อาร์เตต้า พาดพิงยินดีอุ้มมิคกี้ไว้ช่วยงานปืนหากดีลโรม่าล่ม

อาร์เตต้า

หลังจากโรม่าดึงเช็งเรื่องการซื้อขาดเฮนริค มคิตาร์ยานมาพักใหญ่ จนทำให้มีนักข่าวไปจุดประเด็นเรื่องการดึงตัวจอมทัพชาวอัลแบเนียกลับมารับใช้อาร์เซนอลในฤดูกาลหน้า แล้วกุนซือคนเก่งอย่างมิเกล อาร์เตต้าก็ดูเหมือนจะรับลูกเสียด้วย

เฮนริค มคิตาร์ยานถูกอูไน เอเมรี่กุนซือคนก่อนถีบหัวส่งจากถิ่นเอมิเรตส์ให้ทีมหมาป่าแห่งอิตาลี่ยืมตัวไปใช้งานเป็นเวลาหนึ่งฤดูกาล แล้วโรม่าเองก็มีท่าที่ว่าจะติดใจในฝีเท้าของมคิตาร์ยานเสียด้วยจนมีข่าวว่าพร้อมตกลงซื้อขาดกับทางปืนใหญ่  แต่ก็กินเวลามาแล้วดีลที่ว่าก็ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะประสบความสำเร็จแม้แต่น้อย กระทั่งกุนซืออาร์เตต้าเองเริ่มออกปากแล้วว่าพร้อมจะร่วมงานกับนักเตะรายนี้อีกครั้ง หากเดินทางกลับมาจากการยืมตัวที่โรม่า “ แน่นอนถ้าเฮนริคกลับมาเค้าจะเป็นตัวเลือกของเราเหมือนนักเตะคนอื่นๆ เค้าเป็นนักเตะที่ดีมีแนวโน้มว่าจะเข้ากับแท็กติกเราได้ แต่เราต้องประเมินเรื่องนี้อีกครั้งเมื่อกลับมาซ้อมที่นี่ หากเค้าทำได้ดีมีความสม่ำเสมอก็จะเป็นผลดีต่อทีมเราเป็นอย่างมาก ” อาร์เตต้ากล่าวถึงมคิตาร์ยาน

อย่างไรก็ดีผลงาน6เกมหลังสุดมคิตาร์ยานยิงได้2ประตูกับอีก3แอสซิสต์ทำให้ด้านโรม่าเองก็ยังไม่คิดถอดใจเรื่องการดึงตัวปีกวัย31กะรัตไปร่วมทีมอย่างแน่นอน แม้ว่าจะบ่ายเบี่ยงค่าตัวซื้อขาดที่จำนวน20ล้านปอนด์ก็ตาม

มคิตาร์ยานรับพร้อมร่วมงาน อาร์เตต้า กับกุนซือทุกคนยกเว้นมูรินโญ่คนเดียว

ด้านมคิตาร์ยานเองก็เปิดใจว่าหากต้องกลับไปยังต้นสังกัดอย่างอาร์เซนอลจริง เจ้าตัวก็พร้อมทำงานกับอาร์เตต้าเช่นเดียวกัน “ ผมยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น แม้มันมีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกัน แต่อาร์เตต้าเองทำให้บรรยากาศในทีมดูดีขึ้นมาก เค้าดูเป็นคนผ่อนคลายและพร้อมหนุนหลังนักเตะทุกคน ไม่มีเหตุผลใดๆที่จะปฏิเสธการร่วมงานกับผู้จัดการทีมแบบเค้า ”

“ ผมเคยทำงานกับผู้จัดการทีมเก่งๆหลายคน แต่หลังจากผ่านประสบการณ์กับโชเซ่ ผมไม่คิดว่าจะมีอะไรหนักหนากว่านั้นอีกแล้ว ” อดีตแข้งแมนยูฯกล่าวพาดพิง

เมื่อนักข่าวถามจี้เรื่องความอึดอัดสมัยเป็นลูกทีมของมูรินโญ่ เจ้าของเสื้อหมาย77ของโรม่าก็ระบายความอัดอั้นทันที “ มันเป็นช่วงที่หนักหนามาก เราไม่มีอิสระในการเล่นฟุตบอลเลย หากคุณอยากได้ลงเล่นคุณก็ต้องทำตามที่เค้าสั่งในทุกเรื่อง แม้ผมจะได้แชมป์ที่นั่น แต่มันไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีของผมเลย เรามีความเห็นกับเรื่องฟุตบอลที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมภาวนาของอย่าให้ต้องร่วมงานกับโชเซ่อีกน่าจะดีที่สุด ”

ไลป์ซิก สงบนิ่งยันแวร์เนอร์ยังไม่ไปไหนปักหลังช่วยทีมอีกนาน

ไลป์ซิก

แม้หัวข่าวจะกระพือเรื่องการย้ายออกของติโมร์ แวร์เนอร์แบบไม่เว้นวัน แต่แอร์เบ ไลป์ซิกก็ยังยืนยันว่าไม่ได้ตื่นตระหนกตกใจพร้อมทั้งยังมั่นใจว่านักเตะรายนี้จะยังอยู่ช่วยล่าตาข่ายกับทีมต่อไปอีกหลายปี

แวร์เนอร์กดไปคนเดียว27ประตูพร้อมทำทางอีก11แอสซิสต์ในปีนี้ ทำให้ไลป์ซิกออกอาการหวงงกองหน้าตัวเก่งรายนี้อย่างสุดฤทธิ์ ด้วยการประกาศชัดเจนว่าแวร์เนอร์ยังมีสัญญาอยู่กับทีมแบบยาวจึงไม่คิดที่จะปล่อยแนวรุกตัวความหวังออกไปจากทีมอย่างมีเป็นข่าวอย่างแน่นอน “ ติโมร์มีฤดูกาลที่ยอดเยี่ยม เราพอใจกับฟอร์มการเล่นของเค้า และสโมสรก็แสดงออกมาตลอดว่าต้องการที่จะประสบความสำเร็จโดยมีเค้าเป็นแกนนำ ฉะนั้นลืมเรื่องขายออกไปได้เลย ”

“ เราไม่แปลกที่เค้าเป็นข่าวเรื่องย้ายทีมหรอก ผู้เล่นระดับแวร์เนอร์ได้รับการจับตามองเป็นพิเศษอยู่แล้ว แต่สโมสรก็ไม่มีอะไรต้องกังวล เรายังมีสัญญากับติโมร์อีกหลายปี เมื่อประเมินจากสถานการณ์ ณ วันนี้เค้าก็ยังเป็นนักเตะของเราอยู่ ” ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรไลป์ซิกกล่าวอย่างมั่นใจ โดยปัจจุบันแวร์เนอร์ยังคงมีสัญญาอยู่กับไลป์ซิกถึงเดือนมิถุนายน 2023

ปูดหงส์อาจส่งเทพกี้พร้อมเงินล่อให้ ไลป์ซิก ยอมปล่อยแวร์เนอร์

“ ดิ แอธเลติก ” สื่อเชื่อถือได้ของอังกฤษชี้ชัดว่าเจอร์เกน คล็อปป์เริ่มหมดศรัทธาในตัวดิว็อค โอริกี้แล้ว และอยากได้จะได้แวร์เนอร์เข้ามช่วยงานแทน จึงทำให้ลิเวอร์พูลได้ผุดโปรเจกต์ส่งโอริกี้ตัวพร้อมเพิ่มส่วนต่างเพื่อมุ่งหวังให้ไลป์ซิกยอมตกลงด้วย

โอริกี้ได้มีส่วนร่วมกับหงส์แดงถึง21เกมในซีซั่นนี้แต่ทว่าเพิ่งจะมีชื่อทำสกอร์แค่3ครั้งเท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานที่เจอร์เกน คล็อปป์ต้องการ จนทำให้เจ้าตัวอาจถูกส่งเป็นตัวแถมในข้อเสนอซื้อตัวแวร์เนอร์ ซึ่งจะทำให้ลดค่าฉีกสัญญาของกองหน้าทีมชาติเยอรมันเหลือเพียง15ล้านปอนด์เท่านั้น(โอริกี้มีค่าตัวราว10ล้านปอนด์)

อย่างไรก็ตามคงต้องไปลุ้นกันอีกทีในช่วงซัมเมอร์ เนื่องจากในเวลานี้ไลป์ซิกเองก็กำลังรวบรวมสมาธิเพื่อกลับมาเบียดลุ้นแชมป์บุนเดสลีก้ากับทั้งบาเยิร์น มิวนิค และโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์ โดยพวกเค้าเองก็ยังแอบหวังว่าหากทีมประสบความสำเร็จในการคว้าแชมป์ลีกเยอรมัน หรือยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกก็น่าจะทำให้แวร์เนอร์ยอมเปลี่ยนใจอยู่ช่วยทีมต่อไปได้

ซิสโซโก้ เสี้ยมป็อกบารีบชิ่งผีแล้วกลับไปรับใช้ยูเวนตุสโดยไว

ซิสโซโก้

ในฐานะที่เคยต่อกรกับแมนยูฯมาแล้วสมัยยังรับใช้ลิเวอร์พูล โมฮัมเหม็ด ซิสโซโก้จึงได้ออกเป่าหูแข้งหลักในรั่วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดอย่างปอล ป็อกบาให้รีบย้ายกลับไปอยู่กับยูเวนตุสหลังจบฤดูกาลนี้

“ มีคำถามเกี่ยวกับป็อกบาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาเรื่องการย้ายทีม ซึ่งมันจำเป็นอย่างยิ่ง และยูไนเต็ดก็ควรปล่อยให้มันเป็นไปแบบนั้นด้วย เราต้องมองกันบนความเป็นจริงป๊อกบาไม่ได้เก่งขึ้นเลยนับแต่ย้ายมา ความมั่นใจเค้าหดหายไปมาก ในขณะที่ยูไนเต็ดเองก็แทบจะไม่ได้ประโยชน์จากป็อกบาเลย พวกเค้าต้องทบทวนตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด ”

“ ยูไนเต็ดเองก็ได้บรูโน่มาแล้ว เค้าจะแทนที่ป็อกบาได้สบาย ในขณะที่ป๊อกบาเองก็น่าจะกลับไปเล่นให้ยูเว่ เค้าต้องการทีมที่พร้อมจะช่วยเหลือเค้า ที่นั่นเค้าไม่ต้องแบกทีมเหมือนในอังกฤษ ผมเชื่อมั่นว่าป็อกบาจะกลับมาสนุกกับเกมลูกหนังอีกครั้ง เค้าจะได้ยินเสียงเชียร์ที่ไม่ค่อยได้รับกับยูไนเต็ด เพราะแฟนบอลยูเวนตุสเองก็ยังเคารพรักในตัวป๊อกบาเรื่อยมา แถมในสีเสื้อของยูเวนตุสป็อกบายังมีโอกาสคว้าถ้วยรางวัลได้ง่ายขึ้นอีกต่างหาก ” อดีตกองกลางทีมชาติมาลีออกปากแนะนำ

ซิสโซโก้ ไม่ลืมบุญคุณอยากให้ยูเว่เเข็งเเกร่งขึ้นเช่นกัน

ส่วนหนึ่งที่ทำให้ซิสโซโก้เทใจอยากให้ป๊อกบากลับไปเล่นให้ทัพม้าลายนั้น นอกจากจะเป็นตัดกำลังให้กับลิเวอร์พูลแล้ว ยังเป็นเพราะเจ้าตัวอยากให้ทัพเบียงโคเนรี่มีขุมกำลังที่แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย เนื่องจากตัวซิสโซโก้เองก็เคยเป็นสมาชิกของยูเวนตุสมาก่อนเช่นกัน โดยเจ้าตัวรับใช้ทีมในช่วงปี2008-2011 ด้วยการลงสนามมากกว่า71นัด

ป๊อกบา อาจไม่ได้กลับอิตาลี่แต่มุ่งไปสเปนเพื่อร่วมงานกับซีดาน

แม้แรงเชียร์ให้กลับไปตูรินจะมีไม่น้อย แต่โอกาสที่ป๊อกบาจะได้กลับไปสานต่อความสำหรับในยูนิฟอร์มม้าลายก็ยังคงไม่แน่ชัด เมื่อสื่อแดนกระทิงออกมาระบุว่า ซีนาดีน ซีดานเองก็ได้ล็อคเป้าหมายที่จะดึงตัวป็อกบาให้มาช่วยงานที่ซานติอาโก้ เบอนาบิวเช่นกัน

รีล มาดริดเองก็แสดงตัวมาตลอดว่าต้องการตัวป็อกบามาร่วมทีม แต่ก็ยังไม่สามารถหว่านล้อมให้ปีศาจแดงยอมเปิดทางได้ แต่หากว่าหลังจบซีซั่นนี้แมนยูฯพร้อมจะปล่อยตัวป็อกบาแล้วละก็ เชื่อว่ากันว่ารีล มาดริดน่าจะเป็นทีมแรกที่ได้พูดคุยกับนักเตะ เนื่องจากฟรอเรนติโน่ เปเรซเองมีสัมพันธ์อันดีกับทีมอสูรแดงมาโดยตลอดนั่นเอง

ลูกากู ยิงต่อเนื่องลีกเลี่ยนได้ในปีแรกถือว่าไม่ธรรมดาฟิโก้กล่าว

ลูกากู

ผลงานการยิง 17 ประตูในศึกกัลโช่ เซเรียอาของโรเมลู ลูกากูถือว่าเป็นฟอร์มการเล่นที่บรรเจิดเหลือเกินสำหรับชีวิตปีแรกในอิตาลี่ เพราะเมื่อมองไปที่อันดับดาวซัลโว ก็มีเพียงชิโร่ อิโมบิเล่(27 ประตู) และคริสเตียโน่ โรนัลโด้(21 ประตู)ที่ยิงได้มากกว่า ศักยภาพอันโดดเด่นนี้เองที่ไปเตะตาหลุยส์ ฟิโก้เข้าอย่างจัง

หลุยส์ ฟิโก้ผู้เคยรับใช้อินเตอร์มิลานมาก่อนยังคงติดตามผลงานของทีมเก่าเรื่อยมา จึงอดใจไม่ได้ที่จะพูดถึงลูกากูที่เป็นกำลังสำคัญสำหรับการสคูเด็ตโต้ในฤดูกาลนี้ “ ลูกากูเป็นดาวยิงโดยธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ซีซั่นนี้เค้าโดดเด่นขึ้นมาก เมื่อมีผู้จัดการทีมคอยหนุน ละได้เล่นท่ามกลางทีมที่ไว้ใจ ไม่ต้องสงสัยเลย ลูกากู คือกลไกสำคัญที่ทำให้เนรัสซูรี่ยังมีลุ้นสคูเด็ตโต้อยู่ในขณะนี้ ”

“ เค้าย้ายมาจากอังกฤษ ซึ่งมีเกมแตกต่างจากอิตาลี่มาก แต่ลูกากูก็รับมือได้เยี่ยม กัลโช่อาจมีเกมการเล่นไม่รวดเร็วเท่าพรีเมียร์ลีก แต่กองหลังที่นี่(อิตาลี่)จะไม่เปิดพื้นที่สุดท้ายให้กองหน้าฝั่งตรงข้ามได้ทำอะไรง่ายๆ ดังนั้นการจะยิงประตูได้มากมายในอิตาลี่ถือว่ายากเอาการ ทว่าเค้าก็ยิงไปแล้วถึง17ลูก(นับเฉพาะในเซเรียอา) นี่เครื่องการันตีแล้วว่าพวกเรามีกองหน้าที่อันตรายแค่ไหน แถมเค้ายังเหลือเวลาโชว์ฟอร์มได้อีกหลายปี ผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งอินเตอร์กำลังกลับเข้าสู่ยุคทองอีกครั้ง ” อดีตสตาร์วัย47กะรัตกล่าวอย่างยินดี โดยเมื่อสมัยยังโลดแล่นในสนามหลุย ฟิโก้ก็เคยทีมคว้าแชมป์กัลโช่มาแล้วถึงสี่สมัยติดต่อกัน(ปี2005-2008)

ลูกากู รับการได้รับยาแรงจากคอนเต้ช่วยให้ฟอร์มแกร่งกับงู

ด้านเจ้าของเรื่องอย่างลูกากูก้ได้ออกมายอมรับว่ากลไกที่กลับมาโชว์ฟอร์มเก่งได้อีกครั้งก็เป็นผลจากการที่ได้รับคำแนะนำอย่างตรงไปตรงมาจากอันโตนิโอ คอนเต้ “ ช่วงสามปีหลังมานี้ผมทำงานร่วมกับผู้จัดการทีมหลายคน แต่คอนเต้มีความแตกต่างจากทุกๆคน เค้าจะบอกกับคุณทันทีถ้ามันมีเรื่องไม่ถูกต้องเกิดขึ้น เค้าพร้อมจะเผชิญหน้ากับคุณเสมอ แต่มันก็น่าแปลกที่ผมไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองต่อเค้าเลยซักนิด ผมกลับรู้สึกเคารพเค้ามากขึ้นด้วยซ้ำ ”

“ และนักเตะทุกคนอยู่บนมาตรฐานเดียวกัน ในความตรงไปตรงมาของเค้านั้นเปี่ยมไปด้วยความเป็นมืออาชีพ ทั้งยังรักษาสปริริตของทีมไว้ได้อย่างน่าเหลือเชื่อ นั่นอาจเป็นเหตุผลสำคัญที่พวกเราพร้อมจะทำงานหนักเพื่อเค้า ” ดาวยิงวัย26ปีให้สัมภาษณ์อย่างอยู่เป็น

 

มาติเนลลี่ ยันไม่เคยได้สัญญากับผีแม้ชวนทดสอบฝีเท้าถึง4รอบ

 

มาติเนลลี่

ในอดีตแมนยูฯขึ้นชื่อเรื่องการมีอะคาเดมี่ที่แข็งแกร่งจนเรียกได้ว่าแข้งเยาวชนไม่ว่าจะชนชาติไหนหากว่าเจ๋งจริงก็มีสิทธิถูกดูดเข้ามาอยู่กับพวกเค้าแทบทั้งสิ้น ทว่านับตั้งแต่เซอร์อเล็ก เฟอร์กูสันได้อำลาทีมไปชื่อเสียงของทีมเยาวชนของพวกเค้าก็หดหายตามไปด้วย แล้วข่าวนี้ก็ถือเป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีว่าทีมงานในอะคาเดมี่ของปีศาจแดงนั้นดูมีตาแต่ไว้แวว เมื่อกาเบียล มาติเนลลี่ดาวยิงไวละอ่อนของอาร์เซนอลได้ออกมาเปิดเผยว่าสมัยยังค้าแข้งในบ้านเกิดเจ้าตัวถูกส่งมาทดสอบฝีเท้ากับปีศาจแดงอยู่หลายครั้ง แต่กลับไม่เคยได้รับการพิจารณาเซ็นสัญญาเลยแม้แต่ครั้งเดียว

“ อิตัวโน่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับยูไนเต็ด ทำให้ผมถูกส่งมาเก็บตัวกับพวกเค้าแบบต่อเนื่องถึง4ปีติดต่อกัน ผมยังได้เจอกับเอวร่า,เฟลไลนี่ และป็อกบาด้วย ในเวลานั้นมันเป็นภาพที่เหลือเชื่อสำหรับพวกเรา ที่ได้เจอนักเตะระดับโลกแบบตัวเป็นๆ แต่ส่วนใหญ่เรามักจะได้ซ้อมกับทีมเยาวชนอายุไล่เลี่ยกัน หรือไม่ก็แก่กว่าเราซัก2-3ปีมากกว่า  ”

“ ที่ผมรู้สึกปรับตัวกับอาร์เซนอลได้ดีขึ้นเรื่อยๆ อาจมีผลจากประสบการณ์ในตอนนั้นด้วย เราเป็นเพียงนักเตะเยาวชนจากบราซิล ที่ได้เปิดหูเปิดตากับฟุตบอลระดับอาชีพของอังกฤษ ได้ชมเกมฟุตบอลที่แตกต่างออกไป ”

อย่างไรก็ตามกองหน้าวัย18ปีก็ยืนยันว่าแมนยูฯไม่ได้แสดงความสนใจในตัวเค้าเลยแม้แต่น้อย “ ผมไม่มั่นใจว่ามันเรียกว่าการมาทดสอบฝีเท้าได้ไหม แต่ผมถูกอิตัวโน่ส่งตัวไปที่นั่นถึง4ครั้ง แล้วก็ไม่มีสัญญาณใดๆจากพวกเค้า(แมนยูฯ)เลย ”

มาติเนลลี่ แรงจริงสื่อเผยใครอยากได้ต้องจ่ายปืนกว่า70ล้านปอนด์

ยิ่งไปกว่านั้นมาติเนลลี่ที่เพิ่งย้ายมาอยู่กับอาร์เซนอลได้ยังไม่ถึงปีแต่ดาวรุ่งรายนี้ก็มีมูลค่าทวีคูณมากกว่าตอนเซ็นสัญญาไปแล้วถึงสิบเท่า

สื่อเมืองผู้ดีคาดการณ์ล่วงหน้าว่าการย้ายทีมครั้งต่อไปของมาติเนลลี่น่าจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า69.8ล้านปอนด์ ทั้งที่ทีมปืนใหญ่จ่ายเงินซื้อตัวนักเตะรายนี้เพียง5.6ล้านปอนด์เท่านั้น ซึ่งแปลว่าผลงาน10ประตูกับ4แอสซิสต์ของดาวยิงแซมบ้าได้ช่วยอัพค่าตัวของมาติเนลลี่ให้มากกว่าเดิมถึงสิบเท่า โดยมีข่าวว่าทั้งบาเซโลน่า และรีล มาดริดที่ต่างจ้องรอเซ็งดาวรุ่งรายนี้ไปใช้งานต่อ

ไอร์แลนด์ จี้แพร์ร็อตต้องได้ลงเล่นกับไก่หากหวังได้ไปยูโร

ไอร์แลนด์

    แม้ว่าทีมชาติไอร์แลนด์จะยังไม่ได้รับสิทธิเข้าไปเล่นในทัวนาเมนต์ยูโร2020อย่างเป็นทางการ แต่มิค แม็คคาธี่ย์ก็กล้าหาญออกมากระตุ้นให้ ทรอย แพร์ร็อตแข้งดาวรุ่งของสเปอร์สพยายามคว้าโอกาสลงเล่นในทีมชุดใหญ่ให้มากกว่านี้หากยังหวังจะมีชื่อเป็น23ขุนพลทีมชาติไอร์แลนด์ที่จะได้เข้าไปเตะในรอบสุดท้าย

    “ เราค่อนข้างกังวลเล็กน้อยเกี่ยวกับสถานการณ์ของแพร์ร็อต เพราะสเปอร์สกำลังขาดแคลนแนวรุก แล้วพวกเราก็คาดการณ์กันว่าเค้าน่าจะได้ลงสนามมากขึ้นแต่ดูเหมือนแพร์ร็อตจะไม่อยู่ในสายตาของโชเซ่ มูรินโญ่เลย ”

    “ การได้ลงเล่นในฐานะตัวสำรองเพียง5นาทีมันไม่เพียงพอที่จะเห็นความแตกต่างหรอก แพร์ร็อตอยู่ในช่วงวัยที่ต้องการลงสนาม แล้วทีมชาติไอร์แลนด์เองก็อยากเห็นฟอร์มการเล่นของเค้ามากกว่านี้ แน่นอนสเปอร์สกำลังอยู่ในช่วงลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีก พวกเค้าอาจคิดว่ามันเสี่ยงเกินไป ถ้าเช่นนั้นสเปอร์สก็ควรจะปล่อยแพร์ร็อตออกไปแบบยืมตัว แล้วผมคิดว่านักเตะก็ไม่น่ามีปัญหากับเรื่องนี้ด้วย ”

     “ หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ก็เป็นที่น่าเสียดายหากแพร์ร็อตจะไม่ติดทีมชุดลุยยูโร เราได้แต่ภาวนาว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง มันขึ้นอยู่กับสเปอร์สว่าพวกเค้าจะตัดสินใจอย่างไร ” แม็คคาธี่ย์กุนซือวัย61ปีกล่าวอย่างเป็นกังวล

ไอร์แลนด์ หน้ามืดไร้กัปตันโคลแมนบู๊เพลย์ออฟกับสโลวาเกีย

    แต่ดูเหมือนปัญหาตรงหน้าที่แม็คคาธี่ย์จะต้องจัดการก่อนหาใช่เรื่องของทรอย แพร์ร็อตไม่ เมื่อล่าสุดกัปตันทีมคนเก่งอย่างเชมัส โคลแมนได้รับบาดเจ็บจากการเล่นให้เอฟเวอร์ตันจนไม่น่าจะหายทันกลับมาช่วยไอร์แลนด์ที่กำลังมีคิวเตะเพลย์ออฟกับสโลวาเกียในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ได้ “ เชมัสผิดหวังมาก เค้าอยากอยู่กับทีมในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ทีมแพทย์ของเอฟเวอร์ตันแจ้งมาแล้วว่าเค้าน่าจะพักราว4-6สัปดาห์ เราจะประเมินเรื่องนี้อีกครั้งในช่วงเบรกทีมชาติ ” แม็คคาธี่ย์ชี้แจง ทั้งนี้มีการคาดการณ์กันว่าหากโคลแมนยังฟิตไม่ทัน มิค แม็คคาธี่ย์น่าจะให้ แม็ต โดเฮอร์ตี้ฟูลแบ็คฟอร์มแจ่มของวูล์ฟแฮมตันลงทำหน้าที่แทนไปก่อน

    ไอร์แลนด์กำลังพยายามชิงตั๋วใบสุดท้ายเพื่อเข้าไปร่วมศึกชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป2020ให้ได้ โดยมีข้อแม้ว่าพวกเค้าต้องเอาชนะเพลย์ออฟในสายบีให้ได้ และคู่ต่อกรของทัพยักษ์เขียวก็คือสโลวาเกีย,ไอร์แลนด์เหนือ และบอสเนีย ซึ่งไอร์เลนด์จะมีคิวลงเตะกับสโลวาเกียในช่วงวันที่26มีนาคมนี้ แล้วหากเอาชนะได้พวกเค้าก็จะเข้าไปชิงดำกับผู้ชนะระหว่างบอสเนีย และไอร์แลนด์เหนือในวันที่31มีนาคม

มาติช ยังไม่ฟันธงเกี่ยวกับอนาคตในถิ่นโอลด์แทร็ฟฟอร์ด

มาติช

เนมานย่า มาติชกองกลางตัวเก๋าของแมนยูฯได้ออกมาให้ความเห็นว่าเจ้าตัวก็ไม่มั่นใจว่าซีซั่นหน้าจะยังได้รับใช้ทีมต้นสังกัดต่อไปหรือไม่ แม้ว่าช่วงเดือนที่ผ่านมากองกลางชาวเซอร์เบียจะได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องก็ตาม

มิดฟิลด์วัย31กะรัตคลงเล่นให้ปีศาจแดงไปแล้วถึง104นัด แต่เจ้ากลับมีสัญญาอยู่กับทีมถึงแค่สิ้นเดือนมิถุนายนนี้เท่านั้น นั่นแปลว่ามีโอกาสไม่น้อยที่มาติชจะย้ายออกแบบไร้ค่าตัวหลังจบฤดูกาล แล้วเมื่อถูกถามเรื่องอนาคตมาติชก็ได้แค่ตอบชนิดแบ่งรับแบ่งสู้เท่านั้น “ ความตั้งใจของผมคือการอยู่รับใช้ยูไนเต็ดต่อไปเรื่อยๆ แต่สัญญากำลังจะหมด ผมทำได้เพียงรอดูท่าที่สโมสร แต่ถ้ามันไม่เป็นไปตามคิดผมก็คงต้องไป ผมไม่สามารถบอกคุณได้ว่ามีทีมไหนบ้างที่ติดต่อเข้ามา ”

สื่อในอังกฤษต่างระบุตรงกันว่าอันที่จริงมาติชได้รับข้อเสนอจากหลายสโมสรนับตั้งแต่ปีใหม่ แต่เจ้าตัวต้องการที่จะถกกับแมนยูฯให้แน่ชัดเสียก่อน “ มันเป็นเรื่องปกติที่ผู้เล่นของยูไนเต็ดจะได้รับความสนใจจากสโมสรอื่นๆ แต่ผมยังไม่ได้ตัดสินใจในเรื่องนี้ ” มาติชชี้แจง

โอเล่ใจอ่อนเรียก มาติช เข้าคุยเรื่องต่อสัญญาฉบับใหม่แล้ว

ในช่วงครึ่งฤดูกาลแรกมาติชนั้นฟอร์มตกจนหลุดเป็นตัวสำรองซ้ำร้ายยังมีอาการบาดเจ็บรบกวนถาโถมเข้ามาอีก แต่โชคชะตาก็ขีดเขียนให้ปอล ป็อกบา และสก็อต แม็คโทมิเน่ย์ตัวหลักในแดนกลางต้องมาร้างสนามไปในช่วงก่อนปีใหม่จนกลายเป็นโอกาสให้มาติชที่กลับมาฟิตสมบูรณ์ได้รับส้มหล่นไปโดยปริยาย แถมเมื่อได้รับโอกาสลงสนามเจ้าตัวก็กลับมามีฟอร์มการเล่นที่แข็งแกร่งอีกครั้ง ซ้ำยังสามารถยิงประตูพิชิตแมนซิตี้ในศึกคาราบาวคัพได้อีกต่างหาก(แม้จะได้รับใบแดงด้วยก็ตาม) แล้วผลงานในช่วงนี้เองที่ทำให้โซลชาวางแผนที่จะคุยสัญญาฉบับใหม่กับอดีตมิดฟิลด์เชลซี

“ มาติชเป็นนักเตะมากประสบการณ์ ยูไนเต็ดกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่าย เราจำเป็นต้องมีผู้เล่นแบบนี้ในทีม เค้าอาจไม่ได้ในช่วงฟอร์มดีที่สุด แต่ก็ถือว่าเป็นนักเตะที่มีฟอร์มคงเส้นคงวากว่าใครเพื่อน นั่นจึงทำให้มาติชมีความสำคัญต่อทีม เค้ามีทั้งความเป็นผู้นำ และความเป็นมืออาชีพ เราคาดหวังให้คนอื่นๆดูเค้าเป็นแบบอย่าง ”

“ ตอนนี้เอเยนต์กำลังหารือกับสโมสรเรื่องสัญญาใหม่ ผมยืนยันว่าเรากำลังดำเนินการต่อสัญญากับเนมานย่า มาติช ผมหวังว่ามันจะเรียบร้อยในไม่ช้า ” โซลชาให้คำมั่น

ไทเลอร์ แข้งไลป์ซิกจ่อคัมแบ๊คติดทีมชาติมะกันในรอบ1ปี

ไทเลอร์

บางทีการได้อยู่สังกัดสโมสรที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นก็สร้างโอกาสดีให้กับผู้เล่นได้มากมาย แล้วเงื่อนไขที่เกริ่นมาก็คือชะตากรรมของไทเลอร์ อดัมส์ดาวเตะสารพัดประโยชน์ของแอร์เบ ไลป์ซิกที่เพิ่งจะกลับมายึดตำแหน่งตัวจริงได้ไม่นาน แต่ก็ส่อแววที่จะถูกเรียกตัวกลับไปรับใช้ทีมชาติสหรัฐฯชุดใหญ่กับเค้าแล้ว ทั้งที่ก่อนหน้านี้เจ้าตัวไม่ส่วนร่วมกับแคมป์ทีมชาติมาแล้วกว่า10เดือน

ไทเลอร์ อดัมส์ประสบปัญหาบาดเจ็บเรื้อรังจนทำให้แทบไม่ได้ลงเล่นให้กับไลป์ซิกเลยในช่วงครึ่งฤดูกาลแรก แต่ภายหลังจากที่กลับมาฟิตอีกครั้งดาวเตะวัย20กะรัตก็ถูกจูเลี่ยน นาเกลส์มันน์จับลงสนามอย่างต่อเนื่อง แล้วเจ้าตัวก็ถือว่าช่วยทีมได้ในหลายบทบาท เพราะ3เกมหลังสุดเจ้าตัวลงเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา,มิดฟิลด์ตัวรับ และปีกขวาซึ่งเรียกว่าไม่ซ้ำกันเลย และผลงานเพียงเท่านี้ก็ดูมากพอที่จะทำให้เคร็ก เบอร์ฮัตเลอร์กุนซือทีมชาติสหรัฐฯเรียกตัวกลับมาติดธงอีกครั้ง

ส่วนสำคัญที่จุดประกายให้ไทเลอร์ อดัมส์กลับมามีลุ้นติดทีมชาติก็ยังเป็นผลมาจากอันดับในตารางของไลป์ซิกด้วย เนื่องจากในเวลานี้พวกเค้าขึ้นนำเป็นจ่าฝูงบุนเดสลีก้า ด้วยมี40แต้มซึ่งเหนือกว่าทีมอย่างบาเยิร์น มิวนิค และโบรุทเซีย ดอร์ทมุนด์

เบอร์ฮัตเลอร์เกริ่นอยากให้ ไทเลอร์ รับใช้ชาติในพื้นที่แดนกลาง

แม้ว่าอดัมส์จะเล่นได้ในหลากลายตำแหน่ง ทว่าเคร็ก เบอร์ฮัตเลอร์ก็อยากให้นักเตะปักหลักรับใช้ทีมชาติในแดนกลางมากกว่า “ ไทเลอร์อยู่ในสายตาของเรา(ทีมชาติสหรัฐฯ)มาโดยตลอด เค้าห่างหายไปนาน แต่ตอนนี้เค้ากลับมาแล้ว เมื่อไทเลอร์ได้ลงเล่นอย่างสม่ำเสมอเค้าก็ควรได้รับโอกาส แต่ผมอยากใช้งานเค้าตรงกลางสนามมากกว่า ”

“ ที่แล้วมาไมเคิล แบร็ดลี่ย์ กับวิล แทร็ปประสานงานกันได้อย่างดี แต่ผมก็อยากลงอะไรใหม่ๆดูบ้าง อย่างไรก็ตามเราต้องประเมินเรื่องนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง มันขึ้นอยู่กับไทเลอร์ว่าจะปรับตัวได้ดีแค่ไหน ทีมชาติสหรัฐอเมริกาพอใจที่จะได้ร่วมงานนักเตะมีความยืดหยุ่น(เล่นได้หลากตำแหน่ง) แต่แผนหลักของเราคือผลักดันไทเลอร์ในฐานะตัวเลือกแดนกลาง ”

การที่ต้องโยกไทเลอร์ อดัมส์ไปลุ้นแย่งโควตาแดนกลางนั้น ส่วนหนึ่งก็ผลมาจากพวกเค้ามอบตำแหน่งแบ๊คขวาถาวรให้กับดิอันเดร เยดลินไปแล้วนั่นเอง “ ตอนนี้พื้นที่ฟูลแบ็คนั้นลงตัวแล้ว ฉะนั้นเราจะพิจารณาโอกาสใช้งานไทเลอร์ในพื้นที่ตรงกลางสนามเป็นหลัก เราเชื่อมั่นในศักยภาพของเค้า ”

ซูโซ่ ย้ายกลับไปค้าเเข็งที่บ้านเกิดกับเซบีญ่าด้วยสัญญายืมตัว18เดือน

ซูโซ่

หลังจากปล่อยตัวให้อยู่ในช่วงอึดอัดมานาน ในที่สุดซูโซ่แนวรุกตัวเก่งของมิลานก็ได้ย้ายกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดเสียที ด้วยการตกลงสัญญายืมตัวกับเซบีญ่าเป็นเวลาปีครึ่ง

เอซีมิลานได้แถลงการณ์ถึงการย้ายออกของกองกลางชาวสเปน “ เราได้บรรลุข้อตกลงที่จะให้ซูโซ่ย้ายไปช่วยงานเซบีญ่าแบบยืมตัวเป็นเวลา18เดือน ซูโซ่ทุ่มเทกับเรามาโดยตลอด เรายังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่นี่คือเส้นทางที่เค้าต้องก้าวต่อไป สโมสรมิลานหวังว่าเค้าจะมีช่วงเวลาที่ดีในสเปน ” ทั้งนี้รายงานยังเปิดเผยว่าปีศาจแดงดำแห่งอิตาลี่จะได้เงินจากดีลนี้ราว22ล้านยูโร

ซูโซ่มีข่าวลือว่าต้องการย้ายออกจากถิ่นซาน ซิโร่พักใหญ่ แล้วฟอร์มการเล่นในซีซั่นนี้ออกทะเลไปไกลเนื่องจากหลังการลงสนาม17นัดรวมทุกรายการเจ้าตัวกลับพังประตูได้แค่เม็ดเดียวเท่านั้น จนทำให้กุนซือสเตฟาโน่ ปิโอลี่ไม่ชอบใจอย่างแรง โดย3นัดหลังสุดในกัลโช่ ซูโซ่ก็มีชื่อแค่เพียงตัวสำรองข้างสนามที่ไม่ถูกใช้งานเท่านั้น ก่อนจะเลือกย้ายไปสวมเสื้อหมาย14ของทีมเซบีญ่าในลีกสเปน

สื่อเลี่ยนเผยมิลานไม่ปลื้ม ซูโซ่ ตั้งแต่ก่อนปลดจามเปาโลแล้ว

ให้หลังการจากไปของดาวเตะชาวสเปน สื่ออิตาลี่ก็ออกมาแฉตามหลังว่าผู้หลักผู้ใหญ่ของเอซีมิลานไม่พอใจทัศนคติของซูโซ่มาตั้งแต่ต้นฤดูกาลแล้ว จึงเป็นเหตุให้ซูโซ่ต้องหยุดสถิติลงเล่นให้มิลานไว้ที่153นัด พร้อมกับยิงได้24ประตู

ในช่วงเปิดฤดูกาลที่ผ่านมาที่มิลานยังใช้งานกุนซือมาร์โก้ จามเปาโลอยู่นั้น ซูโซ่ได้ออกมาวิจารณ์การทำงานของผู้จัดการทีม และแม้ว่าในภายหลังจามเปาโลจะถูกไล่ตะเพิดออกจากทีมไป แต่ทีมบริหารก็มองว่ากองกลางวัย26ปีนั้นขาดความเป็นมืออาชีพ ยิ่งเมื่อมาบรรจบกับฟอร์มการเล่นที่ไม่ได้หวือหวาอะไรอยู่เป็นทุน ก็ทำให้พวกเค้าปล่อยตัวนักเตะรายนี้ให้กับเซบีญ่าอย่างหน้าตาเฉย ทั้งที่จริงๆมิลานกำลังต้องการผู้เล่นเก่งๆไว้ช่วยไต่อันดับเพื่อขึ้นไปคว้าโควต้าถ้วยยุโรป และฝีเท้าระดับซัวโซ่ก็น่าจะสามารถช่วยทีมได้อีกมากก็ตาม

นอกจากนี้ยังมีกระแสตามมาอีกว่ามิลานอาจใช้เงินที่ได้จากการปล่อยนักเตะในครั้งเพื่อออกล่านิโกโล้ ซานิโอโล่มิดฟิลด์ดาวรุ่งของโรม่าเข้ามาทดแทน เพราะเป้าหมายก่อนหน้าอย่างดานี่ โอลโม่ก็พลาดไปแล้ว(เลือกย้ายไปไลป์ซิก)นั่นเอง

ปืนโต เซ็นหลังใหม่ปาโบล มารีจากฟลาเมงโก้ยืมตัว4ล้านปอนด์

ปืนโต

ในที่สุดมิเกล อาร์เตต้าก็ได้ประเดิมเสริมทัพเป็นรายแรกหลังจากเข้ามารับหน้าที่กุนซืออาร์เซนอล เมื่อพวกเค้าได้บรรลุข้อตกลงคว้าตัวปาโบล มารีปราการหลังชาวสเปนมาจากทีมฟลาเมงโก้ได้สำเร็จ ผ่านการยืมตัวไปจนจบฤดูกาลด้วยสัญญามูลค่า4ล้านปอนด์

แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวว่าดีลการเจรจาล่มไปแล้ว หลังจากมีภาพว่ามารีเดินทางมาตรวจร่างกายกับอาร์เซนอลแล้วแต่จู่ๆเจ้าตัวก็เดินทางกลับไปเก็บตัวกับฟลาเมงโก้อย่างหน้าตาเฉย กระทั่งเอดูผู้อำนวยการกีฬาของไอ้ปืนใหญ่ต้องเรียกอันเดร คิวรี่เอเยนต์ขาใหญ่ในวงการวงการฟุตบอลบราซิลเข้ามาช่วยเป็นตัวกลางการเจรจา จนกระทั่งสามารถปิดดีลได้สำเร็จโดยฟลาเมงโก้จะได้รับเงินทันที4ล้านปอนด์เพื่อแลกกับการปล่อยตัวมารีมาเล่นให้อาร์เซนอลเป็นเวลา6เดือน แล้วหากทีมดังแห่งลอนดอนติดใจในฝีเท้าก็ต้องจ่ายเพิ่มอีก8ล้านปอนด์เพื่อเป็นการซื้อขาดปาโบล มารีมาครอบครองแบบถาวร

โดยเหตุผลจำเป็นที่อาร์เซนอลต้องเติมแนวรับเพิ่มก็เป็นผลมาจาก รายชื่อกองหลังที่บาดเจ็บของพวกเค้ามากมายเหลือเกิน ไล่เรียงตั้งแต่ คาลั่ม แชมเบอร์,โซคราตีส ปาปาตัสโตปูลอส และสโคดาน มุสตาฟี่

มารีเเข็งป้ายเเดง ปืนโต เปิดใจใฝ่ฝันที่จะได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีกมานานแล้ว

ในโอกาสเปิดตัวเป็นนักเตะใหม่ของอาร์เซนอล ปาโบล มารีก็ได้เผยถึงความดีใจที่จะได้กลับมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง “ มันยอดเยี่ยมมากที่ผมได้ย้ายมาเล่นให้อาร์เซนอล นี่คือสโมสรชั้นนำของอังกฤษ ผมอยากช่วยทีมให้กลับมาแข็งแกร่ง โดยเป้าหมายสำคัญคือการกลับไปเล่นในถ้วยยุโรปอีกครั้ง ”

“ การได้รับโอกาสลงเล่นในพรีเมียร์ลีกอีกครั้งเป็นสิ่งที่ทำให้ผมตื่นเต้น ก่อนหน้านี้ผมอยู่กับแมนซิตี้ก็จริงแต่ผมไม่เคยได้ลงสัมผัสเกมพรีเมียร์ลีกเลย ผมจึงตื่นเต้นอย่างมากที่จะได้ลงเล่นในสีเสื้อของอาร์เซนอล ”

“ อาร์เตต้าเชื่อมั่นในตัวผม แล้วผมก็ต้องการตอบแทนสิ่งดีให้กับทีมให้มากที่สุด เบื้องต้นผมต้องการซ้อมกับทีมก่อนเป็นอันดับแรก เพราะผมเชื่อในการทำงานหนัก และมุ่งมั่นแบบวันต่อวัน อาร์เซนอลยังเหลือโปรแกรมลงเล่นในอีกหลายรายการ ผมเชื่อมั่นว่าอาร์เซนอลจะทำงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในทีมเราเต็มไปด้วยนักเตะชั้นยอด เราทุกคนจะสู้กันจนถึงที่สุด แน่นอนว่ามันอาจต้องทุ่มเทกันแบบเกินร้อย แล้วผมก็ต้องการเช่นนั้น ” ปราการหลังวัย26ปีกล่าวอย่างมุ่งมั่น