรสกองหน้าฟอร์มโหดของบาเซโลน่า เนื่องจากอินเตอร์ ไมอามี่ที่มีเดวิด เบ็คแฮมเป็นเจ้าของ(ร่วม)นั้นวางเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นมาเป็นทีมยักษ์ใหญ่ของลีกมะกันให้จงได้

อินเตอร์ไมอามี่ พร้อมดึงแข้งดังเพื่อเขย่าวงการลูกหนังมะกัน

สโมสรน้องใหม่ อินเตอร์ไมอามี่ยืนยันหนักแน่นว่าจะพยายามเสริมทัพเพื่อเป้าหมายที่จะประกาศศักดาในลีกสหรัฐฯ “ เรามีผู้เล่นชั้นดี และดาวรุ่งฝีเท้าดีอยู่แล้ว แต่เราก็พร้อมพิจารณาแข้งเป้าหมายอื่นๆในยุโรปด้วย เพราะเรามีเป้าหมายคือการประสบความสำเร็จในทุกทัวร์นาเมนต์ แม้ว่ามันจะเพิ่งเป็นปีแรกที่เราจะได้ร่วมแข่งขันในเมเจอร์ลีก ” พอล แม็คโดนัฟผู้อำนวยการกีฬาของอินเตอร์อามี่แถลงถึงจุดยืนสโมสร

“ เรามีคริสเตียน มาร์คูนที่เคยอยู่กับอะคาเดมี่ของยูเวนตุส เรายังได้เดนโซ่ ยูริเซ่ย์ และเดร็ก คอเลนเดอร์เข้ามาเสริมอีก อินเตอร์ไมอามี่คือสัญลักษณ์แห่งการขับเคลื่อน เราจะไม่มองข้ามผู้เล่นเยาวชนเช่นกัน แม้ว่าอาจจะมีผู้เล่นตัวเก๋าจากยุโรปเข้ามาช่วยประคองทีมด้วยก็ตาม ” แม็คโดนัฟกล่าวอย่างมุ่งมั่น

นอกจากนี้เดวิด เบ็คแฮมเริ่มโครงการสร้างสนามให้กับทีมอินเตอร์ไมอามี่อีกต่างหาก โดย“ ไมอาที่ฟรีดอมปาร์ค ” จะมีสวนสาธารณะ,สาธารณูปโภค และสนามฟุตบอลความจุ26,000ที่นั่งอยู่ในพื้นทีเดียวกันทั้งหมด โดยคาดว่าจะสร้างเสร็จในปี2022 โดยเบ็คแฮมคาดหวังให้สนามเหย้าแห่งนี้จะกลายเป็นจุดรวมฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่นที่สุดในฟลอริด้านั่นเอง

สิงห์บลู อาจโดนบาเซโลน่าปาดหน้าคว้า ตัวเฌเรมี่ โบก้า

สิงห์บลู

สายน้ำไม่คอยท่ากาลเวลาไม่คอยใครคำกล่าวนี้อาจทำให้แฟนเชลซีช้ำใจได้ เมื่อเฌเรมี่ โบก้าปีกซาสซูโอโล่ที่มีข่าวลือว่าอาจย้ายกลับมาช่วยงานนั้นกำลังจะโดนยอดทีมอย่างบาเซโลน่าฉกตัวไปใช้งานแล้ว เมื่อรายงานระบุว่าทีมเจ้าบุญทุ่มเตรียมยื่นข้อเสนอราว12ล้านปอนด์ให้กับซาสซูโอโล่พิจารณา

เฌเรมี่ โบก้าอดีตปีกซ้ายสิงห์บลูย้ายมาเป็นนักเตะของซาสซูโอโล่ในปี2018 หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ฉายแววความเก่งกาจออกมาจากผิดหูผิดตา หลังจากลงเล่นให้ซาสซูโอโล่ไปแล้ว45นัดแล้วยิงได้7ประตูกับ3แอสซิสต์ก็ทำให้แฟรงค์ แลมพาดต้องส่งทีมแมวมองติดตามฟอร์มของปีกชาวไอวอรี่โครสต์อย่างใกล้ชิด และอาจใช้เงื่อนไขดึงตัวกลับด้วยค่าตัวเพียง3.5ล้านปอนด์ แต่กระทั่งเปิดตลาดซื้อขายมาแล้วหลายวันก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จนอาจทำให้ซาสซูโอโล่ต้อวหันไปเจรจากับทีมเจ้าบุญทุ่มซึ่งให้ค่าตัวนักเตะที่มากกว่าแทน

ส่วนหนึ่งที่ทำให้เชลซียังไม่เดินหน้าล่าตัวเฌเรมี่ โบก้าอย่างจริงจัง ก็เป็นเพราะพวกเค้ากำลังวุ่นอยู่กับเป้าหมายหลักอย่างจาร์ดอน ซานโช่ของโบรุทเซียดอร์ทมุนด์ และวิดฟรีด ซาฮาร์ของคริสตัลพาเลซอยู่ในเวลานี้นั่นเอง

สิงห์บลู ยิ้มมุมปากโบก้าแย้มไม่ปิดโอกาสกลับสแตนฟอร์ดบริดจ์

ถึงซาสซูโอโลจะอยากขายโบก้าให้กับบาซ่า(เนื่องจากได้ค่าตัวมากกว่า)แต่ตัวนักเตะเองดูเหมือนจะอยากกลับย้ายกลับไปร่วมงานกับเชลซีเสียมากกว่า “ ตอนผมตัดสินใจย้ายออกมันเต็มไปด้วยความลำบากใจ ผมอยากประสบความสำเร็จในสีเสื้อน้ำเงินครามแต่การจะได้ขึ้นทีมชุดใหญ่เชลซีในช่วงอายุ20ปีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเอาเสียเลย ผมจำเป็นต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง แล้วการมาซาสซูโอโล่ก็ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ”

“ แต่มันยังมีเสียงดังก้องในหัวผมตลอด ฉะนั้นถ้าวันหนึ่งผมมีโอกาสที่จะกลับไปเชลซี ผมก็คงไม่ปฏิเสธมันอย่างแน่นอน คำพูดนี้ไม่ได้แปลว่าผมต้องการย้ายทีม ทุกอย่างมีเวลาของมันเอง เหมือนเมื่อวานที่ผมยังดีไม่พอกับเชลซี แต่วันนี้ผมได้เล่นฟุตบอลที่สนุกสนานกับซาสซูโอโล่ ส่วนอนาคตเราไม่มีทางรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ” แนวรุกวัย23ปีกล่าวอย่างมีเลศนัย

ส่วนหนึ่งที่โบก้าอยากกลับมาช่วยเก่าก็เพราะนโยบายการสนับสนุนแข้งเยาวชนของแฟรงค์ แลมพาดที่ทำให้ปีนี้แข้งจากอะคาเดมี่อย่างเมสัน เม้าท์,แทมมี่ อับบราฮัม และฟิกาโย่ โทโมรี่สามารถก้าวขึ้นแย่งตัวจริงในทีมชุดใหญ่ได้อย่างภาคภูมิ

ดอร์ทมุนด์ ปล่อยตัวไวเกิลซบเหยี่ยวลิสบอนที่ราคา20ล้านยูโร

ดอร์ทมุนด์

ทันที่ที่ตลาดซื้อนักเตะเปิดทำการอีกครั้งโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ก็ประกาศปล่อยตัวนักเตะรายแรกเป็นที่เรียบร้อย นั่นก็คือการขายมิดฟิลด์ตัวเก่งอย่าง จูเลี่ยน ไวเกิล ไปให้กับสปอร์ตติ้ง ลิสบอนนั่นเอง

ฟัลเค่สปอร์ตสื่อเมืองเบียร์ได้แถลงข่าวการบรรลุข้อตกลงระหว่างสโมสรสปอร์ตติ้ง ลิสบอนและโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ที่ได้ทำการซื้อขายกองกลางชาวเยอรมันที่ราคา20ล้านยูโร ซึ่งจะมีผลให้ไวเกิลจะเดินทางไปเปิดตัวที่สนามเอสตาดิโอน ดา ลุซในอีกไม่กี่วันนับจากนี้ โดยก่อนหน้านี้หลุยส์ เฟลิเป้ วิเอร่าประธานสโมสรสปอร์ตติ้ง ลิสบอนได้เดินทางมาเจรจาที่ดอร์ทมุนด์พักใหญ่แล้ว แต่ว่าเพิ่งจะหาข้อสรุปกันได้สดๆร้อนๆในช่วงวันขึ้นปีใหม่นี้เอง

จูเลี่ยน ไวเกิลกองกลางวัย24กะรัตเป็นกำลังสำคัญให้กับเสือเหลืองในซีซั่นนี้หลังผ่านการลงสนามไปแล้ว20นัดรวมทุกรายการ แต่ด้วยสัญญาปัจจุบันที่จะหมดลงในอีกปีครึ่งก็ทำให้ดอร์ทมุนด์ตัดสินใจปล่อยตัวไปแต่เนิ่นๆดีกว่าเพราะไม่มั่นใจเช่นกันว่าไวเกิลจะยอมต่อสัญญาฉบับใหม่หรือไม่ เนื่องจากลูเซียง ฟาร์ฟมักตัดสินใจใช้งานอักเซล วิตเซลเป็นตัวเลือกแรกก่อนไวเกิลอยู่เสมอนั่นเอง

ไวเกิลโพสต์ขอบคุณเพื่อนและสโมสร ดอร์ทมุนด์ ก่อนอำลาทีม

หลังมีการยืนยันปล่อยตัวไม่นาน จูเลี่ยน ไวเกิลมิดฟิลด์ชาวเยอรมันก็ได้กล่าวอำลาต้นสังกัดเช่นกัน “ ผมขอขอบคุณบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ ผมมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมตลอด4ปีครึ่ง ตอนนี้ผมคิดว่าถึงเวลาที่ต้องก้าวออกไปผจญภัยดูบ้าง แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังจะเป็นแฟนบอลของดอร์ทมุนด์ตลอดไป และขออวยพรให้ดอร์ทมุนด์ประสบความสำเร็จในทุกย่างก้าวนับต่อจากนี้ ”

ครั้งหนึ่งจูเลี่ยน ไวเกิลเคยถูกยกว่าอาจก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะสายเลือดใหม่ให้กับทีมชาติเยอรมันในช่วงปี2016-17 แต่หลังจากติดธงได้เพียง4นัดเจ้าตัวก็ถูกลืมไปเลย เนื่องจากฟอร์มตกอย่างหนักจนถูกเสือเหลืองลดขั้นลงไปเล่นกับดอร์ทมุนด์ทีมสมัครเล่น แม้ว่าหลังจากนั้นไวเกิลจะได้กลับคืนทีมชุดใหญ่แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เคยกลับสู่ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดอีกเลย จนทำให้เจ้าตัวอยากลงปรับเปลี่ยนบรรยากาศการเล่นด้วยการย้ายไปค้าแข้งในลีกอื่นดูบ้าง เพราะนับตั้งแต่ไวเกิลแจ้งเกิดขึ้นมาจากทีมเยาวชนของ1860มิวนิคในวัย17ปี เจ้าตัวก็ค้าแข้งในบ้านเกิดมาโดยตลอด และยังไม่เคยมีประสบการณ์หากินในต่างแดนมาก่อนเลย

ไรโอล่า สวนกลับผีอย่าหาแพะทั้งที่ได้คุยฮาแลนด์ก่อนแต่ทีมอื่นๆ

ไรโอล่า

ให้หลังการตกลงย้ายทีมของเออร์วิ่ง เบล่า ฮาแลนด์ที่เลือกซบโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ก็ทำให้พลพรรคเรดอาร์มี่ทั้งหลายต่างพร้อมใจกันงงกันเป็นอย่างมาก จนตัวแทนแมนยูฯต้องออกมายอมรับว่าไม่อาจสู้ค่าโบนัสส่วนแบ่งในส่วนของเอเยนต์ส่วนของดาวยิงรายนี้ได้จนทำให้พลาดได้ตัวดาวยิงชาวนอร์เวย์ไปอย่างน่าเสียดาย ทว่าอีกด้านหนึ่งมิโน่ ไรโอล่าเอเยนต์ส่วนตัวของฮาแลนด์กลับออกมาโต้แย้งว่าความผิดหวังในครั้งนี้ไม่ความผิดของเค้าเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นตัวนักเตะเองที่ไม่ปรารถนาที่จะย้ายไปร่วมทีมเองล้วนๆ

“ ใครๆก็รู้ว่าดีลของฮาแลนด์เป็นดีลที่จับตามองที่สุดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยูไนเต็ดก็เป็นสโมสรแรกๆที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา แต่สุดท้ายฮาแลนด์เป็นคนตัดสินใจว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเค้า หน้าที่ของผมคืออำนวยความสะดวกให้นักเตะในดูแลเลือกทำสัญญากับสิ่งที่พวกเค้าคิดว่าใช่ และเราแฮปปี้ที่ดีลกับดอร์ทมุนด์จบลงด้วยดี ”

ไรโอล่า บอกฮาเเลนด์ต้องการไปเล่นที่เยอรมันเอง

“ ในฐานะที่คุณพลาดสิ่งที่คุณต้องการ คุณอาจเรียกร้อง คุณอาจมองหาใครซักคนที่จะรับผิดชอบมัน มันเป็นเรื่องธรรมชาติ แม้ผมจะผิดหวังมากที่แมนยูฯตีความเรื่องนี้ไปอย่างนั้น แต่ความจริงคือระหว่างการพูดคุยกับเอ็ด วู้ดเวิร์ด(รองประธานสโมสรแมนยูฯ)มันเป็นไปได้ด้วยดี มันไม่มีความขัดแย้งใดๆในช่วงเวลานั้นเลย อีกทั้งฮาแลนด์ยังได้คุยกับพวกเค้าเป็นทีมแรกด้วยซ้ำ แต่ก็อย่างที่ผมพูดไปแล้วฮาแลนด์เลือกเองว่าต้องการไปเล่นในเยอรมัน แล้วผมจะไปทำอะไรได้ ” ไรโอล่านายหน้าจอมแสบกล่าวอย่างหน้าตาเฉย

สื่อผู้ดีสับแหลก วู้ดเวิร์ด ห่วยเองทำผีชวดแข้งดังคนแล้วคนเล่า

นอกจากคำให้การของไรโอล่าจะชี้ไปว่าเป็นแมนยูฯเองที่เดินหมากเจรจาอย่างผิดพลาดแล้ว สื่อในอังกฤษต่างก็โจมตีการทำงานของเอ็ด วู้ดเวิร์ดรองประธานบริหารของผีแดงอย่างหนักเช่นกัน

ก่อนหน้านี้แมนยูฯก็เป็นฝ่ายตามจีบทาคูมิ มินามิโนะแข้งเนื้อหอมอีกรายของเรดบูล ซัลบวร์กเช่นกันแต่ในที่สุดพวกเค้าก็โดนลิเวอร์พูลที่ตามหลังมาแท้ๆแต่กลับปาดหน้าเซ็นสัญญากับมินามิโนะไปได้อย่างหน้าตาเฉย แล้วถัดมาไม่นานพวกเค้าก็โดยเสือเหลืองทำให้เจ็บช้ำในลักษณะเดียวกัน โดยพวกเค้ามองว่าปีศาจแดงอ่อนเชิงในการเจรจาซื้อขายจนทำให้กว่าจะเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่ซักรายต้องลุ้นกันเหนื่อยเหลือเกิน และกลายเป็นเปิดโอกาสให้สโมสรอื่นๆแย่งแข้งเป้าหมายไปก่อนอย่างน่าเสียดายนั่นเอง

 

 

อาร์เซนอล อาจไม่สามารถกลับไปสู่ความยิงใหญ่ได้อีกแล้วก็เป็นได้

อาร์เซนอล

หลังจากได้เห็นผลงานของอาร์เซนอลในช่วงสองปีหลังมาตลอดก็ค่อนข้างชัดเจนว่าพวกเค้าถดถอยลงไปกว่าในยุคของเวนเกอร์อยู่หลายช่วงตัว นั่นเพราะอูไน เอเมรี่ไม่เก๋าพอที่จะแบกข้อจำกัดต่างๆเหมือนที่เวนเกอร์เคยทำได้ มีอย่างที่ไหนตัวดีๆขายเอาเงิน แล้วก็ซื้อนักเตะเกรดรองๆมาปั้นใหม่ นี่คือสิ่งที่เวนเกอร์ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับทีมมาตลอดหลายสิบปี

วังวงดังกล่าวไม่ได้เพิ่มแค่ความยากในการบริหารจัดการทีมเท่านั้น แต่ในแง่ของนักเตะมันทำให้สโมสรไม่สามารถเหนี่ยวรั้งนักเตะให้รอประสบความสำเร็จไปพร้อมกับสโมสรได้เลยเลยนับตั้งแต่หมดยุคไร้พ่าย โรบิน ฟาน เพอร์ซี่,เอ็มมานูเอล อเดบายอร์,ซามี่ นาสรี่,เชส ฟาเบรกาส,อเล็กซิส ซานเชส หรือแม้แต่ปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองก็กำลังมีข่าวว่าไม่ยอมต่อสัญญาฉบับใหม่ เพราะนักเตะเหล่านี้ทราบดีว่าอาร์เซนอลห่วงแค่เรื่องเงินทองเท่านั้น พวกเค้าไม่สนใจว่าจะปล่อยนักเตะดีให้กับคู่แข่งลุ้นแชมป์โดยตรง หรือทีมไหนๆ นั่นทำให้นักเตะที่มีเก่งพอก็มักจะแวะมาค้าแข้งให้มีชื่อแล้วก็ย้ายไปประสบความสำเร็จกับทีมอื่นๆ

แต่ ณ เวลานี้อาร์เซนอลกำลังพบวิกฤตการณ์ครั้งใหม่เมื่อพวกเค้าไม่เหลือนักเตะที่จะแบกทีมได้อีกต่อไปแล้ว ในขณะที่กุนซือที่จะปั้นนักเตะให้เปล่งรัศมีกว่าเดิมก็ไม่มีในมือ ทำให้มีโอกาสสูงเหลือเกินที่จะไม่ได้ตั๋วไปเตะถ้วยยุโรปเมื่อทั้งแมนยูฯ และสเปอร์สที่ฟอร์มแย่มาพร้อมๆกันในช่วงต้นฤดูกาลต่างกลับไปเกาะกลุ่มท็อปซิกซ์กันได้หมดแล้ว

อาร์เซนอล ไม่กระตือลือล้นเรื่องผู้จัดการทีมคนใหม่แม้ผลงานสุดห่วย

ที่เลวร้ายกว่าคือบอร์ดบริหารของอาร์เซนอลดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจกับความตกต่ำของผลงาน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้อูไน เอเมรี่ปู้ยี่ปู้ยำทีมจนหมดสภาพ ชนิดที่กว่าจะแยกทางกันไปนักเตะก็แทบไม่เหลือความมั่นใจอีกแล้ว แต่ซ้ำร้ายคือเมื่อไล่ผู้จัดการทีมจอมหายนะออกไปแทนที่จะหาผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามาโดยเร็ว ก็กลับกลายเป็นการทิ้งระเบิดไว้ให้กับกุนซือชั่วคราวอย่างเฟรดริก ลุงเบิร์กอีกต่างหาก เมื่อสโมสรยังคงใจเย็นเหมือนกันหยั่งเชิงว่าถ้าลุงเบิร์กทำงานได้ดีก็จะให้โอกาสทำงานต่อไป ซึ่งก็เข้าเหลี่ยมเดิมคือผลงานไม่ว่าแต่ไม่อยากเสียเงินจ้างผู้จัดการทีมคนใหม่ จนลืมมองไปว่าเวลานี้ทีมปืนใหญ่เพิ่งจะมีคะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่7คะแนน

เบิร์นลี่ย์ หวั่นใจแม็คนีลฟอร์มเด่นจนอาจอยู่ช่วยทีมได้ไม่นาน

เบิร์นลี่ย์

หลายคนคงพอคุ้นชื่อเบิร์นลี่ย์กันพอสมควร นี่คือสโมสรที่เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกในปี2016 โดยไร้ซื้อแข้งดาวดังในทีมแต่ก็สามารถรอดพ้นการตกชั้นได้เรื่อยมา กระทั่งในเวลานี้(ฤดูกาล2019/20)พวกเค้าก็ทำแต้มได้ในระดับปลอดภัยเมื่อมีคะแนนเหนือโซนตกชั้นถึง6แต้ม ทว่าฌอน ไดซ์นายใหญ่เบิร์นลี่ย์กลับกำลังหนักใจเนื่องจากดไวท์ แม็คนีลปีกดาวรุ่งชักจะผลงานดีเกินหน้าเกินตาจนอาจทำให้ให้แมนยูฯยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อหวังดึงตัวกลับไปใช้งาน

 ดไวท์ แม็คนีลปีกลงประจำการริมเส้นให้กับเบิร์นลี่ย์ไปแล้ว17นัด(ยิงได้1ประตู)พร้อมกับแอสซิสต์ไปแล้วถึง4ครั้ง กลายเป็นผู้เล่นที่ทำทางให้เพื่อนสูงสุดอยู่ในเวลานี้  “ ดไวท์เป็นนักเตะที่มีอนาคต เค้าทำงานหนักมาตลอดกระทั่งมันออกดอกออกผลเป็นผลงานที่พัฒนาไปข้างหน้าแบบก้าวกระโดด เราพอใจกับเรื่องนี้ แต่แน่นอนมันย่อมตามมาด้วยความสนใจจากสโมสรอื่นๆที่เบิร์นลี่ย์ต้องหาทางรับมือ ” ฌอน ไดซ์เผยถึงความกังวลต่อความร้อนแรงของลูกทีม

โดยดไวท์ แม็คนีลเคยอยู่กับอะคาเดมี่ของแมนยูฯมาก่อน แล้วจึงได้โยกมาเป็นแข้งเยาวชนของเบิร์นลี่ย์ในปี2014 ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในอีก3ปีต่อมาด้วยวัยเพียง 18 ปี แล้วด้วยลีลาการลากเลื้อยที่น่าประทับใจในช่วงหลังก็ทำให้มีข่าวว่าปีศาจแดงอาจยอมทุ่มเงินกว่า30ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวอดีตเด็กปั้นรายนี้กลับไปใช้งานอีกครั้ง

ฌอนไดซ์ชูเจ้าหนูแม็คนีลปีก เบิร์นลี่ย์ ฝีเท้าแซงหน้าช่วงวัยไปเรียบร้อยแล้ว

ฌอน ไดซ์ผู้ซึ่งเห็นพัฒนาการของแม็คนีลมาตลอดหลายปีได้เปิดเผยถึงเหตุผลสำคัญที่ทำให้ปีกวัย20กะรัตกลายเป็นผู้เล่นเนื้อหอมอย่างเช่นทุกวันนี้ “ ดไวท์เป็นเด็กหนุ่มหัวไว ผมไม่ได้จ้ำจี้จ้ำไชเค้ามาก เค้ารู้ด้วยสัญชาตญาณว่าต้องทำยังไงในสนาม ในความเห็นผมดไวท์เล่นเหมือนนักเตะที่ผ่านเกมพรีเมียร์ลีกมาแล้วซัก100นัด ผมไม่แปลกใจเลยทำไมทั้งยูไนเต็ด และ(แอสตัน)วิลล่าจึงให้ความสนใจในตัวเค้า ”

อย่างไรก็ตามเทรนเนอร์วัย48ปีก็ยังคงมั่นใจว่า ดไวท์ แม็คนีลจะยังไม่เลือกคิดย้ายหนีเบิร์นลี่ย์ในตอนนี้ “ เค้าทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง เค้าเป็นนักเตะประเภทยอมทำงานหนักเพื่อทีม ผมมั่นใจเหลือเกินว่าดไวท์จะพัฒนาได้ไกลกว่านี้อีกมาก อีกทั้งเรายังมั่นใจเต็มร้อยว่าเค้าจะอยู่กับทีมต่อไป ดไวท์เป็นเด็กฉลาดและซื่อสัตย์ เราสนิทสนมกันมานาน ผมยกย่องทั้งในแง่ฝีเท้าและความเป็นลูกผู้ชายของเค้า ”

Page 2 of 5

Powered by WordPress & Theme by Anders Norén