ลิเวอร์พูล ยันไม่ช็อปเพิ่มไม่ได้แปลว่าทำผมงานดีกว่าเดิมไม่ได้

ลิเวอร์พูล

แม้จะมีผลประกอบการที่ดีชนิดผิดหูผิดตาจนทำให้ ลิเวอร์พูล จัดว่าเป็นทีมที่กำไรสูงสุดสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก ทว่าในแง่ของการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาช่วยทีม ปรากฏว่าหงส์แดงไม่ค่อยมีข่าวอัพเดตมากนัก จนทำให้โดนแฟนบอลทีมคู่แข่งปรามาศว่า เจอร์เกน คล็อปป์ คงไม่อาจทำผลงานได้แจ่มแจ๋วเหมือนซีซั่นที่ผ่านมา(ได้รองแชมป์พรีเมียร์ลีก และได้แชมป์UCL)อีกแน่ หากยังเมินเฉยที่จะเสริมทัพในช่วงก่อนเปิดฤดูกาล แต่กุนซือคนเก่งอย่าง คล็อปป์ กลับแย้งว่ากุญแจการขับเคลื่อนทีมให้บรรลุเป้าหมายนั้นไม่ใช่สักแต่ว่าทุ่มซื้อก็จะสมหวังได้ ทว่ายังมีปัจจัยอื่นๆอีกมาก และตนกับลูกทีมก็กำลังทำสิ่งเหล่านั้นกันอยู่

คล็อปป์นายใหญ่ ลิเวอร์พูล ไม่สนทุ่มซื้อแต่หันไปเติมแท็กติกใหม่ๆให้กับลูกทีมแทน

   เรียกได้ว่าผลงานของ ลิเวอร์พูล กำลังไปได้สวย จนแฟนบอลหงส์แดงต่างเชียร์ให้ เจอร์เกน คล็อปป์ ทุ่มเสริมทัพในซีซั่นนี้เพื่อเป้าหมายในการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเต็มตัว กระนั้นกุนซือชาวเยอรมันกลับมีความเห็นที่ต่างออกไป “ มันยากเสมอที่เราจะใช้เงินให้น้อยแต่ได้ผลลัพธ์ในสนามที่เราต้องการ แต่นั่นละมันคือความท้าทายในสายตาผม แน่นอนว่ามันมีโอกาสที่ดีกว่าแน่ถ้าคุณมีเงินให้ใช้แบบไม่หยุดสิ้น แต่ ลิเวอร์พูล เรามีแนวทางที่เจ๋งกว่านั้น ”

ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ของซีซั่นก่อน ลิเวอร์พูล ใช้เงินเสริมทัพถึง 170 ล้านปอนด์ ซึ่งส่วนทางกับซีซั่นนี้ที่ คล็อปป์ เพิ่งใช้เงินไปเพียง 1.3 ล้านปอนด์(ซื้อ เซปป์ ฟาน เดน เบิร์ก )เท่านั้น “ การดึงผู้เล่นดีเข้ามาในทีมย่อมเป็นเรื่องดี แต่เราจะไม่มองข้ามเรื่องทีมสปริริตและการทำงานร่วมกันระหว่างโค้ชกับผู้เล่น ลิเวอร์พูล เองไม่เคยมองข้ามปัจจัยเหล่านี้ นั่นทำให้ปรีซีซั่นนี้เราต้องทำงานกันให้หนักขึ้น  เราไม่ใช่ทีมที่หลงระเริงแล้วคิดว่าชัยชนะเป็นเรื่องง่ายๆ ฉะนั้นผมบอกได้เลยว่าเราใช้เงินซื้อน้อยแต่ประสิทธิภาพของ ลิเวอร์พูล จะไม่ลดลงอย่างแน่นอน ”

อย่างไรก็ดี คล็อปป์ ก็ไม่ได้จะปิดประตูเรื่องการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่ซะทีเดียว “ หลายๆทีมมองการซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เพื่อยกระดับการเล่นของทีมให้เอื้อต่อการประสบความสำเร็จ แต่สำหรับผม ลิเวอร์พูล อยู่ในระดับนั้นอยู่ แล้วมีแต้มตามหลังแชมป์(พรีเมียร์ลีก)แค่แต้มเดียว แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ซื้อใครแล้ว เพียงแต่เราจะพิจารณาเรื่องการเสริมทัพอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสมเหตุสมผล ” ส่วนหนึ่งที่กุนซือชาวเยอรมันไม่เห็นด้วยกับซื้อผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาอย่างเดียว เพราะต้องการดันเด็กชุดเยาวชนให้ขึ้นมาทรอดแทรกทีมชุดใหญ่นั่นเอง

แมนยู ถีบส่ง!พร้อมเลหลังดาเมียนในราคาลดสะบั้นหั่นแหลก

แมนยู

ฟูลแบ็คจอมดวงตกของ แมนยู น่าจะได้เก็บข้าวของออกจากเกาะอังกฤษในไม่ช้า เมื่อรายงานจากอังกฤษยืนยันแล้วว่าเจ้าตัวไม่อยู่ในแผนการทำทีมของ โอเล่ กุนน่า โซลชา อีกต่อไป และปีศาจแดงมีความตั้งใจจะขายดาวเตะวัย 29 ปีออกไปจากทีมให้เร็วที่สุด เนื่องจากตัวนักเตะเองก็เหลือสัญญากับสโมสรอีกไม่ถึง 12 เดือนเต็ม ซึ่งแน่นอนว่าสโมสรใหม่ของ ดาเมียน ก็น่าจะเป็นทีมใดซักทีมในอีตาลี่ ลีกบ้านเกิดของเค้านั่นเอง

ดาเมี่ยนโพล่งก็ไม่ได้ลงเล่นให้ แมนยู เลยจะไปขุดฟอร์มเทพจากไหนมาโขว์

ทั้งๆที่ มัตเตโอ ดาเมียน ถูกตั้งความหวังว่าจะมาเติมเต็มเกมในฝั่งฟูลแบ็คให้กับทีมตั้งแต่สมัยของกุนซือ หลุยส์ ฟาลกัล ทว่ากาลเวลาเปลี่ยนผลัดผู้จัดการทีมไปอีกหลายคน(โชเซ่ มูริณโญ่ และโอเล่ กุนน่า โซลชา)แต่ชะตากรรมของเจ้าตัวก็ยังคงเดิมนั่นก็คือนั่งเฝ้าที่มัตเตโอ ดาเมียน ม้านั่งสำรองซะส่วนใหญ่ กระทั่งตอนนี้ ดาเมียน อยู่กับ แมนยู มาแล้วทั้งสิ้นสามซีซั่นแต่ได้รับโอกาสลงสนามเพียง 92 นัดเท่านั้นและยิงได้แค่ประตูเดียว สรุปภาพรวมได้ว่าดับสนิทไม่มีสิทธิ์ลืมตาอ้าปากได้เลย อันนำไปสู่แผนการในการจะปล่อยตัวอดีตผู้เล่นกระทิงหินให้พ้นทีมก่อนนักเตะจะหมดสัญญา(เท่ากับเสียฟรี แมนยู จะไม่ได้อะไรเลย)

ดาเมี่ยน เองก็มักจะบอกเสมอว่าเค้าต้องการเพียงแค่ได้ลงสนามเท่านั้น และไม่แคร์ว่าจะเป็นทีมไหน “ เมื่อคืนไม่ได้ลงเล่นนานๆ มันยากมากที่คุณจะได้โอกาสเพียง10-20นาทีก่อนหมดเวลา แล้วเวลาแค่นั้นจะทำให้คุณสร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันได้ ผมก็ทราบดีว่าผมยังไม่อยู่ในฟอร์มที่ดี แต่ตราบเท่าที่ยังไม่ได้ลงเล่นสม่ำเสมอมันก็ไม่มีทางจะดีไปกว่านี้ได้ ผมต้องการแค่นั้นละ แค่ได้ลงเล่นฟุตบอล ได้สนุกกับมันอีกครั้ง ” เรียกได้ว่าน่าเห็นใจเหมือนกันสำหรับแข้งเลี่ยนรายนี้ ที่มองดีๆก็เหมือนเค้าจะถูก แมนยู ดองจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว กระนั้นเองสื่อในแดนผู้ดีก็ยังเผยว่า ดาเมียน ได้รับความสนใจจากทั้งยูเวนตุสและอินเตอร์

แม้ว่า แมนยู จะจ่ายค่าตัวไปกับ มัตเตโอ ดาเมียน ถึง 12.7 ล้านปอนด์ก็ตาม ทว่าปัจจุบันเจ้าตัวไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่เข้าตาใดๆ จนเป็นที่คาดการว่า แมนยู อาจตัดใจพิจารณาที่จะปล่อยยืมตัวแข้งรายนี้ออกไปเป็นเวลาหนึ่งซีซั่นเพื่อเป็นการแบ่งเบาค่าเหนื่อยราว 60,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งไอเดียนี้อาจทำให้อะไรๆลงเอยได้ง่ายขึ้น เพราะค่าเหนื่อนจำนวนดังกล่าวไม่น่าเกินกำลังของทั้งทีมม้าลายและงูใหญ่

เชลซี โดนโห่ยับหลังประกาศมอบหมายเลข10ให้วิลเลี่ยนไปครอบครอง

เชลซี

บรรยากาศในทีม เชลซี ช่วงปรีซีซั่นนี้แลดูไม่ค่อยพิศมัยซักเท่าไหร่นัก เมื่อทีมเพิ่งจะเสียนักเตะที่เป็นทุกอย่างของทีมอย่าง  เอแด็นอาซาร์ออกไป,ถูกแบนห้ามซื้อขายผู้เล่น แถมฟอร์มอุ่นเครื่องปรีซีซั่นก็ไม่ได้เรื่องอีกต่างหาก ความอัดอั้นตันใจนี้เองที่ทำให้แฟนบอลเริ่มไม่สบอารมณ์

และเมื่อล่าสุดทางสโมสรได้ประกาศมอบเสื้อหมายเลข 10 (เบอร์เดิมของ เอแด็น อาซาร์)ให้กับ วิลเลี่ยน สาวกเดอะบริดจ์จึงไม่ประทับใจและต่างไม่เชื่อน้ำยาว่าดาวเตะแซมบ้าจะสามารถทำผลงานทดแทนขวัญใจคนเดิม(อาซาร์)ของพวกเค้าได้

วิลเลี่ยนปีก เชลซี ยิ้มร่ายันมีประสบการณ์ดีๆกับเสื้อเบอร์10มาก่อนหน้าแล้ว

แม้ก่อนหน้านี้วิลเลี่ยนจะเคยตั้งคำถามถึงท่าทีของ เชลซี ว่าจะเอายังไงกันแน่หลังเค้าเหลือสัญญากับทีมอีกเพียงไม่ถึง 12 เดือน ทว่าภายหลังจากสิงห์บลูนอกจากจะมอบสัญญาฉบับใหม่ให้ตามต้องการยังได้ตัดสินใจมอบหมายเลข 10 ให้กับเค้าอีกต่างหาก ซึ่งก็ทำให้ปีกบราซิลเลี่ยนรู้สึกดีขึ้นมาไม่น้อย

เพราะเจ้าตัวได้ทวิตต์ถึงความตื้นตันใจที่จะได้รับสืบทอดหมายเลข 10 ในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ “ เสื้อหมายเลข 10 มันมีความหมายเสมอ และตอนนี้ผมกำลังจะได้ใส่เสื้อเบอร์ 10 ลงเล่นให้เชลซี

แน่นอนว่ามันสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เชลซีมอบให้กับผม และผมมีประสบการณ์ที่ดีในหลายๆครั้งกับมัน ตอนเด็กๆผมก็เตะบอลกับเพื่อนด้วยเสื้อเบอร์ 10 รวมถึงสมัยอยู่กับโครินเธียนผมก็ใช้เบอร์ 10 มาแล้วเช่นกัน ” นักเตะวัย 30 กะรัตกล่าวอย่างดีใจ

แต่ดูเหมือนแฟนบอล เชลซี จะไม่เห็นดีเห็นงามกับการนี้หลังจากมีแฟนบอลจำนวนหนึ่งเค้าไปตอบในโลกโซเชียลอย่างแสบสัน ไม่ว่าจะเป็น การปรามาศว่าวิลเลี่ยนเล่นให้เชลซีมา 6 ซีซั่นและยิงได้เพียง 28 ประตู(สวนทางกับอาซาร์ยิงไป 110 ประตู จากการลงเล่น 7 ซีซั่น)ด้วยผลงานแค่นี้มันตลกสิ้นดีที่จะได้สวมเสื้อเบอร์ 10 ส่วนแฟนบอลอีกรายก็ประชดว่าการมอบเสื้อให้กับ วิลเลี่ยน ในครั้งนี้เป็นแผนการการเพิ่มมูลค่าให้นักเตะที่ เชลซี วางหมากเอาไว้ และน่าจะขายทิ้งในซีซั่นต่อไป

ซึ่งแท้ที่จริงแล้วก็ออกจะอคติกับวิลเลี่ยนเกินไปหน่อย เพราะปัจจุบันเจ้าตัวก็ได้รับโควต้าเสื้อเบอร์ 10 ในทีมชาติบราซิลชุดที่เพิ่งผงาดคว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2019 ด้วยนั่นเอง อย่างไรก็ตามแฟนบอล เชลซี จำนวนไม่น้อยก็เข้าใจดีกับสถานกานี้เรื่องจากสโมสรเองก็ไม่มีทางเลือกมากนักเนื่องจากอยู่ในช่วงถูกลงโทษห้ามทำการซื้อขายผู้เล่นอยู่ในช่วงซีซั่นนี้

แลมพาร์ด ประเดิมบู่คุมสิงห์เจ๊าทีมสก็อต อาจผ่านมาแล้วผ่านไป?

แลมพาร์ด

ท่ามกลางคำเรียกร้องจากเหล่าแฟนบอล เชลซี ที่อยากเห็นอดีตขวัญใจอย่าง แฟรงค์ แลมพาร์ด เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการ จนหลายคนเชื่อว่าอดีตกองกลางคนเก่งรายนี้ละ ที่จะนำพาทีมกลับมาอยู่บนเส้นทางลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ทว่าผลงานกระประเดิมคุมทีมของเค้ากลับดูไม่สดใสเอาเสียแล้ว เมื่อทำได้แค่เสมอกับโบฮีเมี่ยนส์ ทีมระดับกลางๆของสกอตแลนด์ไปอย่างไม่น่าประทับใจ 1-1 เท่านั้น

แฟรงค์ แลมพาร์ด ก้าวเข้ามาแทนที่ของกุนซือ เมาริซิโอ ซาร์รี ที่เพิ่งแยกทางกับทีมไป(ทั้งที่ได้แชมป์ยูโรป้าเสียด้วย) โดยนักวิเคราะห์ในอังกฤษมองว่าสาเหตุที่ ซาร์รี่ ประสบคือ ผู้เล่นในทีมที่ไร้สปริริตและขาดความกระตือรือร้นเท่าที่ควร

ซึ่งเป็นปัญหาที่สิงห์บลูต้องเจอภายหลังจากที่ทีมขาดนักเตะซีเนียร์อย่าง จอนห์ เทอรี่ และแฟรงค์ แลมพาร์ด จนทำให้ในที่สุด เชลซี ก็หวังจะใช้เครดิตเมื่อครั้งยังเป็นผู้เล่นของ แลมพาร์ด เพื่อสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวให้กับทีมอีกครั้ง แม้เจ้าตัวจะเพิ่งมีประสบการณ์ในการคุมทีมในระดับแชมเปี้ยนชิพอย่าง ดาร์บี้ เคาร์ตี้ เท่านั้น

และดูเหมือนว่าเครื่องหมายคำถามจากหมู่นักวิจารณ์ก็ทำท่าจะเข้าเค้าเสียด้วย เมื่อ เชลซี ในยุคของ แลมพาร์ด เปิดตัวกันด้วยการต่อบอลที่ยังไม่ไหลลื่น เกมรุกที่ไม่เฉียบขาด และเกมรับที่ขาดการสื่อสารกัน จนถูก โบฮีเมี่ยนส์ ไล่ตีเสมอได้ในเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุดที่ผ่านมา จนแฟนบอลเชลซีเองก็เริ่มหวั่นใจถึงโอกาสที่จะต่อสู่กับทีมอื่นๆในหัวตารางของพรีเมียร์ลีกซีซั่นใหม่ โดยอีกเหตุผลสำคัญที่ เชลซี ยังรู้สึกไม่มั่นใจมีผลมาจากการเสียจอมทัพอย่าง แอร์แดน อาซาร์ ไปให้กับ รีล มาดริด และยังไม่มีการเซ็นสัญญาแข้งดังเข้ามาแทนที่แต่อย่างใด

ทั้งนี้ แฟรงค์ แลมพาร์ด เองนอกจากจะต้องเร่งหาตำแหน่ง 11 ผู้เล่นที่ดีที่สุดให้เจอก่อนเปิดฤดูกาลแล้ว ในเวลาเดียวกันเจ้าตัวยังต้องออกแรงในตลาดซื้อขายผู้เล่นอีกด้วย ซึ่งก็ไม่มีอะไรการันตีว่าจะได้แข้งสตาร์มาร่วมทัพ เนื่องจากเวลานี้

เชลซี แทบจะใช้บุคลากรสายเลือดใหม่ทั้งหมด ไล่ตั้งแต่ประธานเทคนิคอย่าง ปีเตอร์ เช็ก ที่เพิ่งแขวนถุงมือเมื่อซีซั่นก่อน ซึ่งแน่นอนว่า เช็ก เองก็ยังไม่น่าจะมีเครดิตหรือเครือข่ายที่จะเข้าถึงผู้เล่นซุปเปอร์สตาร์มากนัก แต่เป็นการอวยตำแหน่งผ่านสายสัมพันธ์สโมสรเสียมากกว่า(เช็กคือผู้รักษาประตูขวัญใจของเชลซี) และนี้เองที่ทำให้บ่อนพนันแดนผู้ดีต่างพร้อมใจกันยกให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ขึ้นแท่นกุนซือที่จะโดนปลดรายแรกของซีซั่น 2019/20