เอ็มปั๊ปเป้ โดนเพื่อนเก่าอย่างฟาบินโญ่อำว่าควรย้ายมาเป็นสมาชิกหงส์แดง

เอ็มปั๊ปเป้

ถึงแม้ว่าขุมกำลังเกมรุกของลิเวอร์พูลในยุคนี้จะสุดสะเด่าจนชาวบ้านชาวช่องต่างอิจฉากันจนตาแทบไหม้(ตาร้อน)กันแล้วก็ตาม แต่ทว่าฟาบินโญ่ก็ยังชื่นชอบในฝีเท้าของคิลียัน เอ็มปั๊ปเป้หัวหอกตัวจี๊ดของปารีส แซงต์ แชร์กแมงอยู่เสมอ กระทั่งอดใจไม่ได้ที่จะเล่าความรู้สึกที่อยากจะร่วมงานกับเพื่อนเก่าคนนี้อีกครั้งที่แอนด์ฟิล

ฟาบินโญ่ และเอ็มปปั๊ปเป้ต่างอยู่ในทีมโมนาโกชุดคว้าแชมป์ลีกเอิงในฤดูกาล2016/17 แม้ว่าจะต่างคนต่างไปแต่มิดฟิลด์แซมบ้าก็ยังคอยติดตามผลงานของดาวยิงรุ่นน้องอยู่เสมอ “ เอ็มปั๊ปเป้พัฒนาฝีเท้าไปไกลกว่าสมัยอยู่โมนาโก เค้าคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้ว ไม่ว่าสโมสรไหนๆต่างก็อยากได้ตัวเอ็มปั๊ปเป้ด้วยกันทั้งนั้น ถ้าเค้าลงเล่นให้ลิเวอร์พูลมันต้องเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากๆแน่ๆ เกมรุกของเราคงจะไร้เทียมทานเลยทีเดียว ”

อย่างไรก็ตามฟาบินโญ่ก็รู้ดีว่าเจอร์เกน คล็อปป์คงไม่ทุ่มเงินมหาศาลเพื่อดึงตัวเอ็มปั๊ปเป้อย่างแน่นอน “ มันก็เป็นความฝันของผมหละ ในความเป็นจริงค่าตัวของเค้ามันมหาศาล ผมคิดว่าคงมีไม่กี่ทีมหรอกที่จะจ่ายค่าตัวเอ็มปั๊ปเป้ได้ แล้วลิเวอร์พูลเองก็คงไม่อยากทำแบบนั้น ผมเสียใจที่ต้องพูดแบบนี้แต่ในความเป็นจริงเอ็มปั๊ปเป้ไม่ใกล้เคียงกับการย้ายมาเล่นให้ลิเวอร์พูลเลย ”

เอ็มปั๊ปเป้ ออกปากเองในหัวมีแต่เปเอสเชไม่คิดย้ายทีมแน่

ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าทั้งบาเซล่า,รีล มาดริด และลิเวอร์พูลต่างประสงค์ที่จะได้ตัวเอ็มปั๊ปเป้ไปใช้งานด้วยกันทั้งนั้น แต่ทว่าก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ซึ่งดาวยิงวัย21กะรัตก็ได้ยอมรับว่าเจ้าตัวไม่ได้มีความคาดหวังเรื่องการย้ายออกเลยแม้แต่น้อย “ ผมแฮปปี้กับการได้ลงสนาม และผลงานของทีมก็กำลังไปได้สวย เราต้องรักษาสมาธิกันไว้ให้ดี เปเอสเชมีเป้าหมายคือคว้าถ้วยรางวัลทุกรายการในหัวผมมีแต่เรื่องนี้เท่านั้น ส่วนเรื่องข่าวการย้ายทีมนั้นผมไม่เคยสนใจมันเลย ”

“ หน้าที่ผมยังคงดำเนินไปด้วยการซ้อมและลงเล่น เพราะผมยังคงเป็นนักเตะระดับอาชีพของปารีส แซงต์ แชร์กแมง ถ้ามันมีการพูดคุยเรื่องทำนองนั้น(การเจรจาจากทีมอื่น)พวกเค้าก็คงแจ้งเอเยนต์ผมมาแล้วละ แต่ในเมื่อมันไม่มีอะไร ฉะนั้นเราจำเป็นต้องนึกถึงมัน มันไม่จำเป็น และเสียเวลาเปล่า ” เอ็มปั๊ปเป้ปัดพูดถึงประเด็นย้ายทีมอย่างไม่มีเยื่อใย

เบ็คแฮม เดินหน้าล่าตัวเลวิสมอร์แกนปีกชาวสก็อตบู๊ลีกมะกัน

เบ็คแฮม

หลังจากเดวิด เบ็คแฮมได้ก่อร้างสร้างทีมอินเตอร์ไมอามี่สโมสรใหม่ในเมเจอร์ลีกของประเทศสหรัฐอเมริกา แน่นอนว่าสโมสรใหม่ป้ายแดงแบบนี้ก็จำเป็นที่จะต้องหานักเตะชั้นดีมาเสริม และพวกเค้าก็มีข่าวว่ากำลังให้ความสนใจในตัวเลวิส มอร์แกนปีกตัวเก่งของกลาสโกส์ เซลติก

เลวิส มอร์แกนไม่ค่อยมีส่วนร่วมกับทีมม้าลายเขียขาวมากนัดในซีซั่นนี้ และได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงแค่เพียง3นัดเท่านั้น จึงทำให้เบ็คแฮมหมายใจจึงแข้งอะไหล่รายนี้ไปใช้งานแทน แล้วด้านเซลติกเองก็เปิดไฟเขียวให้เข้าเจรจาสัญญาส่วนตัวกับดาวเตะไปแล้วด้วย ซึ่งเชื่อว่ามอร์แกนน่าจะลงทะเบียนเป็นผู้เล่นให้อินเตอร์ ไมอามี่ได้ทันเปิดฤดูกาลของลีกสหรัฐฯ

เบ็คแฮม วางเป้าหมายดันทีมไมอามี่ให้เป็นยักษ์ใหญ่ของลีกมะกัน

ในเวลานี้ทีมอินเตอร์ ไมอามี่ได้แต่งตั้งดีเอโก้ อลอนโซ่เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม และกุนซือชาวอุรุกวัยก็ได้เล็งนักเตะใหม่เอาไว้หลายตัวด้วยกัน อาทิ ดาบิด ซิลวาแนวรุกจอมทักษะของแมนซิตี้ และหลุยส์ ซัวเรสกองหน้าฟอร์มโหดของบาเซโลน่า เนื่องจากอินเตอร์ ไมอามี่ที่มีเดวิด เบ็คแฮมเป็นเจ้าของ(ร่วม)นั้นวางเป้าหมายที่จะก้าวขึ้นมาเป็นทีมยักษ์ใหญ่ของลีกมะกันให้จงได้

อินเตอร์ไมอามี่ พร้อมดึงแข้งดังเพื่อเขย่าวงการลูกหนังมะกัน

สโมสรน้องใหม่ อินเตอร์ไมอามี่ยืนยันหนักแน่นว่าจะพยายามเสริมทัพเพื่อเป้าหมายที่จะประกาศศักดาในลีกสหรัฐฯ “ เรามีผู้เล่นชั้นดี และดาวรุ่งฝีเท้าดีอยู่แล้ว แต่เราก็พร้อมพิจารณาแข้งเป้าหมายอื่นๆในยุโรปด้วย เพราะเรามีเป้าหมายคือการประสบความสำเร็จในทุกทัวร์นาเมนต์ แม้ว่ามันจะเพิ่งเป็นปีแรกที่เราจะได้ร่วมแข่งขันในเมเจอร์ลีก ” พอล แม็คโดนัฟผู้อำนวยการกีฬาของอินเตอร์อามี่แถลงถึงจุดยืนสโมสร

“ เรามีคริสเตียน มาร์คูนที่เคยอยู่กับอะคาเดมี่ของยูเวนตุส เรายังได้เดนโซ่ ยูริเซ่ย์ และเดร็ก คอเลนเดอร์เข้ามาเสริมอีก อินเตอร์ไมอามี่คือสัญลักษณ์แห่งการขับเคลื่อน เราจะไม่มองข้ามผู้เล่นเยาวชนเช่นกัน แม้ว่าอาจจะมีผู้เล่นตัวเก๋าจากยุโรปเข้ามาช่วยประคองทีมด้วยก็ตาม ” แม็คโดนัฟกล่าวอย่างมุ่งมั่น

นอกจากนี้เดวิด เบ็คแฮมเริ่มโครงการสร้างสนามให้กับทีมอินเตอร์ไมอามี่อีกต่างหาก โดย“ ไมอาที่ฟรีดอมปาร์ค ” จะมีสวนสาธารณะ,สาธารณูปโภค และสนามฟุตบอลความจุ26,000ที่นั่งอยู่ในพื้นทีเดียวกันทั้งหมด โดยคาดว่าจะสร้างเสร็จในปี2022 โดยเบ็คแฮมคาดหวังให้สนามเหย้าแห่งนี้จะกลายเป็นจุดรวมฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่นที่สุดในฟลอริด้านั่นเอง

สิงห์บลู อาจโดนบาเซโลน่าปาดหน้าคว้า ตัวเฌเรมี่ โบก้า

สิงห์บลู

สายน้ำไม่คอยท่ากาลเวลาไม่คอยใครคำกล่าวนี้อาจทำให้แฟนเชลซีช้ำใจได้ เมื่อเฌเรมี่ โบก้าปีกซาสซูโอโล่ที่มีข่าวลือว่าอาจย้ายกลับมาช่วยงานนั้นกำลังจะโดนยอดทีมอย่างบาเซโลน่าฉกตัวไปใช้งานแล้ว เมื่อรายงานระบุว่าทีมเจ้าบุญทุ่มเตรียมยื่นข้อเสนอราว12ล้านปอนด์ให้กับซาสซูโอโล่พิจารณา

เฌเรมี่ โบก้าอดีตปีกซ้ายสิงห์บลูย้ายมาเป็นนักเตะของซาสซูโอโล่ในปี2018 หลังจากนั้นเจ้าตัวก็ฉายแววความเก่งกาจออกมาจากผิดหูผิดตา หลังจากลงเล่นให้ซาสซูโอโล่ไปแล้ว45นัดแล้วยิงได้7ประตูกับ3แอสซิสต์ก็ทำให้แฟรงค์ แลมพาดต้องส่งทีมแมวมองติดตามฟอร์มของปีกชาวไอวอรี่โครสต์อย่างใกล้ชิด และอาจใช้เงื่อนไขดึงตัวกลับด้วยค่าตัวเพียง3.5ล้านปอนด์ แต่กระทั่งเปิดตลาดซื้อขายมาแล้วหลายวันก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ จนอาจทำให้ซาสซูโอโล่ต้อวหันไปเจรจากับทีมเจ้าบุญทุ่มซึ่งให้ค่าตัวนักเตะที่มากกว่าแทน

ส่วนหนึ่งที่ทำให้เชลซียังไม่เดินหน้าล่าตัวเฌเรมี่ โบก้าอย่างจริงจัง ก็เป็นเพราะพวกเค้ากำลังวุ่นอยู่กับเป้าหมายหลักอย่างจาร์ดอน ซานโช่ของโบรุทเซียดอร์ทมุนด์ และวิดฟรีด ซาฮาร์ของคริสตัลพาเลซอยู่ในเวลานี้นั่นเอง

สิงห์บลู ยิ้มมุมปากโบก้าแย้มไม่ปิดโอกาสกลับสแตนฟอร์ดบริดจ์

ถึงซาสซูโอโลจะอยากขายโบก้าให้กับบาซ่า(เนื่องจากได้ค่าตัวมากกว่า)แต่ตัวนักเตะเองดูเหมือนจะอยากกลับย้ายกลับไปร่วมงานกับเชลซีเสียมากกว่า “ ตอนผมตัดสินใจย้ายออกมันเต็มไปด้วยความลำบากใจ ผมอยากประสบความสำเร็จในสีเสื้อน้ำเงินครามแต่การจะได้ขึ้นทีมชุดใหญ่เชลซีในช่วงอายุ20ปีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเอาเสียเลย ผมจำเป็นต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง แล้วการมาซาสซูโอโล่ก็ถือเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ”

“ แต่มันยังมีเสียงดังก้องในหัวผมตลอด ฉะนั้นถ้าวันหนึ่งผมมีโอกาสที่จะกลับไปเชลซี ผมก็คงไม่ปฏิเสธมันอย่างแน่นอน คำพูดนี้ไม่ได้แปลว่าผมต้องการย้ายทีม ทุกอย่างมีเวลาของมันเอง เหมือนเมื่อวานที่ผมยังดีไม่พอกับเชลซี แต่วันนี้ผมได้เล่นฟุตบอลที่สนุกสนานกับซาสซูโอโล่ ส่วนอนาคตเราไม่มีทางรู้หรอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ” แนวรุกวัย23ปีกล่าวอย่างมีเลศนัย

ส่วนหนึ่งที่โบก้าอยากกลับมาช่วยเก่าก็เพราะนโยบายการสนับสนุนแข้งเยาวชนของแฟรงค์ แลมพาดที่ทำให้ปีนี้แข้งจากอะคาเดมี่อย่างเมสัน เม้าท์,แทมมี่ อับบราฮัม และฟิกาโย่ โทโมรี่สามารถก้าวขึ้นแย่งตัวจริงในทีมชุดใหญ่ได้อย่างภาคภูมิ

ดอร์ทมุนด์ ปล่อยตัวไวเกิลซบเหยี่ยวลิสบอนที่ราคา20ล้านยูโร

ดอร์ทมุนด์

ทันที่ที่ตลาดซื้อนักเตะเปิดทำการอีกครั้งโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ก็ประกาศปล่อยตัวนักเตะรายแรกเป็นที่เรียบร้อย นั่นก็คือการขายมิดฟิลด์ตัวเก่งอย่าง จูเลี่ยน ไวเกิล ไปให้กับสปอร์ตติ้ง ลิสบอนนั่นเอง

ฟัลเค่สปอร์ตสื่อเมืองเบียร์ได้แถลงข่าวการบรรลุข้อตกลงระหว่างสโมสรสปอร์ตติ้ง ลิสบอนและโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ที่ได้ทำการซื้อขายกองกลางชาวเยอรมันที่ราคา20ล้านยูโร ซึ่งจะมีผลให้ไวเกิลจะเดินทางไปเปิดตัวที่สนามเอสตาดิโอน ดา ลุซในอีกไม่กี่วันนับจากนี้ โดยก่อนหน้านี้หลุยส์ เฟลิเป้ วิเอร่าประธานสโมสรสปอร์ตติ้ง ลิสบอนได้เดินทางมาเจรจาที่ดอร์ทมุนด์พักใหญ่แล้ว แต่ว่าเพิ่งจะหาข้อสรุปกันได้สดๆร้อนๆในช่วงวันขึ้นปีใหม่นี้เอง

จูเลี่ยน ไวเกิลกองกลางวัย24กะรัตเป็นกำลังสำคัญให้กับเสือเหลืองในซีซั่นนี้หลังผ่านการลงสนามไปแล้ว20นัดรวมทุกรายการ แต่ด้วยสัญญาปัจจุบันที่จะหมดลงในอีกปีครึ่งก็ทำให้ดอร์ทมุนด์ตัดสินใจปล่อยตัวไปแต่เนิ่นๆดีกว่าเพราะไม่มั่นใจเช่นกันว่าไวเกิลจะยอมต่อสัญญาฉบับใหม่หรือไม่ เนื่องจากลูเซียง ฟาร์ฟมักตัดสินใจใช้งานอักเซล วิตเซลเป็นตัวเลือกแรกก่อนไวเกิลอยู่เสมอนั่นเอง

ไวเกิลโพสต์ขอบคุณเพื่อนและสโมสร ดอร์ทมุนด์ ก่อนอำลาทีม

หลังมีการยืนยันปล่อยตัวไม่นาน จูเลี่ยน ไวเกิลมิดฟิลด์ชาวเยอรมันก็ได้กล่าวอำลาต้นสังกัดเช่นกัน “ ผมขอขอบคุณบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ ผมมีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมตลอด4ปีครึ่ง ตอนนี้ผมคิดว่าถึงเวลาที่ต้องก้าวออกไปผจญภัยดูบ้าง แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังจะเป็นแฟนบอลของดอร์ทมุนด์ตลอดไป และขออวยพรให้ดอร์ทมุนด์ประสบความสำเร็จในทุกย่างก้าวนับต่อจากนี้ ”

ครั้งหนึ่งจูเลี่ยน ไวเกิลเคยถูกยกว่าอาจก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะสายเลือดใหม่ให้กับทีมชาติเยอรมันในช่วงปี2016-17 แต่หลังจากติดธงได้เพียง4นัดเจ้าตัวก็ถูกลืมไปเลย เนื่องจากฟอร์มตกอย่างหนักจนถูกเสือเหลืองลดขั้นลงไปเล่นกับดอร์ทมุนด์ทีมสมัครเล่น แม้ว่าหลังจากนั้นไวเกิลจะได้กลับคืนทีมชุดใหญ่แต่เจ้าตัวก็ยังไม่เคยกลับสู่ฟอร์มการเล่นที่ดีที่สุดอีกเลย จนทำให้เจ้าตัวอยากลงปรับเปลี่ยนบรรยากาศการเล่นด้วยการย้ายไปค้าแข้งในลีกอื่นดูบ้าง เพราะนับตั้งแต่ไวเกิลแจ้งเกิดขึ้นมาจากทีมเยาวชนของ1860มิวนิคในวัย17ปี เจ้าตัวก็ค้าแข้งในบ้านเกิดมาโดยตลอด และยังไม่เคยมีประสบการณ์หากินในต่างแดนมาก่อนเลย

ไรโอล่า สวนกลับผีอย่าหาแพะทั้งที่ได้คุยฮาแลนด์ก่อนแต่ทีมอื่นๆ

ไรโอล่า

ให้หลังการตกลงย้ายทีมของเออร์วิ่ง เบล่า ฮาแลนด์ที่เลือกซบโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ก็ทำให้พลพรรคเรดอาร์มี่ทั้งหลายต่างพร้อมใจกันงงกันเป็นอย่างมาก จนตัวแทนแมนยูฯต้องออกมายอมรับว่าไม่อาจสู้ค่าโบนัสส่วนแบ่งในส่วนของเอเยนต์ส่วนของดาวยิงรายนี้ได้จนทำให้พลาดได้ตัวดาวยิงชาวนอร์เวย์ไปอย่างน่าเสียดาย ทว่าอีกด้านหนึ่งมิโน่ ไรโอล่าเอเยนต์ส่วนตัวของฮาแลนด์กลับออกมาโต้แย้งว่าความผิดหวังในครั้งนี้ไม่ความผิดของเค้าเลยแม้แต่น้อย แต่เป็นตัวนักเตะเองที่ไม่ปรารถนาที่จะย้ายไปร่วมทีมเองล้วนๆ

“ ใครๆก็รู้ว่าดีลของฮาแลนด์เป็นดีลที่จับตามองที่สุดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ยูไนเต็ดก็เป็นสโมสรแรกๆที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา แต่สุดท้ายฮาแลนด์เป็นคนตัดสินใจว่าอะไรดีที่สุดสำหรับเค้า หน้าที่ของผมคืออำนวยความสะดวกให้นักเตะในดูแลเลือกทำสัญญากับสิ่งที่พวกเค้าคิดว่าใช่ และเราแฮปปี้ที่ดีลกับดอร์ทมุนด์จบลงด้วยดี ”

ไรโอล่า บอกฮาเเลนด์ต้องการไปเล่นที่เยอรมันเอง

“ ในฐานะที่คุณพลาดสิ่งที่คุณต้องการ คุณอาจเรียกร้อง คุณอาจมองหาใครซักคนที่จะรับผิดชอบมัน มันเป็นเรื่องธรรมชาติ แม้ผมจะผิดหวังมากที่แมนยูฯตีความเรื่องนี้ไปอย่างนั้น แต่ความจริงคือระหว่างการพูดคุยกับเอ็ด วู้ดเวิร์ด(รองประธานสโมสรแมนยูฯ)มันเป็นไปได้ด้วยดี มันไม่มีความขัดแย้งใดๆในช่วงเวลานั้นเลย อีกทั้งฮาแลนด์ยังได้คุยกับพวกเค้าเป็นทีมแรกด้วยซ้ำ แต่ก็อย่างที่ผมพูดไปแล้วฮาแลนด์เลือกเองว่าต้องการไปเล่นในเยอรมัน แล้วผมจะไปทำอะไรได้ ” ไรโอล่านายหน้าจอมแสบกล่าวอย่างหน้าตาเฉย

สื่อผู้ดีสับแหลก วู้ดเวิร์ด ห่วยเองทำผีชวดแข้งดังคนแล้วคนเล่า

นอกจากคำให้การของไรโอล่าจะชี้ไปว่าเป็นแมนยูฯเองที่เดินหมากเจรจาอย่างผิดพลาดแล้ว สื่อในอังกฤษต่างก็โจมตีการทำงานของเอ็ด วู้ดเวิร์ดรองประธานบริหารของผีแดงอย่างหนักเช่นกัน

ก่อนหน้านี้แมนยูฯก็เป็นฝ่ายตามจีบทาคูมิ มินามิโนะแข้งเนื้อหอมอีกรายของเรดบูล ซัลบวร์กเช่นกันแต่ในที่สุดพวกเค้าก็โดนลิเวอร์พูลที่ตามหลังมาแท้ๆแต่กลับปาดหน้าเซ็นสัญญากับมินามิโนะไปได้อย่างหน้าตาเฉย แล้วถัดมาไม่นานพวกเค้าก็โดยเสือเหลืองทำให้เจ็บช้ำในลักษณะเดียวกัน โดยพวกเค้ามองว่าปีศาจแดงอ่อนเชิงในการเจรจาซื้อขายจนทำให้กว่าจะเซ็นสัญญากับนักเตะใหม่ซักรายต้องลุ้นกันเหนื่อยเหลือเกิน และกลายเป็นเปิดโอกาสให้สโมสรอื่นๆแย่งแข้งเป้าหมายไปก่อนอย่างน่าเสียดายนั่นเอง

 

 

อาร์เซนอล อาจไม่สามารถกลับไปสู่ความยิงใหญ่ได้อีกแล้วก็เป็นได้

อาร์เซนอล

หลังจากได้เห็นผลงานของอาร์เซนอลในช่วงสองปีหลังมาตลอดก็ค่อนข้างชัดเจนว่าพวกเค้าถดถอยลงไปกว่าในยุคของเวนเกอร์อยู่หลายช่วงตัว นั่นเพราะอูไน เอเมรี่ไม่เก๋าพอที่จะแบกข้อจำกัดต่างๆเหมือนที่เวนเกอร์เคยทำได้ มีอย่างที่ไหนตัวดีๆขายเอาเงิน แล้วก็ซื้อนักเตะเกรดรองๆมาปั้นใหม่ นี่คือสิ่งที่เวนเกอร์ทำซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับทีมมาตลอดหลายสิบปี

วังวงดังกล่าวไม่ได้เพิ่มแค่ความยากในการบริหารจัดการทีมเท่านั้น แต่ในแง่ของนักเตะมันทำให้สโมสรไม่สามารถเหนี่ยวรั้งนักเตะให้รอประสบความสำเร็จไปพร้อมกับสโมสรได้เลยเลยนับตั้งแต่หมดยุคไร้พ่าย โรบิน ฟาน เพอร์ซี่,เอ็มมานูเอล อเดบายอร์,ซามี่ นาสรี่,เชส ฟาเบรกาส,อเล็กซิส ซานเชส หรือแม้แต่ปิแอร์ โอเมริค โอบาเมยองก็กำลังมีข่าวว่าไม่ยอมต่อสัญญาฉบับใหม่ เพราะนักเตะเหล่านี้ทราบดีว่าอาร์เซนอลห่วงแค่เรื่องเงินทองเท่านั้น พวกเค้าไม่สนใจว่าจะปล่อยนักเตะดีให้กับคู่แข่งลุ้นแชมป์โดยตรง หรือทีมไหนๆ นั่นทำให้นักเตะที่มีเก่งพอก็มักจะแวะมาค้าแข้งให้มีชื่อแล้วก็ย้ายไปประสบความสำเร็จกับทีมอื่นๆ

แต่ ณ เวลานี้อาร์เซนอลกำลังพบวิกฤตการณ์ครั้งใหม่เมื่อพวกเค้าไม่เหลือนักเตะที่จะแบกทีมได้อีกต่อไปแล้ว ในขณะที่กุนซือที่จะปั้นนักเตะให้เปล่งรัศมีกว่าเดิมก็ไม่มีในมือ ทำให้มีโอกาสสูงเหลือเกินที่จะไม่ได้ตั๋วไปเตะถ้วยยุโรปเมื่อทั้งแมนยูฯ และสเปอร์สที่ฟอร์มแย่มาพร้อมๆกันในช่วงต้นฤดูกาลต่างกลับไปเกาะกลุ่มท็อปซิกซ์กันได้หมดแล้ว

อาร์เซนอล ไม่กระตือลือล้นเรื่องผู้จัดการทีมคนใหม่แม้ผลงานสุดห่วย

ที่เลวร้ายกว่าคือบอร์ดบริหารของอาร์เซนอลดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจกับความตกต่ำของผลงาน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้อูไน เอเมรี่ปู้ยี่ปู้ยำทีมจนหมดสภาพ ชนิดที่กว่าจะแยกทางกันไปนักเตะก็แทบไม่เหลือความมั่นใจอีกแล้ว แต่ซ้ำร้ายคือเมื่อไล่ผู้จัดการทีมจอมหายนะออกไปแทนที่จะหาผู้จัดการทีมคนใหม่เข้ามาโดยเร็ว ก็กลับกลายเป็นการทิ้งระเบิดไว้ให้กับกุนซือชั่วคราวอย่างเฟรดริก ลุงเบิร์กอีกต่างหาก เมื่อสโมสรยังคงใจเย็นเหมือนกันหยั่งเชิงว่าถ้าลุงเบิร์กทำงานได้ดีก็จะให้โอกาสทำงานต่อไป ซึ่งก็เข้าเหลี่ยมเดิมคือผลงานไม่ว่าแต่ไม่อยากเสียเงินจ้างผู้จัดการทีมคนใหม่ จนลืมมองไปว่าเวลานี้ทีมปืนใหญ่เพิ่งจะมีคะแนนห่างจากโซนตกชั้นเพียงแค่7คะแนน

เบิร์นลี่ย์ หวั่นใจแม็คนีลฟอร์มเด่นจนอาจอยู่ช่วยทีมได้ไม่นาน

เบิร์นลี่ย์

หลายคนคงพอคุ้นชื่อเบิร์นลี่ย์กันพอสมควร นี่คือสโมสรที่เลื่อนชั้นขึ้นสู่พรีเมียร์ลีกในปี2016 โดยไร้ซื้อแข้งดาวดังในทีมแต่ก็สามารถรอดพ้นการตกชั้นได้เรื่อยมา กระทั่งในเวลานี้(ฤดูกาล2019/20)พวกเค้าก็ทำแต้มได้ในระดับปลอดภัยเมื่อมีคะแนนเหนือโซนตกชั้นถึง6แต้ม ทว่าฌอน ไดซ์นายใหญ่เบิร์นลี่ย์กลับกำลังหนักใจเนื่องจากดไวท์ แม็คนีลปีกดาวรุ่งชักจะผลงานดีเกินหน้าเกินตาจนอาจทำให้ให้แมนยูฯยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อหวังดึงตัวกลับไปใช้งาน

 ดไวท์ แม็คนีลปีกลงประจำการริมเส้นให้กับเบิร์นลี่ย์ไปแล้ว17นัด(ยิงได้1ประตู)พร้อมกับแอสซิสต์ไปแล้วถึง4ครั้ง กลายเป็นผู้เล่นที่ทำทางให้เพื่อนสูงสุดอยู่ในเวลานี้  “ ดไวท์เป็นนักเตะที่มีอนาคต เค้าทำงานหนักมาตลอดกระทั่งมันออกดอกออกผลเป็นผลงานที่พัฒนาไปข้างหน้าแบบก้าวกระโดด เราพอใจกับเรื่องนี้ แต่แน่นอนมันย่อมตามมาด้วยความสนใจจากสโมสรอื่นๆที่เบิร์นลี่ย์ต้องหาทางรับมือ ” ฌอน ไดซ์เผยถึงความกังวลต่อความร้อนแรงของลูกทีม

โดยดไวท์ แม็คนีลเคยอยู่กับอะคาเดมี่ของแมนยูฯมาก่อน แล้วจึงได้โยกมาเป็นแข้งเยาวชนของเบิร์นลี่ย์ในปี2014 ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ในอีก3ปีต่อมาด้วยวัยเพียง 18 ปี แล้วด้วยลีลาการลากเลื้อยที่น่าประทับใจในช่วงหลังก็ทำให้มีข่าวว่าปีศาจแดงอาจยอมทุ่มเงินกว่า30ล้านปอนด์เพื่อดึงตัวอดีตเด็กปั้นรายนี้กลับไปใช้งานอีกครั้ง

ฌอนไดซ์ชูเจ้าหนูแม็คนีลปีก เบิร์นลี่ย์ ฝีเท้าแซงหน้าช่วงวัยไปเรียบร้อยแล้ว

ฌอน ไดซ์ผู้ซึ่งเห็นพัฒนาการของแม็คนีลมาตลอดหลายปีได้เปิดเผยถึงเหตุผลสำคัญที่ทำให้ปีกวัย20กะรัตกลายเป็นผู้เล่นเนื้อหอมอย่างเช่นทุกวันนี้ “ ดไวท์เป็นเด็กหนุ่มหัวไว ผมไม่ได้จ้ำจี้จ้ำไชเค้ามาก เค้ารู้ด้วยสัญชาตญาณว่าต้องทำยังไงในสนาม ในความเห็นผมดไวท์เล่นเหมือนนักเตะที่ผ่านเกมพรีเมียร์ลีกมาแล้วซัก100นัด ผมไม่แปลกใจเลยทำไมทั้งยูไนเต็ด และ(แอสตัน)วิลล่าจึงให้ความสนใจในตัวเค้า ”

อย่างไรก็ตามเทรนเนอร์วัย48ปีก็ยังคงมั่นใจว่า ดไวท์ แม็คนีลจะยังไม่เลือกคิดย้ายหนีเบิร์นลี่ย์ในตอนนี้ “ เค้าทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง เค้าเป็นนักเตะประเภทยอมทำงานหนักเพื่อทีม ผมมั่นใจเหลือเกินว่าดไวท์จะพัฒนาได้ไกลกว่านี้อีกมาก อีกทั้งเรายังมั่นใจเต็มร้อยว่าเค้าจะอยู่กับทีมต่อไป ดไวท์เป็นเด็กฉลาดและซื่อสัตย์ เราสนิทสนมกันมานาน ผมยกย่องทั้งในแง่ฝีเท้าและความเป็นลูกผู้ชายของเค้า ”

เกอิต้า ต้องมุ่งมั่นกว่านี้หากหวังแจ้งเกิดกับหงส์บาร์นส์กล่าว

เกอิต้า

ก่อนหน้าที่นาบี้ เกอิต้าจะก้าวเข้ามาเป็นสมาชิกของลิเวอร์พูล เจ้าตัวถูกจับตามองว่าอาจขึ้นมาเป็นกองกลางระดับแถวหน้าของลีกเยอรมัน(ก่อนหน้านั้นเล่นให้แอร์เบ ไลป์ซิกในศึกบุนเดสลีก้า) ทำให้ชาวเดอะค็อปคาดหวังว่าเจ้าตัวจะก้าวขึ้นมาเป็นจอมทัพตัวหลักในแดนกลาง แต่เอาเข้าจริงหลังผ่านไปสองซีซั่นเกอิต้าก็ยังคงเป็นเพียงแข้งอะไหล่ของทีมหงส์แดงเท่านั้น ซึ่งจอห์น บาร์นส์ดาวยิงรุ่นใหญ่ก็ได้ออกมากระตุ้นให้เกอิต้าให้เรียกฟอร์มเก่งกลับมาในช่วงนี้ให้จงได้

ในช่วงนี้ลิเวอร์พูลเริ่มประสบปัญหากับตำแหน่งผู้เล่นในแดนกลางเมื่อตัวหลักอย่างฟาบินโญ่ และจอจินโญ่ ไวนัลดุมต่างได้รับบาดเจ็บด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งน่าจะเป็นโอกาสที่เกอิต้าจะได้ลงเล่นมากขึ้น “ นาบี้ไม่ได้รับโอกาสลงเล่นมากนัก เค้าอายุยังน้อยและยังสร้างความแตกต่างให้ทีมได้อีกมาก แต่ตอนนี้โอกาสของเค้ามาถึงแล้วเมื่อทั้งไวนัลดุม และฟาบินโญ่ต่างไม่พร้อมลงสนาม นาบี้น่าจะได้ลงเล่นมากขึ้นแต่เค้าต้องฉวยโอกาสนี้ไว้ให้ได้ เค้าต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ ”

“ เจอร์เกน คล็อปป์เป็นผู้จัดการทีมที่เน้นสร้างกลุ่มผู้เล่นที่แข็งแกร่ง นั่นคือเหตุผลที่นาบี้ยังอยู่ในทีม ผมคิดว่าช่วงเวลาที่เค้าจะเจิดจรัสกับลิเวอร์พูลใกล้มาถึงแล้ว ” จอห์น บาร์นส์กล่าวอย่างมั่นใจ

เกอิต้า อ้อนลิเวอร์พูลขอปักหลักช่วยงานช่วงบ็อกซิ่งเดย์เอง

ที่แล้วมานาบี้ เกอิต้ามักประสบอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่บ่อยครั้ง แต่ระยะหลังเจ้าตัวก็กลับมาฟิตสมบูรณ์ได้พักใหญ่แล้ว ทำให้ซีซั่นนี้เจ้าตัวลงเล่นไปแล้ว10นัดยิงได้2ประตู และเจ้าตัวก็พร้อมแล้วที่จะช่วยลิเวอร์พูลในช่วงลงเตะแบบถี่ยิบช่วงบ็อกซิ่งเดย์

“ ผมพร้อมแน่นอน ลิเวอร์พูลกำลังฟอร์มร้อนแรงผมยังแอบน้อยใจนิดๆที่ได้มีส่วนร่วมในสนามไม่มากพอ แล้วช่วงนี้เรากำลังอยู่ในช่วงสำคัญมากๆ เรามีประสบการณ์จากปีก่อน นักเตะทุกคนต่างรู้ดีว่าต้องมุ่งมั่นให้มากกว่าเดิมถ้าเราอยากประสบความสำเร็จ และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น บ็อกซิ่งเดย์คือช่วงที่เราต้องลงเตะแบบถี่ยิบ และผมพร้อมที่จะช่วยทีมให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ”

“ เราทุกคนโฟกัสแค่อยากลงเล่นให้สนุกและช่วยทีมให้ประสบความสำเร็จให้ได้ ผมเพียงแต่เต็มที่กับโอกาสที่ผมจะได้รับ ตอนนี้ผมหวังว่าเราจะได้แชมป์สโมสรโลก เราหวังจะใช้ถ้วยใบนี้เป็นการเติมความมั่นใจเพื่อที่จะได้ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้งในบั้นปลาย ” มิดฟิลด์วัย24ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น

เมอร์ฟี่ ชี้เพียงแมนยูกล้าทุ่มเงินเมดดิสันก็คงไม่พ้นเงื้อมมือ

เมอร์ฟี่

แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดตกเป็นข่าวว่าต้องการได้ตัวเจมส์ เมดดิสันอย่างหนักในช่วงหลัง แม้ว่าทีมต้นสังกัดอย่างเลสเตอร์ซิตี้จะประกาศจุดยืนว่าไม่พร้อมปล่อยตัว ทว่าแดนนี่ เมอร์ฟี่อดีตมิดฟิลด์หงส์แดงกลับออกมาแนะนำให้ทีมคู่ปรับตลอดกาลยอมทุ่มค่าตัวในระดับ60ล้านปอนด์ขึ้นไปก็น่าจะสามารถได้ตัวนักเตะมาครอบครองสมใจ

เมอร์ฟี่ ไม่คิดว่าเลสเตอร์จะรั้งเมดดิสันได้ถ้าเงินถึง

เจมส์ เมดดิสัน ถูกประเมินค่าตัวไว้ที่ไม่ต่ำกว่า60ล้านปอนด์ถึงแม้ว่าจะเป็นเงินก้อนใหญ่มิใช่น้อยแต่แดนนี่ เมอร์พี่ก็ออกเสียงสนันสนุนว่าตัวเลขดังกล่าวก็แลดูคู่ควรกับศักยภาพของนักเตะในเวลานี้ “ ถึงผมจะไม่ใช่แฟนบอลยูไนเต็ด แต่ก็ยอมรับว่าพวกเค้าเป็นทีมมีชื่อ ดังนั้นการที่ยูไนเต็ดแสดงความสนในตัวเมดดิสันอย่างออกหน้าออกตาย่อมทำให้นักเตะหวั่นไหวอย่างแน่นอน ผมไม่คิดว่าเลสเตอร์จะเหนี่ยวรั้งนักเตะไว้ได้หรอก มันก็เหมือนกับดีลของแฮรี่ แม็คไกวร์ ที่สุดท้ายก็ย้ายออกด้วยค่าตัว80ล้านปอนด์ ”

     โดยเจมส์ เมดดิสันลงเล่นให้เลสเตอร์ซิตี้ในปีนี้ไปแล้วถึง18นัดยิงได้7ประตูพร้อมทำทางให้เพื่อนอีก3แอสซิสต์ ด้วยฟอร์มการเล่นที่สุดสะเด่าก็ทำให้เจ้าตัวถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

จิ้งจอกสยาม หวังมัดใจเมดดิสันด้วยการอัพค่าเหนื่อยแพงสุดของสโมสร

ท่ามกลางกระแสที่อาจต้องเสียดาวเตะคนสำคัญออกไปจากทีมแทบทุกเมื่อก็ทำให้เลสเตอร์ซิตี้คิดหาทางที่จะป้องกันปัญหาเรื่องเสียแต่เนิ่นๆ แล้วก็ไม่มีอะไรจะเหมาะสมไปกว่าการจับเจมส์ เมดดิสันต่อสัญญาฉบับใหม่ด้วยค่าเหนื่อยที่มากกว่าเดิม

ปัจจุบันเจมส์ เมดดิสันมีสัญญาในถิ่นคิงส์พาวเวอร์สถึงปี2023 พร้อมรับค่าเหนื่อยที่55,000ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ด้วยผลงานที่โดดเด่นมากในช่วงสองปีหลังทำให้เลสเตอร์ซิตี้ต้องการจะเพิ่มค่าเหนื่อยให้กับกองกลางหมายเลข10รายนี้ ด้วยการเพิ่มค่าเหนื่อยขึ้นถึงเกือบสามเท่าที่150,000ปอนด์ต่อวีก ซึ่งนั่นจะทำให้เมดดิสันรั้งตำแหน่งนักเตะที่ได้รับค่าเหนื่อยสูงสุดของสโมสรโดยทันที เนื่องจากเจ้าของสถิติเดิมคือเจมี่ วาร์ดี้ที่รับค่าเหนื่อยที่สัปดาห์ละ140,000ปอนด์ต่อสัปดาห์

สื่อในอังกฤษยังได้วิเคราะห์กันอีกว่าท่าทีที่เลสเตอร์ยอมเพิ่มค่าเหนื่อยให้กับกองกลางวัย23กะรัตมากมายขนาดนี้ก็เนื่องจากว่าพวกเค้าต้องการใส่เงื่อนไขค่าฉีกสัญญาให้มากกว่าเดิม(ราว135ล้านปอนด์)เพื่อการันตีความสบายใจว่าหากวันใดที่เลสเตอร์ซิตี้จะต้องเสียตัวเจมส์ เมดดิสันออกไปจากทีมจริงๆแล้วละก็พวกเค้าได้รับเงินก้อนใหญ่เพียงพอที่จะหาใครซักคนมาทดแทนได้นั่นเอง

เอฟเวอร์ตัน เชิดชูคนสำคัญจับริชาร์ลิซอนขยายสัญญายาว5ปี

เอฟเวอร์ตัน

แม้ว่าเอฟเวอร์ตันยังไม่อาจแน่ใจเหมือนกันจะอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกในซีซั่นหน้าหรือไม่ ทว่าทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินก็ยังคงให้ความสำคัญกับแนวรุกอย่างริชาร์ลิซอนจนจับนักเตะต่อสัญญายาวไปถึงปี2024เป็นที่เรียบร้อย

ปัจจุบันทีมดังแห่งเมอร์ซี่ไซต์ยังคงต้องโกยแต้มเพื่อหนีโซนตกชั้นเนื่องจากอันดับปัจจุบันของพวกเค้ายังอยู่ที่อันดับ18(ตกชั้นอันดับ18-20)แต่ที่ผ่านมาดาวยิงชาวแซมบ้าก็ยังคงได้ลงสนามอย่างต่อเนื่องพร้อมกับทำสกอร์ไปแล้ว6ประตูในซีซั่นนี้(รวมทุกรายการ)จนทำให้บอร์ดบริหารต้องรีบดำเนินการมัดใจกับริชาร์ลิซอนไว้แต่เนิ่นๆ “ การได้ยินแฟนบอลร้องเพลงให้เป็นสิ่งที่น่าประทับใจแบบสุดๆ ผมมาจากฟุตบอลในวัฒนธรรมที่ต่างออกไป สิ่งเหล่านี้มันย้ำเตือนให้ผมต้องการนำสิ่งดีๆมาสู่ทีม ผมขอให้สัญญาว่าจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อนำความสำเร็จมาสู่สโมสร ” ดาวยิงวัย22กะรัตให้คำมั่น

อีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ริชาร์ลิซอนได้สัญญาใหม่เร็วกว่ากำหนด(ทั้งที่เพิ่งย้ายมาเอฟเวอร์ตันได้ไม่ครบสองปีเต็ม)ก็เนื่องจากผลงานอันสุดแจ่มเมื่อซีซั่นที่แล้วที่เจ้าตัวซัดรวมกัน14ประตูจากการลงสนาม38เกม นำพาให้ริชาร์ลิซอนมีข่าวว่าได้รับความสนใจจากทีมคู่แข่งร่วมเมืองอย่างลิเวอร์พูลนั่นเอง

ลิชาร์ลิซอนอ้อนหนัก เอฟเวอร์ตัน ไว้วางใจจนไม่อาจปันใจเป็นอื่น

หลังจากได้สัญญาฉบับใหม่เป็นเวลา5ปีลิชาร์ลิซอนก็ได้ออกมาเผยถึงความในใจสำหรับการวางอนาคตไว้ในถิ่นกูดิสันปาร์คต่อไป “ การลงเล่นฟุตบอลลีกที่กินเวลานานหลายเดือน ทำให้คุณต้องรับมือคำวิจารณ์ในทุกรูปแบบ แต่ที่เอฟเวอร์ตันผมได้รับความไว้วางใจ เรามีช่วงเวลาที่เปราะบางแต่สโมสรก็ยังให้ความสำคัญกับผม มันทำให้ผมรู้สึกว่าที่นี่คือสโมสรที่ผมจะฝากอนาคตไว้ได้ ผมอยากเล่นให้เอฟเวอร์ตันให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ”

ถึงริชาร์ลิซอนจะมีดีกรีเป็นถึงนักเตะทีมชาติบราซิลแต่เจ้าตัวก็ยอมรับว่าพรีเมียร์ลีกนั้นเป็นลีกการแข่งขันที่แข็งแกร่งกว่าลีกฟุตบอลในบ้านเกิด “ ประสบการณ์การค้าแข้งในอังกฤษเป็นสิ่งเหลือเชื่อ ผมได้ยินคำร่ำลือมานานว่าพรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ดีที่สุด วันนี้ผมได้อยู่ที่นี่ ได้เห็นฟุตบอลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยมนตร์สเน่ห์ และที่สำคัญเอฟเวอร์ตันทำให้ผมได้มายืนตรงจุดนี้ นั่นเป็นอีกเหตุผลที่ผมต้องการใช้เวลานับจากนี้ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปกับสโมสร ” ริชาร์ลิซอนกล่าวอย่างมุ่งมั่น