โรม่า แอบเหล่โอลิวิเย่ร์เอ็นชามมิดฟิลด์ฟอร์มเทพของเซลติก

โรม่า

โรม่าทีมอันดับ5ในตารางกัลโช่เซเรียอาได้วางแผนที่จะเสริมทัพอีกครั้งในช่วงปีใหม่โดยมีแข้งเป้าหมาย คือ โอลิวิเย่ร์ เอ็นชามกองกลางตัวชูโรงของกลาสโกส์ เซลติก

โอลิวิเย่ร์ เอ็นชามเป็นผลผลิตจากอะคาเดมี่ของแมนซิตี้ ที่ทัพม้าลายเขียวขาวดึงตัวมาใช้งานในปี2017(ในยุคของกุนซือแบรนดอน ร็อดเจอร์ส)จากนั้นเอ็นชามก็กลายเป็นแข้งหลักของเซลติกมาโดยตลอด ส่งผลให้เอ็นชามที่มีอายุเพียง23ปีแต่กลับรับให้เซลติกไปแล้วกว่า105นัดยิงได้19ประตูและทำทางอีก10แอสซิสต์ มิหนำซ้ำเอ็นชามยังเคยมีประสบการลงสนามในอิตาลี่มาแล้วอีกต่างหาก เนื่องจากเจ้าตัวเคยย้ายมาเล่นกับเจนัว(ยืมตัว)มาแล้วถึงสองปี ทำให้โรม่าเชื่อมั่นเหลือเกินว่าเอ็นชามน่าจะแจ้งเกิดในศึกกัลโช่ เซเรียอาได้อย่างแน่นอน

เอ็นชามเนื้อหอมมีหลายทีมสนใจ โรม่า อาจลุ้นเหนื่อย

แม้ว่าโอลิวิเย่ร์ เอ็นชามจะยังมีสัญญาอยู่กับเซลติกกระทั้ง30มิถุนายน2022 แต่หากมีข้อเสนอเข้ามาที่10ล้านปอนด์ขึ้นไปเชื่อว่าทีมดังแดนสก็อตน่าจะยอมตกลงด้วย ทว่าโรม่าคงต้องลุ้นเหนื่อยเช่นกันกับดีลนี้เพราะยังมีทั้งบาเลนเซีย,โอลิมปิค มาร์กเซยและสปอติ้ง ลิสบอนที่ให้ความสนใจในตัวมิดฟิลด์รายนี้เช่นกัน

เลนนอนไม่คิดขาย เอ็นชาม อยากเก็บไว้ช่วยทำศึกยูโรป้าลีกส์ก่อน

แต่ดูเหมือนเซลติกจะยังไม่ยอมปล่อยตัวโอลิวิเย่ร์ เอ็นชามง่ายๆ เนื่องจากพวกเค้าเพิ่งทำคะแนนผ่านเข้าไปเล่นรอบน็อคเอาท์ในรายการยูโรป้าลีกส์ได้สำเร็จ(แม้จะยังเหลือเกมรอบแบ่งกลุ่มอีก2นัด) ทำให้นีล เลนนอนนายใหญ่ทัพม้าลายเขียวขาวต้องการที่จะเก็บมิดฟิลด์ชาวฝรั่งเศสไว้ช่วยงานต่อ

“ โอลิวิเย่ร์เป็นเด็กหนุ่มที่ทรงพลัง เค้ามีคาแรกเตอร์เฉพาะตัว ผมชื่นชอบในความดุดันของเค้า เค้าจะกลายเป็นกำลังสำคัญของเซลติกในไม่ช้า ผมมั่นใจเช่นนั้น ” นีล เลนนอนกล่าวชื่นชมเอ็มชามอย่างออกนอกหน้า

โดยโอลิวิเย่ร์ เอ็นชามสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางและมิดฟิลด์ตัวรุก ซึ่งเลนนอนเองก็ยอมรับว่าเอ็นชามโดดเด่นอย่างมากเมื่อได้เล่นในตำแหน่งตัวรุก “ เอ็มชามทำได้ดีเมื่อถูกส่งไปเล่นในแดนบน เรายังมีโปรแกรมยูโรป้าลีกส์รอบต่อไปรออยู่ ผมหวังว่าโอลิวิเย่ร์จะช่วยให้เราผ่านเข้ารอบไปต่อไปได้สำเร็จ ” นีล เลนนอนเทรนเนอร์วัย48ปีกล่าวอย่างมีความหวัง

อาซาร์ รับย้ายทีมเพราะไม่ปลื้มกับตารางฝึกซ้อมของเชลซี

อาซาร์

เชลซีที่ปัจจุบันรั้งอันดับ4ในตารางพรีเมียร์ลีกนั้นล้วนเต็มไปด้วยแข้งดาวรุ่งที่แฟรงค์ แลมพาดคอยผลักดัน ไม่ว่าจะเป็น เมสัน เม้าท์,โทนี่ อับบราฮัม หรือคัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย แม้จะมีนักเตะความหวังใหม่อยู่เต็มทีม แต่ก็มีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยที่ยังอาลัยอาวรณ์กับการจากไปของเอแด็น อาซาร์อยู่ดี อย่างไรก็ดีล่าสุดอดีตขวัญใจสิงห์บลูได้ออกมาเปิดเผยถึงความในใจที่ทำให้ตัดสินใจอำลาทีม ซึ่งเหตุผลที่เจ้าตัวอ้างนั้นสร้างความตกใจสาวกเดอะบลูส์เป็นอย่างมาก

“ ช่วง2-3ปีหลัง ตารางการซ้อมเชลซีทำให้ผมรู้สึกเบื่อเอามากๆ มันอาจจะเป็นสไตล์ของโค้ชอิตาเลี่ยน(ทั้งคอนเต้ และซารี่)เราถูกสั่งให้ใช้เวลาอยู่กับบอลเยอะมาก ซึ่งมันไม่สนุกเอาเสียเลย เราต้องทำอะไรเดิมๆซ้ำไปซ้ำมา มันอาจฟังดูแย่หน่อยนะแต่มันทำให้ผมขี้เกียจซ้อมเอามากๆเลยละ ” อาซาร์เผยถึงความรู้สึกไม่ประทับใจกับตารางฝึกซ้อมอันหนักหน่วงของเชลซี ซึ่งก็สอดคล้องกับที่ก่อนหน้าที่จอห์น โอบี มิเกลอดีตมิดฟิลด์ตัวรับของเชลซีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ก่อนหน้าว่าอาซาร์มักไม่ค่อยเต็มร้อยในการซ้อมเท่าไรนัก

นอกจากนี้กองกลางชาวเบลเยี่ยมยังได้เผยว่าซีนาดีน ซีดานกุนซือรีล มาดริดได้ถูกทาบทามตนตั้งแต่ครั้งทำศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี2016ที่โปรตุเกสแล้ว “ ผมได้มีโอกาสพบกับซีดาน(บังเอิญ)ในชิงแชมป์ยูโร2016 เค้าบอกถึงความพิเศษของเบอร์นาบิวพร้อมทั้งยืนยันว่าหากผมได้ไปเล่นที่นั่นผมจะต้องประทับใจแน่ แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ วันนี้ผมได้เห็นกับตาตัวเองแล้วเบอร์นาบิวมีบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน ”

อาซาร์ รับซีดานเป็นมากกว่าเจ้านายสุดปลื้มที่ได้ร่วมงานด้วย

ปัจจุบันอาซาร์ย้ายมาสังกัดรีล มาดริดเป็นที่เรียบร้อยทั้งยังกลายเป็นผู้เล่นตัวหลักของซีนาดีน ซีดานอีกต่างหากโดยมีหลักฐานสำคัญคือการได้รับโอกาสลงสนามกับทีมราชันย์ชุดขาวไปแล้วกว่า984นาที(คิดเป็น13นัดจากทุกรายการ)

“ ซีดานเป็นฮีโร่ของผมตั้งแต่สมัยเด็ก เค้ามีความหมายต่อผมมาก ผมเป็นปลื้มมากที่ได้เล่นฟุตบอลภายใต้การทำทีมของซีดาน ”

“ ซีดานให้อิสระกับนักเตะอย่างมาก สมัยค้าแข้งเค้าเหมือนศิลปิน วันนี้ซีดานหันรับงานผู้จัดการทีมเค้าก็ยังคงเป็นเช่นนั้น ซีดานไม่ได้มุ่งเน้นรายละเอียดคู่แข่งแต่มักจะกระตุ้นทัศนคติและอารมณ์ร่วมให้กับพวกเรามากกว่า ซึ่งผมแฮปปี้กับมันนะ มันทำให้ผมใช้สัญชาตญาณในสนามมากขึ้น ” อาซาร์กล่าวถึงความประทับใจหลังจากที่ได้มาร่วมงานกับรีล มาดริด

รอยคีน เชียร์ออกนอกหน้าดีแคนไรซ์คือจิ๊กซอชิ้นต่อไปของปีศาจแดง

รอยคีน

แม้ว่าในช่วง2-3นัดหลังสุด สก็อต แม็คโทมิเน่ย์ และเฟร็ดจะจับคู่เป็นมิดฟิลด์ตัวตัดเกมได้อย่างน่าประทับใจมากขึ้น ทว่าในสายตาของรุ่นพี่อย่างรอย คีนแล้วถือว่ายังไม่ดีพอ จนอดีตกัปตันผีแดงต้องออกโรงมารบเร้าให้ทีมอสูรแดงดึงตัวดีแคน ไรซ์มาช่วยตัดเกม โดยคีนมองว่าฝีเท้าของนักเตะในเวลานี้ไม่คู่ควรที่จะจับเจ่าอยู่กับเวสต์แฮมอีกต่อไป

รอย คีนผู้ซึ่งเคยยืนปักหลักตัดเกมในแผงกลางให้แมนยูฯในยุค90มองว่าตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับนั้นเป็นจุดอ่อนมาโดยตลอดจำเป็นอย่างที่ยิ่งที่จะหาใครซักคนมารับบทบาทนี้ “ กองกลางตัวต่ำของเรา(แมนยูฯ)ยังคงมีปัญหา โซลชาไม่มีนักเตะที่เป็นมิดฟิลด์ตัวรับโดยธรรมชาติให้เลือกมากนัก นั่นทำให้ทีมขาดสมดุล ฉะนั้นหากจะหาจุดที่ต้องปรับปรุงในช่วงตลาดซื้อขายเดือนมกราคม ดีแคน(ไรซ์)ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างมากเลยเชียวละ ”

เป็นที่คาดการกันว่าหากต้องการให้ทีมขุนค้อนจะยอมปล่อยตัวกองกลางวัย20ปีรายนี้แมนยูฯจำเป็นที่จะต้องยื่นข้อเสนอที่ไม่ต่ำกว่า80ล้านปอนด์ ซึ่งรอย คีนยืนยันหนักแน่นว่าฝีเท้าของอดีตดาวรุ่งชาวไอริส(เลือกเล่นทีมชาติชุดใหญ่กับอังกฤษแทน)จะคุ้มค่ากับเม็ดเงินมหาศาลอย่างแน่นอน“ ดีแคนเป็นผู้เล่นที่ทรงพลัง อ่านเกมได้ดี ค่าเฉลี่ยในการแย่งบอลของเค้าสูงมาก นั่นเพราะเค้ามีความชาญฉลาด ค่าตัวที่ร่ำลือกันไม่ได้เวอร์เกินไปหรอก ฝีเท้าของดีแคนเด่นเกินวัย จนดูเหมือนว่าเวลาของเค้ากับเวสต์แฮมใกล้หมดลงแล้ว ” รอย คีนชมดาวรุ่งรายนี้อย่างไม่ขาดปาก

ไรซ์มีทัศนคติดีเยี่ยมนี่คือจุดแข็งที่ผีได้ประโยชน์ รอยคีน ยืนยัน

ดีแคน ไรซ์ติดทีมชาติอังกฤษไปแล้วกว่า7เกมกลายเป็นหนึ่งในตัวหลักที่น่าจะมีชื่อติดทีมไปเตะในศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปในช่วงกลางปีหน้าอย่างแน่นอน โดยรอย คีนออกมาชื่นชมว่าทัศนคติของกองกลางรายนี้ช่างยอดเยี่ยม “ ดีแคนมีข่าวกับทีมระดับบิ๊กเนมมาตลอด แต่เค้าไม่เคยหยุดทำงานหนักเลย เค้ามีแต่ดีขึ้นๆในทุกๆวัน นั่นเพราะเค้าเป็นคนที่ไม่เคยพอใจกับอะไรง่ายๆ ต่อให้วันนี้เค้าได้รับคำชมเค้าก็จะยังหยุดพัฒนาตนเอง ทั้งยังมีความขยันไล่แย่งบอลตลอดเกมได้แบบไม่เหนื่อยอีกต่างหาก แถมอายุเค้าก็เพิ่ง20ปียังมีอายุการใช้การได้อีกนานเลยละ ” คีนชื่นชมไรซ์เป็นการทิ้งท้าย

ผีเเดง จะเดินหน้าได้อย่างมั่นใจขึ้นหลังทุบไบร์ทตัน3-1 โซลชากล่าว

ผีเเดง

โอเล่ กุนน่า โซลชานายใหญ่อสูรแดงรู้สึกประทับใจในผลงานลูกทีมเป็นอย่างมากหลังจากแมนยูฯสามารถกลับมาเก็บชัยชนะได้อีกครั้งในเกมล่าสุด พร้อมกันนั้นเทรนเนอร์ชาวนอร์เวย์ยังหวังว่านี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางการกลับมาทำผลงานให้สม่ำเสมอกว่าเดิมหลังจากที่พวกเค้าเริ่มต้นฤดูกาลนี้อย่างไม่ค่อยน่าประทับใจนัก

ปีศาจแดงประสบปัญหาเกมรุกฝืดอย่างหนักในซีซั่นนี้กระทั่งกลับมาเล่นได้อย่างมีชีวิตชีวาขึ้นหลังจากที่เสมอลิเวอร์พูลในศึกแดงเดือด และโซลชาก็หวังว่าชัยชนะเหนือไบร์ทตัน3-1จะเป็นการจุดเปลี่ยนให้ลูกทีมมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น “ ลูกทีมของผมเล่นได้อย่างผ่อนคลายแต่ในแง่เกมรุกแล้วพวกเค้าสร้างสรรค์โอกาสกันได้ดีเอามากๆ มันเป็นสัญญาณที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาร์กซิยาลเค้าทำให้เกมรุกเรามีชีวิตชีวาอย่างมาก น่าเสียดายแทนเค้านิดหน่อยที่เค้าไม่มีชื่อทำประตูในเกมกับไบร์ทตันก็เท่านั้นเอง ”

“ อันดับในตารางเป็นเรื่องที่เราแทบไม่ต้องสนใจหากเรายังเล่นฟุตบอลกันได้สนุกแบบนี้เรื่อยๆ ผมคาดหวังให้พวกเค้ารักษาอารมณ์ร่วมแบบนี้เอาไว้ให้ได้ต่อเนื่องก็พอ ” โซลชากล่าวอย่างสบายใจ

ผีเเดง ผุดไอเดียพานักเตะเปลี่ยนบรรยากาศซ้อมดูไบช่วงเบรกทีมชาติ

นอกจากนี้ในหมู่นักเตะของแมนยูฯเองก็ดูเหมือนจะมีชีวิตชีวามากขึ้น เมื่อพวกเค้ารวมตัวกันเองที่จะไปพักผ่อนกันที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์แต่หาใช่การไปพักผ่อนระหว่างการพักแข้งเท่านั้น เมื่อนักเตะทั้งหลายได้ลงขันกันเพื่อออกค่าใช้จ่ายให้สตาฟฟ์ของปีศาจแดงเพื่อให้ร่วมทริปไปด้วย โดยการเดินทางครั้งนี้พวกเค้าไม่ได้หวังเพียงจะไปพักผ่อนเท่านั้นแต่บรรดานักเตะที่เหลือจากภารกิจทีมชาติจะรวมตัวกันซ้อมกันเบาๆเพื่อรักษาความฟิตไปในตัวอีกด้วย

ในเวลานี้มีนักเตะปีศาจแดงอย่างปอล ป็อกบา,ลุค ชอร์ และเนมานย่า มาติชต่างกำลังเรียกความฟิตอยู่ที่ดูไบก่อนแล้ว ทำให้นักเตะบางส่วนหมายใจจะใช้เวลาพักแข้งจากช่วงเบรกทีมชาติในเดือนพฤศจิกายนนี้รวมตัวกันซ้อมเบาๆเพื่อเป็นการชาร์ตแบตอีกครั้งหลังจากที่กรำศึกหนักมาตลอดนับตั้งแต่เปิดฤดูกาล ทั้งนี้รายงานระบุว่าสตาฟฟ์2คนที่เดินทางมากับนักเตะกลุ่มนี้จะเป็นคนกำหนดตารางการซ้อมรีโคเวอรี่เพื่อรักษาระดับความฟิตให้กับแข้งผีแดงเหล่านี้ตลอดทริปดูไบ กระนั้นก็คาดการว่าไม่ใช่นักเตะทั้งหมดที่เดินทางไปยังดูไบในครั้งนี้ แต่ยังคงเหลือนักเตะบางส่วนที่ยังซ้อมอยู่ที่เดอะคลิฟฟ์(สนามซ้อมของแมนยูฯ)ในช่วงเบรกทีมชาติเช่นกัน

ฮาแลนด์ คนพ่ออ่อยลูกเป็นแฟนเรือใบทั้งฝีเท้าดีพอเตะพรีเมียร์

ฮาแลนด์

เนื่องด้วยเออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์นั้นมีข่าวเชื่อมโยงกับทีมบิ๊กเนมของยุโรปแบบไม่เว้นวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมเต็งอย่างแมนยูฯที่มีผู้จัดการทีมเป็นชาวนอร์เวย์ด้วยกันอย่างโซลชาที่ดูจะมีข่าวลือหนาหูกว่าทีมอื่นๆร้อนจนนักข่าวต้องไปขอความเห็นฮาแลนด์ผู้พ่อว่าอยากให้ลูกชายเลือกทีมใหม่เป็นสโมสรไหนดี?

อัล์ฟ-อิงเก้ ฮาแลนด์พ่อบังเกิดเกล้าของเออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์นั้นเคยค้าแข้งในลีกผู้ดีมาก่อนจึงทำให้เจ้าตัวมองว่าพรีเมียร์ลีกนั้นดูจะเป็นสมรภูมิที่เหมาะกับลูกชายเป็นอย่างมาก “ ภรรยาของผมคลอดเออร์ลิ่งที่เมืองลีดส์นั่นทำให้เราพ่อลูกเป็นแฟนบอลลีดส์ด้วยกันทั้งคู่ รวมไปถึงแมนเชสเตอร์ซิตี้ด้วย นั่นเป็นเรื่องราวตอนเค้ายังเด็กนะมันอาจไม่ได้หมายความว่าเค้าจะเลือกแค่สองทีมนี้เพราะทุกวันนี้พรีเมียร์ลีกพัฒนาไปมาก ช่องว่างของแต่ละทีมมันไม่ได้ผูกขาดแบบสมัยก่อนอีกแล้ว มันทำให้พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่แข็งแกร่งอย่างมาก ซึ่งผมเชื่อมั่นว่าเออร์ลิ่งสามารถลงเล่นที่นั่นได้อย่างสบาย ”

“ ทั้งนี้และทั้งนั้นเราต้องไม่ลืมว่าเค้ายังเป็นนักเตะของซัลบวร์ก และมันก็ยังไม่มีการเจรจากับทีมไหนทั้งนั้น ฉะนั้นความเห็นผมไม่เกี่ยวข้องกับการย้ายทีมของเออร์ลิ่งอย่างแน่นอน เค้าอาจจะปักหลักอยู่ในลีกออสเตรียต่อไปก็ได้ ” ฮาแลนด์คนพ่อในวัย48ปีออกความเห็นถึงลูกชาย

ฮาแลนด์ คนลูกฮอตไม่เลิกบาซ่า,มาดริด,ยูเว่พร้อมร่วมวงล่าตัว

แม้ว่าคนพ่อจะสงวนท่าทีเรื่องย้ายทีมของเออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์ไว้แล้วก็ตาม ทว่าข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็ยังคงมีออกมาชนิดไม่ขาดสาย โดยนอกจากปีศาจแดง แล้วทีมอย่างยูเวนตุส,บาเซโลน่า และรีล มาดริดต่างก็ต้องการที่จะได้ตัวดาวยิงวัย19ปีไปช่วยล่าตาข่ายด้วยกันทั้งสิ้น เนื่องด้วยสถิติการยิง23ประตูจากการลงสนามเพียง17เกมนั้นมันบาดหูบาดตาเสียเหลือเกินนั่นเอง

เออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์เพิ่งจะทุบสถิติใหม่ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อเค้ากดไปแล้ว7ประตูในซีซั่นนี้ ซึ่งนักเตะดาวรุ่งเจ้าของสถิติทำประตูสูงสุดต่อหนึ่งซีซั่นก็คือ ราอูล กอนซาเลส ที่ยิงได้6ประตู ในขณะที่ดาวยิงทีมชาตินอร์เวย์ยิงไปได้มากกว่าถึงหนึ่งประตูทั้งที่เพิ่งลงเล่นในปีนี้ไปเพียง4เกมเท่านั้น จึงมีโอกาสสูงมากที่ฮาแลนด์จะทำสถิติใหม่ที่มากขึ้นไปอีก

เป๊ป เปิดศึกก่อนดวลหงส์โจมตีมาเน่ทำทุกอย่างเพื่อชนะแม้พุ่งล้ม

เป๊ป

หลังจากที่แมนซิตี้ทำท่าว่าจะลดช่องว่างคะแนนจากการไล่ตามลิเวอร์ลงมาได้สำเร็จอยู่ ทว่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บซาดิโอ มาเน่ก็ยังแผลงฤทธิ์สะกิดประตูชัยให้กับทีมหงส์แดงได้ซะอีก เป็นอันทำให้ระยะห่างของแมนซิตี้ยังคงเท่าเดิมที่6คะแนน จนเป็นสิ่งที่สร้างความท้อแท้ใจให้กับเป๊ป กวาร์ดิโอล่าเป็นอย่างมาก ซ้ำยังทำให้กุนซือชาวสเปนต้องประเดิมสงครามประสาทใส่ดาวยิงจอมแสบอย่างซาดิโอ มาเน่ว่าเป็นผู้เล่นที่ทุ่มเทเพื่อลิเวอร์พูลอย่างแท้จริงแม้ว่าจะต้องแลกด้วยการเล่นละครตบตาผู้ตัดสินบ้างก็ตาม

แม้ว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าจะพาแมนซิตี้เก็บชัยชนะมาแล้วถึง3เกมติดต่อกันทว่าพวกเค้าก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะไล่ตามลิเวอร์พูลได้ทัน “ การได้เห็นพวกเค้า(ลิเวอร์พูล)ได้ประตูในช่วงท้ายเกมอีกครั้งในสัปดาห์นี้มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนดูหนังฉายซ้ำ เพราะคนทำให้ลิเวอร์พูลคว้าสามแต้มก็เป็นคนเดิมอย่างซาดิโอ มาเน่ เค้าเป็นนักเตะที่มีความเฉียบคมและพร้อมแลกทุกอย่างเพื่อให้ทีมได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ บางทีเค้าก็ใช้สัญชาตญาณอันยอดเยี่ยม หรือบางครั้งเค้าก็พุ่งล้มเอาจุดโทษ แต่ที่ผมต้องยอมรับจากใจจริงคือเค้าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำประตูช่วงนาทีสุดท้าย ” อดีตเทรนเนอร์บาซ่ายอมซูฮก

ลิเวอร์พูลยิงโกงตายท้ายเป็นเรื่องจิตใจไม่ใช่ฟลุ๊ค เป๊ป ยอมรับจากใจ

ถึงแม้จะสถานะเป็นคู่แข่งกันในแง่ของเกมการแข่งขันทว่าเป๊ป กวาร์ดิโอล่าก็ยอมรับอย่างจริงใจว่าทีมคู่ปรับอย่างลิเวอร์พูลนั้นมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง “ มันมีเส้นบางๆระหว่างคำว่าโชคดีจังที่ได้สามแต้ม กับคู่ควรแล้วที่ได้สามแต้ม แต่พวกเค้าทำประตูสำคัญๆในช่วงท้ายเกมได้อย่างต่อเนื่องในช่วงสองปีมานี้ ถ้าพูดตรงๆผมว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องโชคดี และนักเตะของพวกเค้าทุกคนมุ่งมั่นและไม่เคยยอมแพ้ มันพิสูจน์แล้วว่าพวกเค้าเป็นคู่ต่อสู้ที่ประมาทไม่ได้ ”

“ เมื่อคุณมีความตั้งใจแล้วคุณทำมันได้ซ้ำๆมันจะกลายเป็นความมั่นใจ ลิเวอร์พูลในเวลานี้เป็นทีมที่มีความมั่นใจสูงมาก เราต้องมีสมาธิและประเมินพวกเค้าให้ชัดเจนว่าเค้าเป็นทีมระดับไหน หลังจากผ่านไป11นัดพวกเค้ายังไม่แพ้ใครเลย ลิเวอร์พูลจะเป็นคู่ต่อกรที่เราต้องทุ่มเทเกินร้อยหากอยากชิงความได้เปรียบจากพวกเค้า และเราจะได้รู้กันในสัปดาห์หน้า ” เป๊ปส่งสาส์นท้ารบให้ลิเวอร์พูลก่อนที่จะมีคิวบุกไปเยือนแอนด์ฟิลในสัปดาห์หน้า

ริวัลโด้ แนะนำเอ๊มปั๊ปเป้ต้องย้ายหนีลีกเอิงเพื่อพิสูจน์ฝีเท้า

ริวัลโด้

คิลิยัน เอ็มปั๊ปเป้ดาวยิงตัวเก่งของปารีส แซงต์ แชร์กแมงที่มีดีกรีความสำเร็จในเชิงลูกหนังมาแล้วอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการครองแชมป์อย่างโชกโชนในลีกฝรั่งเศส และแชมป์ฟุตบอลโลก2018(กับทีมชาติฝรั่งเศส) กระนั้นริวัลโด้ตำนานทีมชาติบราซิลในยุค90ก็ได้ออกมากระตุ้นหัวหอกเลือดน้ำหอมให้ย้ายไปคว้าแชมป์ในลีกอื่นๆดูบ้างเพื่อเป็นการยกระดับฝีเท้า ทั้งยังเป็นการพิสูจน์ฝีเท้าว่าเจ้าตัวเป็นซุปเปอร์สตาร์ลูกหนังในยุคปัจจุบันอย่างเต็มตัว

ริวัลโด้ผู้ซึ่งเคยค้าแข้งทั้งในลีกสเปน และอิตาลี่ยืนยันว่าถึงเวลาแล้วที่เอ็มปั๊ปเป้จะต้องก้าวไปข้างหน้าเพื่อพิสูจน์ตัวเอง “ ด้วยความเคารพต่อลีกเอิง แต่ความแข็งแกร่งของที่นั่นอาจยังเทียบไม่ได้กับความเข้มข้นของลาลีก้า หรือพรีเมียร์ลีก แม้ว่าเปเอสเชจะเป็นสโมสรที่มีโอกาสจะคว้าแชมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกก็ตาม แต่ถ้าเค้า(เอ็มปั๊ปเป้)ย้ายไปเล่นในอังกฤษ หรือสเปนเค้าจะยกระดับฝีเท้าไปได้ไวกว่านี้ เค้าเป็นนักเตะพรสวรรค์สูงและถ้าเค้าสามารถคว้าถ้วยรางวัลในลีกอื่นๆได้มากขึ้น มันจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเอ็มปั๊ปเป้ได้กลายเป็นไอคอนลูกหนังในยุคใหม่อย่างเต็มตัว ” อดีตสตาร์บาซ่าเสนอแนะ

ริวัลโด้ แอบเชียร์บาซ่าเซ็นเอ็มปั๊ปเป้แต่ยอมรับคงเป็นไปได้ยาก

ริวัลโด้เคยสร้างชื่อกับบาเซโลน่าในช่วงปลายยุค90(1997-2002)ยังยอมรับอีกว่าดาวยิงวัย20กะรัตมีคุณสมบัติเพียบพร้อมที่จะเป็นนักเตะอัลซูนกราน่าแต่ทว่าคงยากที่อดีตต้นสังกัดจะคว้าตัวเอ็มปั๊ปเป้ไปครองได้สำเร็จ “ เอ็มปั๊ปเป้สามารถรับช่วงต่อจากลีโอแนล เมสซี่ได้อย่างแน่นอน ฉะนั้นผมอยากเห็นเอ็มปั๊ปเป้สวมเสื้อบาซ่าแม้ว่ามันคงจะเป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน อย่างที่เราทราบกันดีลระหว่างเนย์มาร์ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้เลย แล้วถ้าเป็นในกรณีของเอ็มปั๊ปเป้ค่าตัวของเค้าจะต้องแพงกว่าเนย์มาร์อย่างแน่นอน มันอาจจะไม่ใช่ในเร็วๆนี้ แต่ผมว่าโอกาสก็ยังเปิดกว้างอยู่นะ  ”

โดยคิลิยัน เอ็มปั๊ปเป้แจ้งเกิดกับทีมโมนาโกแล้วก็สามารถคว้าแชมป์ลีกเอิงได้ในวัยเพียง16ปี และด้วยฝีเท้าที่โดดเด่นเกินวัยจึงทำให้เจ้าตัวถูกปารีส แซงต์ แชร์กแมงกระชากตัวไปร่วมทีมในปี2017 นับจากนั้นมากเอ็มปั๊ปเป้ก็กลายเป็นแนวรุกคนสำคัญของเปเอสเชมาโดยตลอด ณ ปัจจุบันเจ้าตัวลงเล่นในฝรั่งเศสไปแล้ว169เกม และยิงไปถึง99ประตู(นับรวมทุกสโมสร) และมีข่าวเช่นกันว่าทั้งรีล มาดริด และบาเซโลน่าต่างหมายตาที่จะดึงตัวดาวยิงเลือดน้ำหอมรายนี้ไปร่วมทีม เพราะนอกจากเอ็มปั๊ปเป้จะมีฝีเท้าที่น่าประทับใจแล้วเจ้าตัวยังมีอายยังน้อยจึงสามารถอยู่รับใช้ทีมในระยะยาวได้อีกด้วยนั่นเอง

มอยส์ เตือนแมนยูฯจะขายผู้เล่นหน้าไหนก็ได้ยกเว้นปอลป๊อกบา

มอยส์

นับตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นปอล ป๊อกบานับเป็นผู้เล่นที่มีข่าวลือว่าจะย้ายไปที่นั่นที่นี่มาตลอด แต่จวนแล้วจวนรอดปีศาจแดงก็ยังรักษากองกลางชาวฝรั่งเศสไว้ในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดต่อไป แล้วหากเจ้าตัวไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวนป๊อกบาก็ยังคงได้รับความไว้วางใจจากโอเล่ กุนน่า โซลชาให้ลงเล่นเป็นตัวหลักเสมอมา ซึ่งนับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างยิ่งในสายตาของกุนซือปีศาจแดงรายก่อนหน้าอย่างเดวิด มอยส์

เดวิด มอยส์เคยได้รับตำแหน่งผู้จัดการทีมแมนยูฯมาก่อนจึงได้ให้คำแนะนำต่อกุนซือรุ่นน้องอย่างโอเล่ กุนน่า โซลชา “ ยูไนเต็ดกำลังสร้างทีมสายเลือดใหม่ นั่นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะมีพี่เลี้ยงคอยประคองและปอล ป๊อกบาก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะรับบทบาทนั้น เค้ามีประสบการณ์มากมายรวมถึงคว้าแชมป์โลกมาแล้วอีกต่างหาก แม้ในยามที่ทีมตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากป๊อกบายังช่วยกระตุ้นทีมได้ แน่นอนว่าฝีเท้าระดับเค้าย่อมมีทีมที่สนใจอยากได้ตัวมากมาย แต่ถ้าผมเป็นโซลชาบอกเลยว่าป๊อกบาจะไม่มีทางได้ย้ายไปไหนอย่างเด็ดขาด  ” อดีตเทรนเนอร์เอฟเวอร์ตันแสดงทัศนะ

ป๊อกบาเเม้จะฟอร์มตกเเต่ก็ยังเป็นหัวใจเเดนกลางของเเมนยุ มอยส์ กล่าว

ปอล ป๊อกบาเคยสร้างชื่อกับยูเวนตุสจนทำให้ปีศาจแดงต้องยอมทุ่มเงินกว่า89ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติการย้ายทีมที่แพงที่สุดในปี2016 ทว่าหลังเปลี่ยนผู้จัดการทีมไปหลายคนบทบาทที่เจ้าตัวได้รับก็ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ “ สมัยเค้า(ป๊อกบา)อยู่ในอิตาลี่เค้ามักดันขึ้นสูงนั่นทำให้เค้ามีส่วนกับการทำประตูมากขึ้น แต่ปัจจุบันเค้าค่อนข้างยืนต่ำในแดนกลางของยูไนเต็ดซึ่งแน่นอนว่าการทำประตูหรือแอสซิสต์ของเค้าอาจน้อยลง แต่ถ้าคุณเจาะไปในรายละเอียดเค้ายังคงมีบทบาทกับเกมของยูไนเต็ดอย่างมาก  ”

“ คุณต้องมองให้ออกเราจะไปคาดหวังมิดฟิลด์ตัวกลางให้ทำประตูแข่งกับเมสซี่ได้ยังไง ป๊อกบามีจุดแข็งของตัวเองแม้ว่าเค้าอาจจะไม่อยู่ในช่วงท็อปฟอร์มแต่เค้าก็ยังหัวใจสำคัญในแดนกลางของยูไนเต็ด ยิ่งในยุคที่ทีมมีแต่ผู้เล่นดาวรุ่งผมคิดว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะปล่อยตัวผู้เล่นระดับนี้ออกจากทีมไป ” เดวิด มอยส์ตอกย้ำความสำคัญของป๊อกบา

โดยในเวลานี้ปอล ป๊อกบายังอยู่ในช่วงรักษาอาการบาดเจ็บจากอาการนิ้วเท้าแตกซึ่งคาดการว่าอีกราว4สัปดาห์เจ้าตัวถึงจะกลับมาฟิตพร้อมช่วยแมนยูฯอีกครั้ง หลังจากซีซั่นนี้เจ้าตัวลงเล่นให้ปีศาจแดงไปแล้ว6นัดพร้อมทำทางให้เพื่อนไปแล้ว2แอตซิสต์จากทุกรายการ

แอชลี่ย์โคล กลับสแตนฟอร์ดบริดจ์ถิ่นเก่าเพื่อคุมทีมU15เชลซี

แอชลี่ย์โคล

หลังจากที่แฟรงค์ แลมพาดกลับมารับงานใหญ่กับเชลซี เจ้าตัวได้เคยเกริ่นไว้แล้วว่าอยากดึงตัวผู้เล่นเก่าๆในยุครุ่งเรื่องกลับมาทำร่วมงานกับสโมสรอีกครั้ง เริ่มตั้งแต่การแต่งตั้งปีเตอร์ เช็ก(ผู้รักษาประตู)รับงานด้านที่ปรึกษาฝ่ายเทคนิค และแม้ว่าการเชิญชวนดิริเยร์ ดร็อกบาเพื่อมารับบทสตาฟฟ์โค้ชจะไม่ลุล่วง(ดร็อกบาต้องการพัฒนาสมาคมฟุตบอลไอวอรี่โครสต์และลงสมัครตำแหน่งนากยสมาคมฟุตบอล)ทว่าล่าสุดสิงห์บลูก็ได้รับข่าวดีเมื่อ แอชลี่ย์ โคล อดีตแบ๊คซ้ายได้ตอบรับคำเชิญที่จะมาทำงานในทีมชุดเยาวชนให้กับเชลซีเป็นที่เรียบร้อย

รายงานระบุว่าเชลซีได้เชิญชวนแอชลี่ย์ โคลมาพักใหญ่แล้วทว่าเจ้าตัวยังอยู่ในช่วงของการอบรมเพื่อสอบใบประกาศงานโค้ชอยู่จึงยังไม่ได้มีการตกลังกันอย่างเป็นกิจลักษณะ ทว่าบัดนี้เจ้าตัวได้รับใบอนุญาตงานโค้ชขั้นต้นมาแล้ว(ยังอบรมเพื่อรับใบอนุญาตงานโค้ชในระดับที่สูงขึ้นต่อไป)อดีตแบ็คซ้ายทีมชาติอังฤษจึงได้ปลงใจที่จะทำงานกับทีมเยาวชนชุดอายุต่ำกว่า15ปีของเชลซี “ เป็นเกียรติอย่างมากที่เชลซีให้ผมได้รับบทบาทนี้ มันทำให้ผมตื่นเต้นที่ได้ทำงานกับเยาวชนของเชลซี ผมเริ่มเรียนรู้งานด้านโค้ชกับแฟรงค์ โอไบรอันเค้าคลุกคลีกับทีมเยาวชนมานาน มีเค้าคอยเป็นพี่เลี้ยงให้กับผมทำให้ทุกอย่างราบรื่น ผมหวังว่าจะได้พัฒนาเยาวชนเหล่านี้เพื่อขึ้นไปเป็นกำลังหลักในทีมชุดใหญ่ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ” โคลในวัย38กะรัตเอ่ยอย่างมุ่งมั่น

แอชลี่ย์โคล รับงานโค้ชลึกซึ่งกว่าสมัยค้าแข้งมากโขแต่ก็ยังสนุกกับมัน

แอชลี่ย์ โคลเป็นผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จกับเชลซีอย่างสูงเมื่อเค้าสามารถพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้1สมัย,เอฟเอคัพ4สมัย,ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก1สมัย และยูฟ่ายูโรป้าลีกส์อีก1สมัยกระทั่งอำลาทีมไปในปี2014 “ ผมยินดีมากที่แอชลี่ย์กลับมาช่วยงาน ประสบการณ์ของเค้าจะเป็นประโยชน์ต่อนักเตะเยาวชนของเรา(เชลซี)อย่างแน่นอน นี่เป็นย่างก้าวสำคัญที่จะนำความสำเร็จมาสู่เชลซีในอนาคต ” แฟรงค์ แลมพาดแสดงความยินดีที่ได้เพื่อนรักกลับช่วยงาน

ในส่วนแอชลี่ย์ โคลเองก็บอกเช่นกันว่างานโค้ชนั่นยากกว่าที่คิดแต่เจ้าตัวกลับรู้สึกท้าทายและอยากทำงานนี้ให้ลุล่วง “ สมัยเป็นผู้เล่นมันใช้ตรรกะความคิดแบบหนึ่ง แต่เมื่อมาทำงานโค้ชมันแตกต่างอย่างสิ้นเชิง นักฟุตบอลอายุน้อยๆเค้าไม่ชอบการถูกปฏิบัติเหมือนกับเค้าเป็นเด็ก มันเป็นเรื่องท้าทายที่คุณจะต้องหาทางกระตุ้นพวกเค้าในช่วงเวลาที่เหมาะสม มันไม่ง่ายเลยแต่ผมกลับรู้สึกสนุกในทุกๆวัน การเฝ้าติดตามพัฒนาการของเด็กเหล่านี้มันช่างเป็นบทบาทที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ร่วม และผมชักติดใจมันซะแล้ว ”

ริเบรี่ ขวางพี่เสือยังไม่จำเป็นต้องมีจาดอนซานโช่ก็สำเร็จได้

ริเบรี่

ถึงแม้ว่าปัจจุบันฟรองซ์ ริเบรี่ตัวริมเส้นจอมทักษะจะสังกัดอยู่กับฟิออเรนติน่า ในลีกอิตาลี่ แต่ด้วยความที่เคยค้าแข้งอยู่กับบาเยิร์น มิวนิคมาก่อนหน้าถึง12ปีก็ส่งผลให้ดาวเตะชาวฝรั่งเศสยังมีความห่วงใยต่อยอดทีมในเยอรมันเสมอ จนต้องออกมาเสนอแนะให้ทีมเก่าไม่จำเป็นต้องดึงตัวจาดอน ซานโช่ปีกฟอร์มฮอตของเสือเหลืองในเวลานี้ เนื่องจากมองว่าขุมกำลังที่นิโก้ โควัชมีให้เลือกใช้งานในเวลานี้มีความสามารถประสบความสำเร็จได้อยู่แล้ว

บาเยิร์น มิวนิคมีการเปลี่ยนถ่ายผู้เล่นมากมายในซีซั่นนี้ มันคงต้องให้เวลาพวกเค้าปรับตัวกันซักเล็กน้อย แต่มีสัญญาณที่ดีหลายอย่าง คูตี้เองก็เล่นได้อย่างผ่อนคลาย,กนาบรี้เองก็ทำประตูสำคัญให้ทีมได้ต่อเนื่อง,เปริซิสก็เล่นได้อย่างกระฉับกระเฉง,แบ็งฌาแม็ง ปาวาร์ก็เล่นได้อย่างแข็งแกร่งทั้งรุกและรับ หรือเลวานดอฟสกี้ก็ยังคงเป็นกองหน้าที่มีค่าเฉลี่ยการทำประตูที่น่ามหัศจรรย์ แฟนบอลมิวนิคไม่ต้องกังวลอะไรพวกเค้าจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทีมสามารถป้องกันแชมป์ได้อย่างสบายโดยไม่จำเป็นต้องดึงตัวจาดอน ซานโช่มาจากดอร์ทมุนด์เลย ” ฟรองซ์ ริเบรี่ที่ปัจจุบันสวมเสื้อหมายเลข7ในถิ่นอันเตมิโอ้ ฟรังคี่กล่าวถึงทีมเก่า

ซานโช่เก่งเกินวัยแต่คงไม่มีที่วางในทีมเสือใต้ ริเบรี่ ยืนยัน

จาดอน ซานโช่ปีกตัวจี๊ดของโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตลอดสองซีซั่นที่ผ่านมา ทำให้เวลานี้ดาวเตะดีกรีทีมชาติอังกฤษตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับบิ๊กทีมของยุโรปอย่างต่อเนื่องซึ่งแน่นอนว่ารวมถึงทีมอย่างบาเยิร์น มิวนิคด้วยเช่นกัน เนื่องจากทีมเสือใต้มีสถิติในการดึงตัวผู้เล่นชั้นดีไปจากอ้อมออกเสือเหลืองเสมอมา ไม่ว่าจะเป็นโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้,มัตต์ ฮุมเมลส์ และมาริโอ เกิตเซ่ย์

“ จาดอน ซานโช่ก้าวขึ้นเป็นนักเตะชั้นนำของลีกเยอรมันอย่างเต็มตัว เค้าเล่นได้อย่างโดดเด่นทั้งที่อายุเพียง19ปีเท่านั้น เค้าไม่เหมือนผู้เล่นดาวรุ่งเลย เค้าเล่นราวกับเล่นในบุนเดสลีก้ามาซัก5-6ปี เราทุกคนต่างยอมรับว่าเค้ายอดเยี่ยม แต่ในตำแหน่งนี้นิโก้ โควัชมีทั้งคิงส์ลี่ย์ โกมัน,โธมัส มุลเลอร์,อีวาน เปริซิส และแซตจ์ กนาบรี้อยู่แล้ว มันจึงไม่มีความจำเป็นที่บาเยิร์น มิวนิคต้องดึงตัวซานโช่เข้ามาอีก มันเป็นไอเดียที่ดีแต่มันยังไม่ถูกเวลาเท่านั้นเอง ” ริเบรี่ในวัย36กะรัตกล่าวเตือนสติ