ริเบรี่ ขวางพี่เสือยังไม่จำเป็นต้องมีจาดอนซานโช่ก็สำเร็จได้

ริเบรี่

ถึงแม้ว่าปัจจุบันฟรองซ์ ริเบรี่ตัวริมเส้นจอมทักษะจะสังกัดอยู่กับฟิออเรนติน่า ในลีกอิตาลี่ แต่ด้วยความที่เคยค้าแข้งอยู่กับบาเยิร์น มิวนิคมาก่อนหน้าถึง12ปีก็ส่งผลให้ดาวเตะชาวฝรั่งเศสยังมีความห่วงใยต่อยอดทีมในเยอรมันเสมอ จนต้องออกมาเสนอแนะให้ทีมเก่าไม่จำเป็นต้องดึงตัวจาดอน ซานโช่ปีกฟอร์มฮอตของเสือเหลืองในเวลานี้ เนื่องจากมองว่าขุมกำลังที่นิโก้ โควัชมีให้เลือกใช้งานในเวลานี้มีความสามารถประสบความสำเร็จได้อยู่แล้ว

บาเยิร์น มิวนิคมีการเปลี่ยนถ่ายผู้เล่นมากมายในซีซั่นนี้ มันคงต้องให้เวลาพวกเค้าปรับตัวกันซักเล็กน้อย แต่มีสัญญาณที่ดีหลายอย่าง คูตี้เองก็เล่นได้อย่างผ่อนคลาย,กนาบรี้เองก็ทำประตูสำคัญให้ทีมได้ต่อเนื่อง,เปริซิสก็เล่นได้อย่างกระฉับกระเฉง,แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ก็เล่นได้อย่างแข็งแกร่งทั้งรุกและรับ หรือเลวานดอฟสกี้ก็ยังคงเป็นกองหน้าที่มีค่าเฉลี่ยการทำประตูที่น่ามหัศจรรย์ แฟนบอลมิวนิคไม่ต้องกังวลอะไรพวกเค้าจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทีมสามารถป้องกันแชมป์ได้อย่างสบายโดยไม่จำเป็นต้องดึงตัวจาดอน ซานโช่มาจากดอร์ทมุนด์เลย ” ฟรองซ์ ริเบรี่ที่ปัจจุบันสวมเสื้อหมายเลข7ในถิ่นอันเตมิโอ้ ฟรังคี่กล่าวถึงทีมเก่า

ซานโช่เก่งเกินวัยแต่คงไม่มีที่วางในทีมเสือใต้ ริเบรี่ ยืนยัน

จาดอน ซานโช่ปีกตัวจี๊ดของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดสองซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้เวลานี้ดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับบิ๊กทีมของยุโรปอย่างต่อเนื่องซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงทีมอย่างบาเยิร์น มิวนิคด้วยเช่นกัน เนื่องจากทีมเสือใต้มีสถิติในการดึงตัวผู้เล่นชั้นดีไปจากอ้อมออกเสือเหลืองเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้,มัตต์ ฮุมเมลส์ และมาริโอ เกิตเซ่ย์

“ จาดอน ซานโช่ก้าวขึ้นเป็นนักเตะชั้นนำของลีกเยอรมันอย่างเต็มตัว เค้าเล่นได้อย่างโดดเด่นทั้งที่อายุเพียง19ปีเท่านั้น เค้าไม่เหมือนผู้เล่นดาวรุ่งเลย เค้าเล่นราวกับเล่นในบุนเดสลีก้ามาซัก5-6ปี เราทุกคนต่างยอมรับว่าเค้ายอดเยี่ยม แต่ในตำแหน่งนี้นิโก้ โควัชมีทั้งคิงส์ลี่ย์ โกมัน,โธมัส มุลเลอร์,อีวาน เปริซิส และแซตจ์ กนาบรี้อยู่แล้ว มันจึงไม่มีความจำเป็นที่บาเยิร์น มิวนิคต้องดึงตัวซานโช่เข้ามาอีก มันเป็นไอเดียที่ดีแต่มันยังไม่ถูกเวลาเท่านั้นเอง ” ริเบรี่ในวัย36กะรัตกล่าวเตือนสติ

 

อัลลาไดซ์ พูดแรงแมนยูฯอย่าชะล่าใจทีมที่ดีก็ตกชั้นได้นะจ๊ะ

อัลลาไดซ์

ความจริงที่บาดใจเหลือเกินคือแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดแม้จะมีอันดับอยู่ไปค่อนกลางตารางที่อันดับ12 อย่างไรก็ตามถ้ามองในแง่คะแนนพวกเค้ามีแต้มเหลือโซนตกชั้น(ทีมอันดับ18เอฟเวอร์ตันมี7คะแนน)เพียงสองคะแนนเท่านั้น แถมประตูได้เสียพวกเค้าก็บวกแค่เม็ดเดียว จนแซม อัลลาไดซ์อดีตกุนซือคนดังของโบลตันต้องออกมาเตือนสติว่าปีศาจแดงอาจต้องเผชิญชะตากรรมกับการลุ้นหนีตกชั้นก็เป็นได้หากยังปล่อยให้เกมรุกประสบปัญหาฝืดต่อเนื่องไปเช่นนี้ต่อไป(2เกมหลังสุดแมนยูฯยิงประตูใครไม่ได้เลย เสมอ1แพ้1)

“ เราเคยเห็นลีดส์ยูไนเต็ดทีมที่แข็งแกร่งทั้งในลีกและยูซีแอล แต่ก็ต้องตกชั้นในเวลาเพียงไม่กี่ปี หรือแม้แต่แมนยูฯชุดที่ตกชั้นในปี74ก็ยังเป็นทีมที่ดี ฉะนั้นสถานการณ์ในตอนนี้มันมีความเป็นไปได้ทั้งนั้น ด้วยความเคารพแมนยูฯ แต่สถานการ์ที่เป็นอยู่ตอนนี้พวกเค้ากำลังประสบปัญหาความมั่นใจและคุณภาพนักเตะก็ไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับทีมในกลุ่มบิ๊กโฟว์อีกต่อไปแล้ว ” แซม อัลลาไดซ์แสดงความห่วงใยหลังจากที่ปีศาจแดงผลงานตกต่ำหนักมาก5เกมหลังสุดไม่ชนะใคร แถมยิงประตูคู่แข่งรวมกันได้เพียงสองเม็ดเท่านั้น

ผีแดงพลาดที่ขายลูกากู,อเล็กซิสโดยไร้ตัวแทน อัลลาไดซ์ วิจารณ์

แซม อัลลาไดซ์ยังได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าปัญหาในแนวรุกของปีศาจแดงนั้นเป็นผลมาจากการตัดสินใจผิดพลาดของโอเล่ กุนน่า โซลชากุนซือแมนยูฯโดยตรง “ เมื่อคุณปล่อยผู้เล่นอย่างลูกากูออกไป คุณจำเป็นต้องมีใครซักคนมาทดแทน แม้เค้าจะยิงไม่ได้ต่อเนื่องแต่เค้าก็ยิงประตูได้เยอะกว่าแรชฟอร์ดด้วยซ้ำ มันคือความมั่นใจเกินไปของโซลชา แล้วมันก็เป็นอย่างที่เห็นเกมรุกของพวกเค้าตกต่ำไปมาก นี่มันเป็นภาพที่เราไม่เคยชินกับการที่แมนยูฯยิงประตูทีมคู่แข่งได้อย่างยากลำบาก นั่นทำให้ผมเริ่มกังวลว่าปัญหาที่พวกเค้าเจอมันอาจรุนแรงกว่าที่คิด(อาจถึงกับต้องหนีตาย) ”

“ แมนยูฯจำเป็นต้องมีทีมขนาดใหญ่พร้อมด้วยผู้เล่นคุณภาพที่ไม่แตกต่างกันระหว่างตัวจริงและตัวสำรอง ซึ่งมันไม่ใช่ทีมที่โซลชามีให้เลือกใช้งานในเวลานี้ มันเห็นผลชัดเจนเมื่อผู้เล่นตัวหลักบาดเจ็บกันหลายคน ดาวรุ่งที่พวกเค้ามียังไม่สามารถทดแทนได้เลย ผมเห็นด้วยว่าโซลชาจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับปรุงทีม(แมนยูฯ)อีกพักใหญ่ แต่สถานการณ์แวดล้อมตอนนี้มันไม่เป็นเป็นใจต่อเค้า(โซลชา)เลย ” แซม อัลลาไดซ์อดีตกุนซือทีมชาติอังกฤษชี้แจง

ปืนใหญ่ ใจมดหวังรั้งโอบาอยู่ต่อด้วยการอัพค่าเหนื่อยสองหมื่นปอนด์

ปืนใหญ่

ถ้าพูดถึงสตาร์ที่ต้องแบกทีมอาร์เซนอลไปบนบ่าตลอดช่วงหลัง คงจะไม่มีใครกล้าเถียงจะต้องเป็นปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองแต่เพียงผู้เดียว เพราะนับตั้งแต่ปืนใหญ่ไร้ร่มเงาของอาร์แซน เวนเกอร์พวกเค้าก็ดูเหมือนจะยังหาทรงบอลไม่ได้ แต่ถึงแม้อะไรต่อมิอะไรยังไม่ลงตัวพวกเค้าก็ยังมีโอบาเมยองที่คอยผลิตสกอร์ให้ทีมอย่างต่อเนื่อง โดยในซีซั่นนี้เจ้าตัวก็ซัดไปแล้วถึง8เม็ด จากการลงสนาม8เกมในทุกรายการ ทำให้อูไน เอเมรี่ร้องขอบอร์ดบริหารให้ทำทุกวิถีทางที่จะรั้งดาวยิงทีมชาติกาบองให้อยู่กับทีมต่อไปให้ได้ เนื่องจากสัญญาฉบับเดิมนั้นจะหมดลงในกลางปี2021

แต่อาจจะไม่ง่ายนักเมื่อปรากฏว่าอาร์เซนอลยังคงมาตรการรัดเข็มขัดเหมือนเดิมซึ่งอาจจะเป็นปัญหาในการเจรจาสัญญาฉบับใหม่ของโอบาเมยอง เมื่อบอร์ดบริหารของไอ้ปืนใหญ่จะเพิ่มค่าเหนื่อยให้กับดาวยิงคนสำคัญเป็น200,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งถือว่าเติมราคาค่าเม็ดเหงื่อที่ต่ำมากเนื่องจากเดิมทีเจ้าตัวก็ได้รับค่าเหนื่อยในสัญญาเดิมที่180,000ปอนด์ต่อสัปดาห์อยู่แล้ว และมีความเป็นไปได้สูงที่จะกลายเป็นประเด็นดราม่าหลังจากก่อนหน้านี้ก็เคยมีมหากาพย์ในช่วงสัญญาปีสุดท้ายของอเล็กซิส ซานเชสและลงเอยด้วยการสูญเสียนักเตะชั้นดีไปให้กับแมนยูฯ

อูไนโค้ช ปืนใหญ่ ขู่ฟ้อไม่ยอมเสียดาวยิงตัวเก่งให้คู่แข่งร่วมลีกซ้ำสอง

อาร์เซนอลได้ชื่อว่าเป็นทีมใจบุญเนื่องจากพวกเค้ามีสถิติในการเสียนักเตะชั้นดีให้กับทีมคู่ปรับในพรีเมียร์ลีกด้วยกันอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่การเสียแอชลี่ย์ โคลแบ๊คซ้ายดีกรีทีมชาติอังกฤษให้กับเชลซีในปี2006 จากนั้นโคลก็ไปเถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกกับเชลซีในปี2009 ต่อมาพวกเค้าก็เสียโรบิน ฟาน เพอร์ซี่ดาวยิงตัวเก่งให้กับแมนยูฯในปี2015 และดาวเตะดัตซ์ก็พาปีศาจแดงคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปีแรกที่ย้ายมา และรายล่าสุดคือการเสียตัวรุกอย่างอเล็กซิส ซานเชสไปให้กับปีศาจแดงอีกครั้งในปี2018 แต่หนนี้ดีขึ้นหน่อยคือดาวยิงทีมชาติชิลีไปฟอร์มตกต่ำกับแมนยูฯจนโดนปล่อยต่อให้อินเตอร์มิลานยืมตัวไปใช้อีกทอด

อย่างไรก็ดีอูไน เอเมรี่นายใหญ่ปืนโตคนปัจจุบันประกาศชัดเจนว่าถ้าบอร์ดบริหารปล่อยตัวปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองให้กับทีมคู่แข่งทางตรงในพรีเมียร์ลีกด้วยกัน เทรนเนอร์ชาวสเปนก็จะขอประกาศลาออกทันที ถ้าวิเคราะห์ตามเม็ดเงินก็มีความเป็นไปได้ที่ปืนโตอาจต้องหาทั้งกองหน้าใหม่และผู้จัดการใหม่ไปพร้อมกันเลยก็เป็นได้?

สเปอร์ส หงายเอริคเซ่นรอย้ายฟรีซัมเมอร์หน้าหลังไก่ฟอร์มฝืด

สเปอร์ส

ผลงานของสเปอร์สในซีซั่นนี้ดูกระท่อนกระท่อนอย่างมาก โดนส่วนหนึ่งก็เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนของคริสเตียน เอริคเซ่น ที่ทำให้ฟอร์มการเล่นของจอมทัพชาวเดนมาร์กดูขาดช่วงขาดตอนไปในซีซั่นนี้ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากความไม่พอใจที่เอริคเซ่นมองว่าต้นสังกัดไม่ยอมหาทางออกให้เค้าได้ย้ายทีมอย่างที่ตั้งใจไว้ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แล้วมุ่งหวังเพียงแต่ว่าจะขอโน้มน้าวให้เค้ายอมต่อสัญญาออกไปในช่วงเวลา12เดือนที่เหลือให้จงได้

ความรู้สึกคับข้องใจของของคริสเตียน เอริคเซ่นนั้นแสดงออกมาอย่างชัดเจนกับผลงานในสนามที่ต่ำไปกว่ามาตรฐานในซีซั่นนี้ จนทำให้เจ้าตัวขาดความมั่นใจกระทั่งการสังหารจุดโทษจนพลาดเป้าเป็นเหตุให้สเปอร์สตกรอบในศึกคาราบาวคัพ(แพ้จุดโทษโคลเชสเตอร์3-4) ยิ่งแล้วผลงานของไก่เดือยทองยิ่งไม่น่าประทับใจ ก็ยิ่งทำให้กองกลางวัย27ปียิ่งใช้เป็นข้ออ้างในการอำลาทีมเพื่อหวังประสบความสำเร็จ เนื่องจากสเปอร์สก็ยังอยู่ในข่ายทีมที่เกือบดีแต่ยังไม่มีถ้วยรางวัลติดมือเลยแม้แต่ใบเดียว จนเชื่อว่าเอริคเซ่นจะตีนิ่งเพื่อย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์หน้า

เอริคเซ่นมิดฟิลด์ตัวเก่งของ สเปอร์ส รอย้ายฟรีซัมเมอร์หน้าเพื่อโอกาสรับค่าเหนื่อยกอ้นโต

ตลอดช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาทั้งแมนยูฯ,ยูเวนตุส,บาเซโลน่า และรีล มาดริด ต่างแสดงความสนใจในตัวคริสเตียน เอริคเซ่นมาโดยตลอด แต่สเปอร์สก็พยายามกันท่ามาโดยตลอดโดยดาเนียล เลวี่ประธานไก่เดือยทองก็หวังว่าจะมัดใจให้ดาวเตะเลือดโคนมยอมรับค่าเหนื่อยระดับ200,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ ทว่านับจนถึงบัดนี้สัญญาดังกล่าวก็ยังไม่คืบหน้าเลย โดยเอริคเซ่นมองว่าหากเค้าเลือกรับข้อเสนอในการย้ายออกแบบไร้ค่าตัวนั้นจะได้ทำให้ให้เค้าได้รับค่าเหนื่อยที่มากกว่าที่สเปอร์สมอบให้อย่างแน่นอน เนื่องจากทีมนั้นๆจะไม่ต้องเสียค่าตัวซื้อขายจนมีเงินจ่ายค่าเหนื่อยที่มากกว่าเดิมนั่นเอง

คริสเตียน เอริคเซ่นย้ายจากอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัมมาในปี2013 โดยตลอดช่วงที่ค้าแข้งกับสเปอร์ส เจ้าตัวกลายเป็นมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องเบอร์ต้นๆของวงการลูกหนังโลก นำพาให้สเปอร์สจบอันดับในกลุ่มท๊อปโฟร์พรีเมียร์ลีกมาตลอดหลายปี แต่ภายหลังจากลงเล่นไป277เกม และยิงได้66ประตู เจ้าตัวก็ต้องทบทวนอนาคตใหม่อีกครั้งเนื่องจากหลังอยู่กับทีมมา6ปีก็ยังไม่สามารถครองแชมป์ได้เลยแม้แต่รายการเดียว โดยปีที่แล้วพวกเค้าใกล้เคียงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยแก้แพ้ลิเวอร์พูลในนัดชิงชนะเลิศยูซีแอล0-2

ยูเว่ เกมรับกำลังยวบ?หลังระยะหลังเสียประตูง่ายดายเหลือเกิน

ยูเว่

ยูเวนตุสแชมป์เก่าลีกอิตาเลี่ยนดูเหมือนกำลังประสบปัญหาในเกมรับเข้าเสียแล้วจากผลพลวงของการขาดหายไปของจอร์โจ้ เคียรินี่ที่เจ็บยาว เมื่อสี่เกมหลังสุดพวกเค้าเสียไปถึง6ประตู จากเกมชนะนาโปลี4-3,เสมอแอตเลติโก้ มาดริด2-2 และชนะเวโรน่า2-1 ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าเมาริซิโอ ซารี่จะสานต่อความยิ่งใหญ่ให้เบียงโคเนรี่ได้หรือไม่หากยังเพิ่มสถิติการเสียประตูต่อเนื่องกันไปอีกแบบนี้

จอร์โจ้ เคียรีนี่หัวใจในเกมรับของยูเวนตุสเพิ่งได้รับการผ่าตัดหลังจากมีอาการบาดเจ็บที่บริเวณหัวเข่า และไม่สามารถช่วยทีมได้อย่างน้อยราวครึ่งปี ซึ่งคนที่ได้รับโอกาสก็เป็นมาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ แต่ทว่ากองหลังดาวรุ่งกลับไม่สามารถโชว์ฟอมเทพได้เหมือนซีซั่นก่อน(ปีที่แล้วฟอร์มสดกับอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัม) จนแฟนบอลในอิตาลี่ล้อเลียนว่า เดอ ลิกต์ คือฟิล โจนส์แห่งกัลโช่ เซเรียอา(ฟิล โจนส์ถูกแซวว่าเป็นตัวตลกในแมนยู)จากผลงานโชว์เหวอในเกมแชมเปี้ยนส์ลีก และทำให้เจ้าตัวหลุดมานั่งเป็นตัวสำรองข้างสนามอีกครั้งในเกมกับเวโรน่า

คาเปลโล่ป้องเดอลิกต์ค่อยๆดีขึ้นและจะเป็นที่พึ่งให้ ยูเว่ ได้แน่นอน

แม้สายตาแฟนบอลหลายคู่จะเห็นคาตาว่าดาวเตะดัตซ์จะโชว์ฟอร์มได้ห่วยแตก แต่กุนซือจอมเก๋าอย่างฟาบิโอ คาเปลโล่กลับเห็นต่างพร้อมกับยืนยันว่ายูเวนตุสจะสามารถพึ่งพามาต์ไตส์ เดอ ลิกต์ได้ในอนาคตข้างหน้าเพียงแต่ต้องอดทนรอคอยซักใหม่เนื่องจากเจ้าตัวเพิ่งย้ายมายังอิตาลี่ไม่นาน “ เดอ ลิกต์ พิสูจน์ผลงานกับอาร์แจ็กมาแล้ว เค้าเพิ่งย้ายมาเล่นกับทีมใหม่(ยูเวนตุส)และลีกที่แตกต่างออกไป เค้าอาจยังปรับตัวไม่เข้าที่ แต่ก็ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าเค้าไม่ดีพอกับยูเว่ ในอีกไม่นานเค้าจะขึ้นมาทำผลงานเทียบเคียงกับเคียรินี่ และโบนุชชี่ได้อย่างแน่นอน ”

การที่แฟนบอลม้าลายจะคาดหวังถึงผลงานอันโดดเด่นของ เดอ ลิกซ์นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะกองหลังวัย20ปีโชว์ฝีเท้ากับอาร์แจ็ก อัมสเตอร์ดัมได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อซีซั่นที่แล้ว โดยเค้ามีความเหนียวแน่นในการป้องกันและยังสามารถดันสูงขึ้นมาทำประตูได้บ่อยครั้งจนสามารถพาทีมเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศในศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นที่แล้ว และทำให้ยูเวนตุสยอมทุบกระปุกเพื่อคว้าตัวมาร่วมทีมด้วยเม็ดเงิน75ล้านยูโร มาต์ไตส์ เดอ ลิกต์จึงได้ลงเอยสวมเสื้อหมายเลข4ให้กับเบียงโคเนรี่ในฤดูกาลนี้

ม้าลาย สะดุ้งมอจจี้หยามซารี่หยามซารี่อ่อนชั้นเกินคว้าแชมป์

ม้าลาย

หลังผ่านพ้นโปรแกรมกัลโช่ เซเรียอาแม็ตซ์ที่สามปรากฎว่าอินเตอร์มิลานนำเดี่ยวเป็นจ่าฝูงด้วยผลงานชนะรวดสามเกม ในขณะที่แชมป์เก่ายูเวนตุสบุกไปเสมอฟิออเรนติน่าแบบจืดสนิท0-0 โดยเบียงโคเนรี่ต้องเปลี่ยนผู้เล่นสำรองในครึ่งแรกถึงสองรายจากอาการบาดเจ็บ ซึ่งกุนซือเมาริซิโอ ซารี่(คุมยูเวนตุส)ได้ออกมากล่าวอ้างว่าผู้เล่นของเค้ามีอาการล้าเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนระอุจนเป็นผลไม่สามารถเจาะเอาประตูจากฟิออเรนติน่าได้ และทันทีที่อดีตCEO(ยูเวนตุส)อย่างลูซาโน่ มอจจี้ทราบเรื่องก็แทบกลั้นขำไม่อยู่ที่ได้ยินคำกล่าวอ้างอันเลื่อนลอยของอดีตกุนซือนาโปลี

ลูซาโน่ มอจจี้ที่เคยบริหารยูเวนตุสเมื่อหลายปีก่อนรู้สึกไม่พอใจที่กุนซือใหญ่ของทีมใช้ข้ออ้างเรื่องสภาพดินฟ้าอากาศเพื่อเอาตัวรอดจากผลการแข่งขันที่ไม่ตรงเป้า “ ผู้เล่นของยูเวนตุสนั้นเต็มไปด้วยสตาร์ หลายคนคว้าแชมป์มาแล้วผ่านการพิสูจน์ผลงานมาแล้ว แต่คนกำหนดทิศทางการเล่นให้พวกเค้าต่างหากที่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เรื่องผู้เล่นบาดเจ็บเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในเกมฟุตบอลแต่มันไม่ใช่ข้ออ้าง เพราะตอนที่เปลี่ยนตัวมิราเล็ม ปายิชออกนั้นมันยังไม่ครบ45นาทีเลย มีเวลาอีกในครึ่งหลังที่จะเปลี่ยนเกม แต่ซารี่ก็เชื่องช้าเกินที่จัดการอะไรได้ แล้วก็มาอ้างอากาศร้อนมันตลกสิ้นดี ยูเวนตุสทำแต้มหายไปสองคะแนนเพราะอากาศร้อนเกินไป ”

คอนเต้สวนร้อนแล้วยังไงในเมื่อ ม้าลาย มีแข้งสตาร์ให้เลือกเพียบ

ด้านกุนซืออินเตอร์อย่างอันโตนิโอ คอนเต้เมื่อได้ทราบเรื่องก็ได้แสดงทัศนะเกี่ยวกับประเด็นเรื่องอากาศร้อนเช่นกัน “ บางทีผมก็สงสัยว่าถ้าผู้เล่นยูเว่รู้สึกร้อนเนี่ย แล้วผู้เล่นวีโอล่า(ฟิออเรติน่า)เค้าทาซันบล็อค(ครีมกันแดด)ลงสนามหรือเปล่า? มันตลกดีนะว่าไหม ทีมที่ครบเครื่องทั้งงบประมาณ,แฟนบอล และขุมกำลังนักเตะยังออกมาเรียกหาฟ้าฝนให้เป็นใจต่อทีมตัวเองอีก เค้ากำลังทำงานกลุ่มนักเตะที่แข็งแกร่งอย่างมากเพียงเท่านี้ผมว่าเค้าก็ได้เปรียบทีมอื่นๆไปหลายช่วงตัวแล้วนะ ” คอนเต้ที่เป็นไม่เบื่อไม่เมากับซารี่มาโดยตลอดแซะเพื่อนร่วมอาชีพอย่างไม่ไว้หน้า

โดยนอกจากผลงานในทีมจะเริ่มสะดุดแล้ว ในแง่ของนักเตะในทีมก็มีหลายคนที่เริ่มไม่ปลื้มเมาริซิโอ ซารี่จนออกมาตำหนิเจ้านายผ่านสื่อกันอย่างโจ่มครึ่ม อาทิ มาริโอ มานซูกิส และเอ็มเร่ ชาน

หงส์เเดง โนแคร์ดราม่าแย่งกันยิงฟาวเลอร์ยันเรื่องขี้ปะติ๋ว

หงส์เเดง

ประเด็นอาการหัวร้อนของซาดิโอ มาเน่ยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอย่างต่อเนื่องถึงความไม่พออกพอใจที่มาเน่อยู่ในตำแหน่งที่เอื้อต่อการได้ประตูมากกว่าทว่า(โมฮัมเหม็ด)ซาล่ากลับไม่ยอมจ่ายบอลให้ ซึ่งยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอย่างไม่รู้จักจบจักสิ้น ร้อนถึงดาวยิงรุ่นพี่อย่างร็อบบี้ ฟาวเลอร์ต้องออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยอดีตกองหน้าเมืองทองยูไนเต็ดมองว่าเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำที่ซาล่ากระหายที่จะมีชื่อบนสกอร์บอร์ดอยู่เสมอ และเป็นเรื่องปกติของเกมฟุตบอลที่ไม่น่าจะต้องมาเสียเวลาหาบทสรุปกันแต่อย่างใด

“ ผมเห็นด้วยกับเจอร์เกน คล็อปป์นะตอนที่อาเดรียนเล่นพลาดแล้วเค้าบอกว่า ผมไม่แคร์หรอกตราบเท่าที่ทีมเราชนะ ฉะนั้นในเมื่อทีมยังชนะต่อเนื่องและนำเป็นจ่าฝูง ผมก็ไม่เห็นสาระที่เราจะมานั่งถามกันว่าทำไมคนนี้ไม่มีชื่อทำประตูละ ผมไม่ได้เข้าข้างใครนะ ผมให้เกียรติทั้งซาล่า และมาเน่ พวกเค้าคือนักเตะประเภทกระหายชัยชนะทั้งคู่ มันไปแปลกเลยที่เค้าจะหงุดหงิดเมื่อบอลมันไม่เป็นใจ ” อดีตกองหน้าหงส์แดงยุค90กล่าวเสริม

ฟาวเลอร์อดีตนักเตะ หงส์เเดง รับยอดดาวยิงหมกหมุ่นที่จะยิงด้วยตัวเองกันทั้งนั้น

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ผู้ที่เคยยิงให้หงส์เเดงไปถึง171ประตูยังได้ยืนยันว่าสัญชาตญาณที่แสดงออกมาของซาล่าไม่ใช่เรื่องเสียหายแต่อย่างใด “ สิ่งที่กองหน้าที่ดีต้องสำนึกไว้ตลอดคือการทำประตู ซึ่งในแต่ละเกมบางทีโอกาสมันมีแค่ครั้งเดียว ฉะนั้นคุณต้องใส่ความมั่นใจลงไปอย่างเต็มที่ มันจึงทำให้กองหน้าที่ดีก็มักจะเลือกที่จะจบสกอร์ด้วยตัวเองอยู่เสมอ พวกเค้าไม่มีเวลามาพะวงกับเรื่องอื่นๆหรอก ”

“ ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องของการเห็นแก่ตัวนะ มันคือความมั่นใจในตัวเองต่างหาก และมันออกจะดีเสียด้วยซ้ำที่นักเตะมีทัศนคติแบบนี้ ต่อให้ซาเน่ไปอยู่ในตำแหน่งเดียวกับซาล่าก็ไม่มีอะไรการันตีนะว่าเค้าจะส่งบอลให้เพื่อน ของแบบนี้มันเล่นกันไปตามสัญชาตญาณ และทั้งคู่ต่างเป็นเพชรฆาตด้วยกันทั้งคู่  ”

“ ซาล่า และมาเน่ต่างเป็นผู้เล่นคนสำคัญ พวกเค้าเข้าขากันเป็นอย่างดี และการเล่นแบบคิดจะเล่นเอง ยิงเองมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะบอกได้ว่าคนไหนผิดคนไหนถูก มันเป็นส่วนหนึ่งของเกมฟุตบอล ในเวลาเดียวกันมันก็ทำให้เค้าทั้งคู่ต่างมีชื่อเป็นคนทำประตูกันอยู่บ่อยๆเช่นเดียวกัน ” ฟาวเลอร์ทิ้งท้าย

 

ยูเวนตุส เล็งเป้าเซ็นฟรีเพิ่มโดยเล็งไปที่สตาร์ดังพรีเมียร์ลีก

ยูเวนตุส

เรียกได้ว่าได้นักเตะฝีเท้าดีแบบฟรีไม่เคยขาดสำหรับไอ้ม้าลาย ยูเวนตุส ยอดทีมจากอิตาลี่ ซึ่งพวกเค้ามักอาศัยช่องว่างของนักเตะที่ใกล้หมดสัญญากับต้นสังกัดแล้วเลือกเสนอค่าเหนื่อยก้อนโตให้พิจารณาได้แบบสบายๆเนื่องจากเบียงโคเนรี่จะไม่ต้องเสียค่าตัวให้นักเตะนั้นเอง โดยก่อนหน้านี้พวกเค้าได้ทั้ง เอมเร่ ชาน,อารอน แรมซี่ย์ และอาเดรียน ราบิโอล มาร่วมทีมในรูปลักษณ์ของการเซ็นฟรีทั้งหมด นั่นทำให้แชมป์กัลโช่ชักติดใจและเล็งเป้าที่จะดำเกมในลักษณะนี้อีกครั้งในช่วงเปิดตลาดซื้อขายรอบครั้งต่อไป(ปีใหม่2020)

เอริคเซ่นเป้าหมายหลักของ ยูเวนตุส จากนั้นเล็งแข้งเชลซีและแมนยูเพิ่ม

1.คริสเตียน เอริคเซ่น(27ปี) โครตบอลของสเปนยกระดับฝีเท้าขึ้นมาเป็นเพลเมกเกอร์เบอต้นๆของวงการลูกหนังยุคปัจจุบัน ด้วยผลงานการสเปอร์สจบท็อปโฟว์มาตลอดในช่วงหลัง แถมยังเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศศึกUCLเมื่อซีซั่นที่แล้ว แต่ที่สำคัญคือนักเตะแสดงทีท่าชัดเจนว่าจะไม่ขยายสัญญากับต้นสังกัดย่างแน่นอน โดยมีทั้งบาเซโลน่า และแมนยูที่พร้อมจะแย่งตัวเอริคเซ่นเช่นกัน ทว่ายูเวนตุสก็ยังถือดีว่าจะสามารถหว่านล้อมให้จอมทัพชาวเดนมาร์กให้ยอมมาฝากอนาคตไว้ที่ตูรินได้

2.เนมานย่า มาติช(31ปี) กองกลางตัวรับที่ดูจะเป็นส่วนเกินกับแมนยูที่อาจจะดูเชื่องช้าลงไปบ้างสำหรับเกมฟุตบอลที่รวดเร็วอย่างพรีเมียร์ลีก สัญญาของนักเตะรายนี้จะหมดลงในซัมเมอร์หน้า แม้จะมีออปชั่นขยายสัญญาเพิ่มได้แต่เชื่อว่าโซลชา(กุนซือแมนยู)น่าจะปล่อยตัวฟรีเสียมากกว่า และยูเวนตุสก็เชื่อว่ามาติชจะยังคงรับมือกับลีกอิตาลี่ได้สบายๆ ทำให้ยูเวนตุสหวังจะใช้ประสบการณ์ของมิดฟิลด์ชาวเซอร์เบียมาช่วยประคับประคองทีมในฐานะแข้งอะไหล่

3.วิลเลี่ยน(31ปี) ปีกชาวบราซิลเลี่ยนจำต้องทนอยู่กับเชลซีเนื่องจากทีมดังแห่งลอนดอนไม่สามารถซื้อผู้เล่นใหม่ได้เนื่องจากติดโทษแบน และวิลเลี่ยนก็ดึงเชงเรื่องสัญญาใหม่กับเชลซีมาโดยตลอด รวมไปถึงสถานะปัจจุบันที่เป็นเพียงตัวสำรองในถิ่นสแตนฟอร์ด บริดจ์ก็ทำให้ทัพม้าลายเชื่อว่านักเตะดีกรีทีมชาติบราซิลน่าจะสนใจย้ายไปค้าแข้งในกัลโช่ เซเรียอาอย่างแน่นอน

4.เอริค ไบญี่(25ปี) กองหลังชาวไอวอรี่โครสต์เจ็บออดๆแอดๆจนไม่เคยได้ลงสนามกับแมนยูอย่างจริงจัง จนเชื่อว่าปีศาจแดงน่าจะปล่อยตัวนักเตะให้เป็นอิสระหลังหมดสัญญาในช่วงซัมเมอร์หน้า และม้าลายก็อยากลองวัดใจกับไบญี่ซักตั้ง เนื่องจากไบญี่อายุยังน้อยและอาจฝากผีฝากไข้ได้ในระยะยาว เนื่องจากกองหลังตัวหลักทั้งจอร์โจ้ เคียรินี่ และเลโอนาโด้ โบนุชชี่ต่างโรยรากันหมดแล้ว

 

 

หลุยส์เอ็นริเก้ เสียลูกที่ป่วยเป็นมะเร็งกระดูกด้วยวัยเพียง9ปี

หลุยส์เอ็นริเก้

หลุยส์ เอ็นริเก้อดีตผู้เล่นบาเซโลน่าต้องพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อชาน่าธิดาคนเล็กของตระกูลเอ็นริเก้ได้จากไปอย่างสงบหลังจากต่อสู้กับโรคมะเร็งกระดูกออสทีโอซาร์โคมาด้วยอายุเพียง9ขวบเท่านั้น “ ลูกสาวของเราต่อสู้อย่างเต็มที่แล้วตลอด5เดือนที่ผ่านมา ตอนนี้ชาน่าจากไปอย่างสงบ เราต้องขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นคุณหมอ,พยาบาลและเจ้าหน้าที่อาสาทุกท่าน เราทุกคนจะจดจำรอยยิ้มของหนูตลอดไป ขอพระเจ้าทรงนำทาง ” เทรนเนอร์วัย49ปีกล่าวในวาระสุดท้ายของลูกสาว

โดยก่อนหน้านี้หลุยส์ เอ็นริเก้ยังคงมีตำแหน่งเป็นเทรนเนอร์ทีมชาติสเปน ทว่าทันทีที่ได้รับข่าวว่าลูกสาวของเค้าต้องประสบกับโรคร้าย เจ้าตัวก็ประกาศลาออกทันทีเพื่อหวังว่าจะทุ่มเทดูแลลูกสาวคนโปรด แต่ทว่าภายหลังจากทำการรักษาอย่างเต็มที่พวกเค้าก็ไม่อาจรักษาชีวิตของชาน่าไว้ได้ และปล่อยให้เธอจากไปอย่างสงบเมื่อช่วงบ่ายของวันที่29ส.ค.ที่ผ่านมา โดยทันทีที่ข่าวอันโศรกเศร้านี้ได้รับการเผยแพร่ออกไปกำลังใจในวงการลูกหนังก็ทะยอยส่งกลับมาให้หลุยส์ เอ็นริเก้และครอบครัวอย่างไม่ขาดสาย

รีลมาดริดมีสปริริตนำขบวนนักกีฬาส่งกำลังให้ หลุยส์เอ็นริเก้

แม้หลุยส์ เอ็นริเก้จะเคยสลัดสีเสื้อชุดขาวแล้วหันมารับใช้บาเซโลน่าจนกลายเป็นความบาดหมางระหว่างทั้งสองสโมสรมาช้านาน แต่ทว่ารีลมาดริดก็ยังส่งกำลังใจให้กับเอ็นริเก้อย่างเต็มใจ “ สโมสรรีลมาดริดขอส่งแรงใจไปยังครอบครัวเอ็นริเก้ให้ก้าวผ่านช่วงเวลาอันโหดร้ายนี้ไปให้ได้ ”ราชันย์ชุดชาวได้ทวิตต์ผ่านโลกออนไลน์จนทำให้ภายหลังนักเตะของรีลมาดริดอีกหลายรายก็ได้ส่งทวิตต์ส่งความปรารถนาดีให้เอ็นริเก้ตามมา

“ พี่ชายเข้มแข็งไว้นะ มันเป็นเรื่องเศร้าของพวกเราทุกคนและผมขอส่งกำลังใจให้คุณและครอบครัวครับ ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ” เซคิโอ รามอสกองหลังกัปตันทีมรีลมาดริดทวิตต์

“ ในฐานะคนเป็นพ่อแล้วมันคงเจ็บปวดมากเลย ผมไม่รู้เหมือนกันจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไร แต่ขอเป็นกำลังใจให้นะครับ ” อิสโก้ทวิตต์

ดาวยิงบาซ่าอย่างหลุยส์ ซัวเรสก็ได้แสดงความเสียใจกับเรื่องนี้เช่นกัน “ มันเป็นช่วงเวลาที่แสนปวดร้าวของครอบครัวเอ็นริเก้ ผมขอให้ชานิต้าไปสู่สุคติ และขอส่งเติมพลังและความเข้มแข็งให้หลุย เอ็นริเก้สำหรับช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ ”

นักเทนนิสอย่างราฟาเอล นาดาลก็ยังได้ร่วมไว้อาลัยกับเค้าด้วยเช่นกัน “ ผมนึกภาพไม่ออกเลยว่าถ้าเกิดกับครอบครัวผมเองผมจะผ่านมันไปได้อย่างไร เข้มแข็งไว้นะครับ ”

 

ปีศาจแดง หาที่ลงหลังพ่ายพาเลซ1-2โดยพุ่งเป้าไปที่เจสซี่ลินการ์ด

 

ปีศาจแดง

ก่อนหน้านี้โลเมรู ลูกากูอดีตแข้งผีแดงได้เคยออกมาตำหนิแฟนบอลปีศาจแดงว่าชอบหาแพะในการระบายอารมณ์หากทีมทำผลงานได้ไม่น่าประทับใจ โดยเจ้าตัว(ลูกากู),อเล็กซิส ซานเชส และปอล ป็อกบา กระทั่งผลการแข่งขันเมื่อสุดสัปดาห์ที่แมนยูพ่ายคริสตัลพาเลซคาบ้านไป1-2 คำบอกเล่าของกองหน้าชาวเบลเยี่ยมก็เห็นผลทันที เนื่องจากหลังจบเกมกระแสการตำหนิเจสซี่ ลินการ์ดก็ครุกรุ่นขึ้นมาทันที

เจสซี่ ลินการ์ดยังคงได้ออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกับแมนยูต่อไป แม้สถิติก่อนหน้าจะย่ำแย่เพราะไม่มีทั้งการทำประตู,ไม่มีการทำทางมาเลยนับตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ปี2019 และผลงานในนัดล่าสุดก็ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเมื่อมิดฟิลด์เลือดผู้ดีไม่สามารถทำประโยชน์ให้กับทีมได้เลยและถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่56เพื่อให้เมสัน กรีนวู๊ดแข้งรุ่นน้องลงมาเปลี่ยนเกมแทน ซึ่งสร้างความโกรธเคืองไปยังหมู่แฟนบอลปีศาจแดงเป็นอย่างมาก โดยพวกเค้ามองว่าการส่งลินการ์ดลงสนามนั้นเป็นการเสียเวลาเปล่า ทั้งยังตำหนิโอเล่ กุนน่า โซลชาว่าเอาแต่โอ๋ลินการ์ดจนทีมต้องขายหน้าคาโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด

ลินการ์ดไร้ตัวตันไม่ต่างกับอเล็กซิสแต่โซลชานายใหญ่ ปีศาจแดง กลับเข็นลงสนาม

   ครั้งสุดท้ายที่เจสซี่ ลินการ์ดมีทำผลงานได้เป็นชิ้นเป็นอันก็ต้องย้อนไปถึงเดือนธันวาคม2018ที่เค้าทำทางให้เพื่อนได้2แอตซิสต์กับยิง4ประตู ทว่านับจากนั้นลินการ์ดก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับผลงานในเกมรุกของทีมอีกเลย ซึ่งถือว่าจืดสนิทสำหรับผู้เล่นที่โอเล่ กุนน่า โซลชาไว้ใจให้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือหากเทียบแล้วอเล็กซิส ซานเชสที่ได้รับโอกาสเพียงน้อยนิดแต่ก็ทำผลงานได้ถึงหนึ่งประตูกับอีกสองแอตซิสต์นับแต่ตั้งต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งยังถือว่าสร้างผลงานได้เป็นชิ้นเป็นอันกว่าลินการ์ดเสียอีก

ในเวลานี้มีแฟนบอลปีศาจแดงจำนวนไม่น้อยที่ออกมาทวิตต์ขับไล่ลินการ์ดให้พ้นทีมหลังแม็ตซ์อัปยศครั้งล่าสุด โดยพวกเค้าต่างเห็นตรงกันว่าเจสซี่ ลินการ์ดไม่ดีพอที่จะรับบทเป็นตัวสร้างสรรค์เกมรุก และควรดร็อปออกจากทีมได้แล้ว ทว่าในส่วนของกุนซือปีศาจแดงอย่างโซลชากลับเห็นต่าง “ ถ้ายึดติดกับผลงานรูปธรรมใช่เค้าไม่ยิงและไม่มีแอตซิสต์ แต่นั่นไม่ได้แปลว่าลินการ์ดไม่มีประโยชน์กับเกมของแมนยู คุณต้องไปยังภาพรวมแล้วคุณจะเห็นว่าเค้าทำผลงานไม่ได้แย่ และหากเค้ากลับมายิงประตูได้อีกครั้งความมั่นใจเค้าจะกลับมา และเราจะสนับสนุนลินการ์ดต่อไป ”